สูงวัยต้องรู้! รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน เตือนก่อนซื้อตั๋ว เช็กวัคซีนจำเป็นป้องกันโรคประจำถิ่นประเทศปลายทาง

1.07.22 | 17:39 น.

เมื่อสูงวัยจะออกเดินทาง รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน เตือนก่อนจองตั๋ว เช็กวัคซีนจำเป็นป้องกันโรคประจำถิ่นของประเทศปลายทาง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 กรกฎาคม ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) หรือ เครือมติชน ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำ ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน จำนวน 14 แห่ง หน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตลอดจนภาคเอกชน จัดมหกรรมสุขภาพเฮลท์ แคร์ 2022 ภายใต้ธีม “Healthcare 2022 จักรวาลผู้สูงวัย” ตอกย้ำความแกร่งผู้นำงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน-3 กรกฎาคมนี้


ดร.นพ.สัณฑ์ ม่วงน้อยเจริญ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน กล่าวในเวทีทอล์กประเด็น “Aging Traveling เตรียมสุขภาพอย่างไร เมื่อสูงวัยจะออกเดินทาง” ว่า รพ.เวชศาสตร์เขตร้อนตั้งอยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งให้บริการเกี่ยวกับผู้ป่วยอายุรกรรมเกือบทุกชนิด แต่เราเชี่ยวชาญโรคเขตร้อน ไม่ว่าไข้หวัด โรคพยาธิ รวมถึงให้บริการเวชศาสตร์ทางเลือก ดูแลผู้สูงอายุแบบโฮมแคร์ (Home Care) เวชศาสตร์เดินทางและท่องเที่ยว และเป็นศูนย์การวิจัยการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งนี้ ก่อนการเดินทางในผู้สูงอายุ จะต้องรู้ตัวเองก่อนว่ามีโรคประจำตัวอะไรบ้างที่ต้องรักษาบ้าง ต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนว่าควรปฏิบัติอย่างไร จากนั้นก็ฉีดวัคซีนป้องกันโรค ตั้งแต่ไข้หวัดรายปี งูสวัด

ดร.นพ.สัณฑ์กล่าวว่า ขณะที่การรับประทานอาหารของผู้สูงอายุจะมีการย่อยน้อยลง จึงไม่แนะนำการกินบุฟเฟต์ เพราะจะทำให้ท้องอืด อาหารไม่ย่อย อย่างไรก็ตาม ความเชื่อเรื่องการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วทำให้เกิดอาการป่วย ต้องเรียนว่าอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนขึ้นอยู่กับบุคคล แต่ก็เกิดขึ้นได้ ข้อมูลพบว่าส่วนใหญ่ไม่รุนแรง เช่น ปวดบริเวณที่ฉีด มีไข้บ้าง ซึ่งคำแนะนำทางการแพทย์แนะนำให้กลุ่มเสี่ยง 608 ฉีดทุกปี เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงต่ออาการหนักถึงขั้นเสียชีวิต

ดร.นพ.สัณฑ์ ม่วงน้อยเจริญ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน (คนถือไมค์)

ผศ.นพ.วศิน แมตสี่ หัวหน้างานคลินิกท่องเที่ยวและการเดินทาง กล่าวว่า สำหรับคลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวมีมานานเกือบ 20 ปีแล้ว ส่วนใหญ่จะรู้จักในกลุ่มชาวต่างชาติ แต่เมื่อคนไทยเริ่มเดินทางมากขึ้นก็ทำให้รู้จักกันมากขึ้น สำหรับการเดินทางในผู้สูงอายุ เราต้องถามตัวเองว่าจะเดินทางไปแล้วจะต้องพบหมอหรือไม่ เพราะการเดินทางไปในบางพื้นที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโรคระบาด หรือประเทศที่มีภูมิศาสตร์กายภาพต่างกัน ก็มีความเสี่ยงทางสุขภาพต่างกัน ดังนั้น คลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวจะต้องให้คำปรึกษาก่อนการเดินทาง เช่น ไปแอฟริกาใต้จะต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง นอกจากนั้นก็ดูแลภายหลังกลับมา เช่น ไปอินเดียกลับมามีอาการป่วย มีรอยโรคที่ผิวหนัง ก็มารักษาได้ แต่สิ่งสำคัญคือ ก่อนการเดินทางต้องฉีดวัคซีนที่เป็นเครื่องมือป้องกันโรคที่สำคัญ ซึ่งคลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวให้คำแนะนำและให้บริการฉีดด้วย เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ป้องกันโรคปอดอักเสบ

Advertisement

“การเดินทางเป็นสัญชาตญาณมนุษย์ โหยหาการท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงโควิดที่ทำให้คนรู้สึกแห้งๆ แม้จะมีการใช้เทคโนโลยี ท่องเที่ยวผ่านจอ แต่ก็ไม่อินมากเท่ากับการเดินทางไปเอง สำหรับผู้สูงอายุที่ชอบการเดินทางมาก หลังเกษียณที่มีเวลาว่าง มีเงิน เลยอยากเดินทาง แต่ปัญหาคือหลายคนไม่รู้ว่าปลายทางมีความเสี่ยงสุขภาพอะไรบ้าง เช่น อเมริกาใต้ ที่ต้องฉีดวัคซีนไข้เหลืองป้องกัน หรือการเดินทางไปจะต้องขึ้นที่สูง ฉะนั้น หลายคนที่มาปรึกษาก่อนเดินทาง พบว่ามีข้อจำกัดเรื่องการฉีดวัคซีน เช่น จองทริปไปแอฟริกา อเมริกาใต้ที่ต้องฉีดวัคซีนไข้เหลือง เพราะโรคนี้ไม่พบในบ้านเรา แต่พบมากในแอฟริกา อเมริกา ซึ่งวัคซีนเชื้อเป็น ฉีดแล้วมีการกระตุ้นภูมิกัน แต่พบว่า ผู้สูงอายุเดิมมีภูมิคุ้มกันลดลงอยู่แล้วเมื่อฉีดวัคซีนไปก็มีโอกาสสูงมากกว่าคนปกติที่จะเป็นไข้เหลืองจากวัคซีน ฉะนั้น ก่อนจะจองทริป ต้องศึกษาโรคประจำถิ่นให้ดี มีวัคซีนอะไรที่ต้องฉีด และเราฉีดได้หรือไม่” ผศ.นพ.วศินกล่าว

ผศ.นพ.วศิน แมตสี่ หัวหน้างานคลินิกท่องเที่ยวและการเดินทาง

ด้าน น.ส.จินตภัทร เขมรัตน์ตระกูล พยาบาลเฉพาะทางด้านผู้สูงวัย รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน กล่าวว่า การเตรียมตัวของผู้สูงอายุก่อนเดินทาง จะต้องวางแผนให้ดี โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ หากจะต้องเดินทางไกลก็แนะนำเป็นสถานที่ที่นั่งสายการบินไปถึง ขณะที่ปัญหาเรื่องข้อเข่าก็ต้องแจ้งสายการบิน 3 วันก่อนเดินทางเพื่อให้เตรียมรถเข็นวีลแชร์ เลือกที่นั่งริมทางเดินให้สะดวกต่อการลุกเข้าห้องน้ำ ส่วนการเตรียมยารักษาโรคประจำตัว ซึ่งมีความสำคัญมาก จึงต้องเตรียมให้เพียงพอกับวันที่เดินทาง ไม่ควรเอายาทั้งหมดใส่ในกระเป๋าโหลดใต้เครื่องบิน

น.ส.จินตภัทรกล่าวว่า ก่อนเดินทางต้องนอนให้เพียงพอ เพื่อป้องกันอาการเวียนหัวระหว่างเดินทาง กรณีไปรถยนต์ก็จะมีเทคนิควอร์มร่างกายก่อนขึ้นรถ ลดอาการเมื่อยระหว่างเดินทาง เพราะแม้ไปทะเลใกล้ๆ ก็ 2 ชั่วโมงแล้ว โดยวิธีการวอร์มก่อนเดินทางหรือขึ้นรถ มี 3 ท่าคือ ท่าที่ 1.บริหารเอว ให้แยกขาให้พอดีไหล่ เอามือจับเอว 2 ข้าง บิดเอวไปซ้าย สลับขวาช้าๆ ทำทั้งหมด 5-10 รอบ ท่าที่ 2 เอามือเท้าเอว 2 ข้างแล้วเอนหลังไปข้างหลังในท่าโค้ง และ ท่าที่ 3 ตั้งแขนเป็นรูปตัวยู แล้วหมุนหัวไหล่พร้อมสะบัดไปด้านหลัง

ความสำคัญคือการเดินทางไกล คือการดื่มน้ำ หลายคนเลี่ยงการดื่มน้ำ เพราะไม่อยากลุกปัสสาวะ รวมถึงกลั้นปัสสาวะ ซึ่งหากไม่มีน้ำ เราจะเกิดอาการเหน็บชา จึงต้องจิบน้ำและมีช่วงเวลาการเหยียดขา แล้วหมุนข้อเท้า เพื่อบริหารร่างกายระหว่างเดินทาง และเน้นย้ำว่าอย่ากลัวที่ต้องบอกลูกหลานว่าขอเข้าห้องน้ำ ใช้เวลาต้องหาห้องน้ำแบบชักโครก ดีกว่านั่งย่องๆ เพราะหากการหาห้องน้ำแบบรีบๆ ก็จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ อีกข้อแนะนำคือการใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ได้เช่นกัน” น.ส.จินตภัทรกล่าว

ร่วมสร้างสังคมผู้สูงวัยให้แข็งแรงและมีความสุขไปด้วยกัน ใน “Healthcare 2022 จักรวาลผู้สูงวัย” โดยเครือมติชน ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน-3 กรกฎาคม 2565 เวลา 10.30-20.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ทั้งนี้ สำนักพิมพ์มติชน ได้ตั้งบูธ Healthy Book Fair บริเวณโถงเข้า สามย่าน มิตรทาวน์ฮอลล์ จำหน่ายหนังสือในเครือมติชน และเพื่อนสำนักพิมพ์ ในราคาพิเศษ โดยหนังสือขายดีและหนังสือหมวดสุขภาพ ลดถึง 20 เปอร์เซ็นต์ สูงสุด 25 เปอร์เซ็นต์

น.ส.จินตภัทร เขมรัตน์ตระกูล พยาบาลเฉพาะทางด้านผู้สูงวัย รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน