‘จักกพันธุ์’ ยิ้มเขิน โดน ‘ชัชชาติ’ ทวงงานแก้หาบเร่แผงลอย ฮึด! แอ๊กทีฟตามผู้ว่าฯ

1.07.22 | 19:34 น.

1 เดือน นั่งรองผู้ว่าฯ ‘จักกพันธุ์’ ยิ้มเขิน โดน ‘ชัชชาติ’ ทวงงานแก้หาบเร่แผงลอย ฮึด! แอ๊กทีฟตามผู้ว่าฯ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 1 กรกฎาคม นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ปรับปรุงซอยตากสิน 40 บริเวณถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ถึงบ้านเลขที่ 1290/11 เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม
ในตอนหนึ่ง ผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องการแก้ไขปัญหาหาบเร่แผงลอยบนทางเท้า


นายจักกพันธุ์กล่าวว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีจุดค้าขายบนทางเท้า ที่เรียกว่าหาบเร่ 55 จุด จำนวนผู้ค้าขาย 3,375 ราย สำนักเทศกิจกำลังเสนอให้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. อนุมัติอีก 11 จุด จำนวน 1,521 ราย ในขณะนี้สำนักเทศกิจได้มีการหาที่ให้ผู้ค้าเข้าไปทำการค้าขาย ซึ่งสำนักเทศกิจไม่ได้เจาะจงเฉพาะเป็นที่สาธารณะ แต่เป็นที่เอกชน ที่ของทางราชการ ตลาด ซึ่งได้เข้าไปสำรวจมา

“ขณะนี้ข้อมูลสำรวจได้แล้วว่าประมาณ 122 แห่งที่สามารถรองรับผู้ค้าหาบเร่ได้ 11,200 คน ซึ่งข้อมูลนี้ทางผู้ว่าฯได้รับข้อมูลแล้ว ให้สำนักงานตลาดดูแลต่อไป แต่ในส่วนของเทศกิจ สำนักงานเขต จะดูการจัดระเบียบผู้ค้า หรือการดูแลผู้ค้าที่อยู่บนทางเท้า ซึ่งขณะนี้ได้มีการตรวจสอบ เกี่ยวกับผู้ค้าที่ขายอยู่ในกฎเกณฑ์เรียบร้อยหรือไม่ ยกอย่างเช่น กรณีเกิดการค้าขายบนทางเท้า จะต้องมีความยาวตามแนวถนน ความกว้าง 1 เมตร ต้องอยู่ภายในเส้นสีขาวที่ทางเราได้กำหนดไว้ ต้องมีการจัดระเบียบผู้ค้า และในขณะเดียวกัน ผู้ค้าเองต้องไม่ทำให้ก่อให้เกิดสิ่งกีดขวางกับประชาชนที่สัญจรไปมา ซึ่งเรื่องนี้ทางเทศกิจและสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ดูแลเรื่องนี้อยู่” นายจักกพันธุ์กล่าว

  • เมื่อถามว่าจะมีความซับซ้อนหรือความยุ่งยากในการจัดการปัญหานี้หรือไม่

นายจักกพันธุ์กล่าวว่า ไม่ ความจริงแล้วขั้นตอนให้ผู้ค้าเข้ามาค้าขายนั้นมีกฎเกณฑ์อยู่แล้ว เริ่มแรกคือมีคณะกรรมการระดับเขต ถ้าในกรณีมีจุดไหนมีการร้องขอให้เปิดเป็นจุดต่างๆ ขาย จะมีการประชุมหารือกันต่อ และการหารือจะมีทั้งประชาชนในพื้นที่ ผู้ค้า ประชาชนที่ใช้ทางเท้า มาหารือร่วมกัน หลังจากนั้นส่งเรื่องไปที่คณะกรรมการของกรุงเทพมหานครหลังจากคณะกรรมการกรุงเทพมหานครพิจารณาแล้วเห็นเหมาะสม จะส่งเรื่องให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลพิจารณารับ

Advertisement

ซึ่งเรื่องนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด พ.ศ.2535 มาตรา 20 ซึ่งอำนาจเป็นของเจ้าหน้าที่การจราจร แต่ขณะเดียวกันการให้จุดหมายเป็นจุดการทำการค้า หลักการหนึ่งที่พนักงานเขตต้องทำคือต้องมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่นั้น ประชาชนเดินเท้าก็ดี ประชาชนที่มีบ้านพักอาศัยบริเวณตรงนั้นก็ดี หรือประชาชนที่ทำงานอยู่บริเวณนั้นก็ดี ในความยาวประมาณ 500 เมตร สำนักงานเขตต้องเข้าไปสำรวจความคิดเห็นก่อน และการพิจารณาต้องเอาข้อมูลตรงนี้ให้คณะกรรมการพิจารณา และขณะเดียวกันผู้ค้าที่ยังต้องการทำการค้าอยู่ ถ้าปฏิบัติไม่ถูกต้องตามระเบียบสามารถสั่งพักการทำการค้าได้ประมาณ 1 เดือน แต่ถ้ามีความบกพร่องทางกฎหมายสามารถยกเลิกได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่เราใช้อยู่

นายจักกพันธุ์กล่าวว่า ในขณะเดียวกัน กทม.ยังกำลังพิจารณากฎเกณฑ์เรื่องนี้อยู่ เพราะกฎเกณฑ์เหล่านี้ใช้กับผู้ค้าปีต่อปี เพราะหลังจากครบปีมีการขอนำเข้าคณะกรรมการเพื่อต่อไปอีกปีหนึ่ง อยู่ในการพิจารณาว่ากฎเกณฑ์จะมีการแก้ไขหรือไม่ อย่างไรก็ดีการแก้ไขกฎเกณฑ์ การให้ผู้ค้ามาขายบนทางเท้าจะต้องเป็นการทำงานร่วมกันของประชาชนในพื้นที่ ประชาชนทุกคนจะมีส่วนในการเข้ามาแสดงความคิดเห็นของการที่จะมาทำการค้าที่บริเวณดังกล่าว

  • เมื่อถามว่าประชาชนจะมีวิธีการในการร้องเรียนเรื่องนี้อย่างไร

นายจักกพันธุ์กล่าวว่า ถ้าเกิดประชาชนมีปัญหาตรงนี้อาจใช้วิธีการร้องเรียนจุดที่ตรงที่มีปัญหามาได้ แต่ขณะเดียวกันสำนักงานเขตมีหน้าที่ไปตรวจเนื่องจากเป็นที่พื้นที่ดูแล

“ถ้าเกิดเราสามารถทำได้อย่างตรงไปตรงมา และทำความเข้าใจทั้งผู้ประกอบกิจการการค้าอยู่ และดูแลให้ประชาชนสามารถใช้ทางเท้าได้อย่างปลอดภัย ไม่มีปัญหา ผมคิดว่าเราสามารถที่จะใช้ทางเท้าร่วมกันได้” นายจักกพันธุ์กล่าว

  •  เมื่อถามว่าการทำงาน 1 เดือนแรกในฐานะรองผู้ว่าฯเป็นอย่างไรบ้าง

นายจักกพันธุ์กล่าวว่า เรื่องการทำงานเบื้องต้นประการแรก ตนต้องหวังพึ่งข้าราชการทุกคนในกรุงเทพฯที่จะต้องทำงานร่วมกัน

“การทำงานต้องเป็นการทำงานแบบสองทาง หมายความว่าเราอาจจะมีความเห็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ในกรณีผู้ปฏิบัติมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันจะต้องมีการพูดคุยหารือกันได้ ยกตัวอย่าง ซอยตากสิน 40 นี้ หลังจากสำนักงานเขตเสนอเรื่องงบประมาณมาแล้ว ผมเห็นด้วยทุกอย่างว่าต้องทำ แต่สิ่งที่ผมคิดคือแล้วมันจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ เนื่องจากจากช่วงแรกเรายกไป 25 ซม. ช่วงหลังซอยยังไม่ได้ยกไป แต่บ้านอาคารบริเวณนี้ประมาณ 600 หลังคาเรือน ถ้าแก้ปัญหาได้ประชาชน 600 หลังคาเรือนก็จะไม่มีปัญหาน้ำท่วม” นายจักกพันธุ์กล่าว

  • เมื่อถามว่านายชัชชาติเร่งปัญหาในเรื่องนี้หรือไม่

นายจักกพันธุ์กล่าวว่า ไม่ นายชัชชาติได้มอบหมายงานและพูดคุยกัน การมีผู้ว่าฯที่แอ๊กทีฟนั้นหมายความว่าเราจะต้องแอ๊กทีฟตาม สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทาง กทม.ทำอยู่แล้ว จะพยายามทำงานภายใต้การนำของผู้นำทุกคน ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน

  • เมื่อถามว่า 1 เดือนนี้นายชัชชาติทวงงานอะไรบ้างหรือไม่

นายจักกพันธุ์กล่าวว่า เรื่องหาบเร่แผงลอย ต้องทำได้ผลประกอบผลประโยชน์ตามที่ได้มีการวางแผนไว้ถึงการติดตามเรื่องการใช้งบประมาณ หรือเรื่องต่างๆ ที่ได้รับการมอบหมาย เช่น การปลูกต้นไม้ การแก้ไขปัญหาเรื่องการเก็บขยะ ซึ่งพยายามเร่งดำเนินการส่งงานผลจากการทำงานให้นายชัชชาติได้ดู เพราะว่าผลจากการทำงานโดยภาพรวมของทุกคน ผลสำเร็จเป็นของทุกคน