กระดูกพรุน ภัยร้ายใกล้ตัวคนทุกวัย แนะกินแคลเซียมคู่วิตามินดี ‘สูงวัย’ ระวังปัญหาหลังยุบ

2.07.22 | 12:40 น.

กระดูกพรุน ภัยร้ายใกล้ตัวคนทุกวัย แนะกินแคลเซียมคู่วิตามินดี ‘สูงวัย’ ระวังปัญหาหลังยุบ แนะสังเกตเตี้ยลง 4 ซม. รีบพบแพทย์หาทางออก

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 กรกฎาคม ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) หรือเครือมติชน ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำ ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน จำนวน 14 แห่ง หน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตลอดจนภาคเอกชน จัดมหกรรมสุขภาพเฮลท์ แคร์ 2022 ภายใต้ธีม ‘Healthcare 2022 จักรวาลผู้สูงวัย’ ตอกย้ำความแกร่งผู้นำงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน-วันที่ 3 กรกฎาคมนี้


ผช.ศ.นพ.พิชยา ธานินทร์ธราธาร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาออร์โธปิดิกส์ เฉพาะทางด้านโรคมะเร็งกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อน หัวหน้างานศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาล (รพ.) จุฬาภรณ์ กล่าวในเวทีทอล์กหัวข้อ “กระดูกพรุน ภัยเงียบที่มองไม่เห็น” กล่าวว่า โรคกระดูกพรุนสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะเพศใดวัยใด แต่มักจะพบมากในเพศหญิง เนื่องจากสัมพันธ์กับฮอร์โมนที่ลดลงโดยเฉพาะช่วงวัยทอง ที่ระยะ 5 ปีแรกหลังหมดประจำเดือนมวลกระดูกจะลดลงเร็วมาก จึงมีคำแนะนำให้รับประทานแคลเซียมคู่กับวิตามินดีเสริมเพื่อป้องกันและคัดกรองภาวะกระดูกพรุนด้วยเครื่องตรวจมวลกระดูกซึ่งจะเป็นการวินิจฉัยมาตรฐาน เน้นตรวจกระดูกข้อสะโพก และกระดูกสันหลัง

ทั้งนี้ ภาวะมวลกระดูกแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มปกติเกณฑ์สีเขียว ค่ามวลกระดูกจะยังไม่ต่ำมาก แต่คนวัยกลางคนถึงสูงอายุเข้ามาจะพบแพทย์ ก็ตอนที่อยู่ในเกณฑ์สีเหลืองคือ มวลกระดูกเริ่มบาง ซึ่งเราก็จะแนะนำให้รับประทานแคลเซียมวันละ 800-1,000 มิลลิกรัม คู่วิตามินดีเสริม หรือวิตามินรวม ไปจนถึงตรวจสุขภาพกับแพทย์ที่จะมีการตรวจดูระดับแคลเซียม ระดับวิตามินดี ค่าไตของร่างกายเพื่อดูว่าจริงๆ แล้วเราขาดมากหรือน้อยแค่ไหน เพื่อให้เลือกวิตามินดีรับประทานได้อย่างเหมาะสม ส่วนกลุ่มสีแดงคือภาวะกระดูกพรุนจริง มีความจำเป็นในการรักษาเพิ่มเติม เช่น ให้ยาลดการสลายของมวลกระดูก

Advertisement

ผช.ศ.นพ.พิชยากล่าวว่า สำหรับผู้สูงอายุก็ไม่ใช่ทุกรายที่จะพบโรคกระดูกพรุน แต่หากพบความสัมพันธ์ของที่มีประวัติในครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน คนในครอบครัวก็อาจจะมีสิทธิที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้เช่นกัน ทั้งนี้ โรคกระดูกพรุนจะไม่มีอาการชัดเจน แต่ที่เห็นได้ชัดส่วนใหญ่จะพบในผู้หญิงวัยทอง โดยวัยทองจะมีอาการกระสับกระส่าย อารมณ์เปลี่ยน เหงื่อออก ซึ่งสามารถเข้าไปปรึกษาคลินิกวัยทองที่มีแพทย์สูตินารีแพทย์ให้คำปรึกษา ดังนั้น อาการของโรคกระดูกพรุนอาจเกิดร่วมกับอาการของวัยทองได้ด้วย ซึ่งเราก็จะหันมาตรวจกระดูกพรุน อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมาด้วยประวัติส่วนสูงลดลง หรือเกิดอุบัติเหตุล้มกระดูกหัก

“เราควรป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเหล่านี้ ไม่ใช่มาถึงหมอตอนที่กระดูกหักไปแล้ว เราจึงต้องเน้นโฟกัสว่าทำยังไงไม่ให้เกิดกระดูกพรุน ซึ่งมีข้อแนะนำในการเช็กอัพมวลกระดูก โดยเฉพาะผู้หญิงวัยทองอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป หรือข้อบ่งชี้อื่น คือ มีภาวะประจำเดือนหมดก่อนวัยอันควร มีประวัติการผ่าตัดรังไข่มดลูก ทั้งนี้ เป้าหมายการรักษากระดูกพรุนเพื่อป้องกันการเกิดภาวะกระดูกหัก” ผช.ศ.นพ.พิชยากล่าว

ผช.ศ.นพ.พิชยากล่าวว่า สำหรับการรับประทานแคลเซียมเสริมกระดูก สามารถรับประทานได้เรื่อยๆ ได้ในคนทุกวัย ต้องดูเรื่องปัญหาท้องผูกด้วย เพราะว่าแคลเซียมอาจจะก่อให้เกิดปัญหาท้องผูกได้ง่าย เราจึงแนะนำให้กินน้ำเยอะขึ้น หรือการใช้แคลเซียมเม็ดฟู่หรือกินนมพร่องมันเนยรสจืด หรือนมจากพืช ก็มีแคลเซียมที่ทดแทนได้ หรือกินเต้าหู้ ปลาตัวเล็ก รวมถึงการเดินออกกำลังกายในช่วงเช้าจะได้รับวิตามินดี ช่วยให้ผิวหนังสังเคราะห์วิตามินดีได้ด้วย ทั้งนี้ วิตามินดีนั้นจะเข้าไปกระตุ้นให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมกับเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น ซึ่งการเดินจะต้องให้ได้ความเร็วที่เหงื่อเริ่มออก ต่อเนื่องครั้งละอย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เป็นประจำ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม ผช.ศ.นพ.พิชยากล่าวว่า สิ่งที่เรากลัวในผู้สูงอายุคือ 1.ภาวะกระดูกหลังยุบ ซึ่งผู้ป่วยจะหลังค่อม ตัวยื่นมาด้านหน้า สาเหตุหนึ่งเกิดจากภาวะของกระดูกที่พรุน ทำให้ส่วนสูงลดลง ข้อสังเกตคือจะลดลงประมาณ 4 เซนติเมตร ต้องไปพบแพทย์ เพราะภาวะดังกล่าวจะส่งผลให้หลังค่อม ปวดหลังเรื้อรัง การรักษาอาจใช้วิธีผ่าตัด หรือฉีดซีเมนต์เข้าไปเพื่อเย็บติดส่วนที่ยุบ หรือใส่เหล็กดัดแก้หลังค่อม 2.ปัญหากระดูกข้อสะโพกหัก ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเดินไม่ได้ บางคนต้องเป็นภาวะติดเตียง โดยเราจะต้องผ่าตัดใส่โลหะดามกระดูกหรือผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก

“ข้อสำคัญของการรักษา ข้อกระดูกหลังยุบ คือป้องกันไม่ให้ข้อต่อไปยุบ และไม่เกิดภาวะกระดูกพรุนและหัก” ผช.ศ.นพ.พิชยากล่าว

ผช.ศ.นพ.พิชยากล่าวต่อว่า ปัจจุบันคนยังเข้าใจผิด จึงต้องเรียนว่า การปวดข้อกระดูก ข้อเสื่อม ปวดหลัง กับภาวะกระดูกพรุนคนละเรื่องกัน ฉะนั้น การกินแคลเซียมเพื่อหวังให้ไปรักษาการปวดข้อเสื่อม ตรงนี้ไม่สามารถช่วยได้ ทั้งนี้ เราต้องไปดูว่าภาวะข้อเสื่อมส่งผลต่ออะไรต่อร่างกาย เช่น ปวดหลัง ปวดเข่า หรือมีการเคลื่อนไปทับกระดูกสันหลัง อย่างไรก็ตาม ที่เราเห็นคนใส่สายรัดเอวเป็นบล็อกหลัง นั่นเป็นการช่วยภายนอก แต่เป็นการช่วยชั่วคราว แต่หากอยู่ในจุดที่เสื่อมมากๆ ก็อาจจะไม่ช่วยอะไร

ผช.ศ.นพ.พิชยากล่าวว่า การแนะนำออกกำลังกายของผู้ที่มีภาวะหลังค่อม สามารถใช้การยืดโครงสร้างกล้ามเนื้อได้เพราะผู้ที่หลังค่อมมักมีอาการปวดหลังร่วมด้วย ซึ่งแนะนำให้ออกกำลังกาย หากไม่ได้มีปัญหากล้ามเนื้อหัวไหล่ยึด ก็สามารถใช้การดึงข้อโหนบาร์ หรือการฝึกนอนคว่ำ ฝึกท่าสะพานโค้ง และสิ่งที่ต้องระวังมากๆ คือการล้ม ที่จะทำให้กระดูกของผู้สูงอายุที่บางอยู่แล้ว เกิดหักขึ้น จึงต้องเลือกสวมรองเท้าที่มีดอกยางมากๆ และระวังการเดินลื่นล้มมากๆ

นอกจากนี้ สำนักพิมพ์มติชน ได้ตั้งบูธ Healthy Book Fair บริเวณโถงเข้า สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ จำหน่ายหนังสือในเครือมติชน และเพื่อนสำนักพิมพ์ ในราคาพิเศษ โดยหนังสือขายดีและหนังสือหมวดสุขภาพ ลดถึง 20 เปอร์เซ็นต์ และลดทั้งบูธสูงสุด 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตั้งแต่ช่วงชาวมีผู้แวะเวียนมาเลือกซื้อไม่ขาดสาย

ร่วมสร้างสังคมผู้สูงวัยให้แข็งแรงและมีความสุขไปด้วยกัน ใน ‘Healthcare 2022 จักรวาลผู้สูงวัย’ โดยเครือมติชน จนถึงวันพรุ่งนี้ (3 กรกฎาคม) เข้างานได้ตั้งแต่เวลา 10.30-20.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์