‘ชัชชาติ’ ไม่รอแล้ว! สั่งดูสัญญาสร้างเขื่อน ลุยลอกคลองลาดพร้าว

3.07.22 | 23:09 น.

‘ชัชชาติ’ ไม่รอแล้ว! สั่งดูสัญญาสร้างเขื่อน ลุยลอกคลองลาดพร้าว

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 กรกฎาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เดินเท้าเลียบคลองเปรมเยี่ยมโครงการบ้านมั่นคง ชุมชนประชาร่วมใจ 2 ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และชุมชนประชาร่วมใจ 1 ที่กำลังก่อสร้าง รวมถึงชุมชนสามัคคีเทวสุนทร เพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนและการพัฒนาที่อยู่อาศัย พร้อมด้วย นายพรเลิศ เพ็ญพาส ผู้อำนวยการเขตจตุจักร และนายอภิวัฒน์ ด่านศรีชาญชัย ส.ก.เขตจตุจักร

ในตอนหนึ่ง นายชัชชาติเอ่ยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในเขตจตุจักรว่า เขตจตุจักรมีจุดเด่นเป็นศูนย์กลางเหมือนกับเป็นฮับ การเดินทางเป็นเรื่องสำคัญ ปัญหาขณะนี้คือประเด็นการก่อสร้างและน้ำท่วมห้าแยกลาดพร้าวซึ่งจะส่งผลต่อการจราจรติดขัด

“เขตจตุจักรอยู่กลางเมือง เป็นเขตที่มีประชากรเยอะ 1.5 แสนคน เพราะฉะนั้นปัญหาขยะ เรื่องชุมชนแออัดที่มีจำนวน 21 แห่ง จึงเป็นปัญหาที่คู่กันไป มีชุมชนแออัดเยอะ เนื่องจากมีแหล่งงาน คนก็มาอยู่ใกล้แหล่งงาน” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่อยู่อาศัยบริเวณการสร้างเขื่อนที่มีปัญหาการระบายน้ำจะมีการจัดการอย่างไร

นายชัชชาติกล่าวว่า เรื่องนี้ กทม.ไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง เป็นเรื่องของกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) อย่างไรก็ตาม กทม.อาจช่วยอำนวยความสะดวกและเป็นตัวกลาง

Advertisement

“ทางเขตแจ้งมาว่าเขื่อนจะเสร็จในปีหน้า พอเขื่อนเสร็จแล้วการย้ายบ้านไม่นาน แต่ขึ้นอยู่กับ 2 อย่าง คือ 1.ความร่วมมือของชุมชน ต้องมีการออม จัดตั้งสหกรณ์ ข้อดีคือมีตัวอย่างของความสำเร็จแล้ว ตรงนี้จะทำให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่ก่อนพอไม่มีโครงการที่สำเร็จก็ไม่แน่ใจ พอเห็นชีวิตเพื่อนบ้านที่ดีขึ้น ผมเชื่อว่าจะทำให้คนเห็นตัวอย่างและมาร่วมโครงการมากขึ้น และ ผอ.เขตก็ต้องขยายความสำเร็จของโครงการให้คนในพื้นที่เห็นว่าอยู่แล้วมั่นคงขึ้น

“อยู่ที่นี่ข้อเสียอย่างเดียวคือ การอยู่ริมคลองอาจจะไม่ต้องเสียเงิน แต่ผิดกฎหมาย ซึ่งที่อาศัยตรงนี้มีค่าใช้จ่าย ผ่อนเดือนละ 3,000 กว่าบาท แต่ต้องพูดให้เข้าใจคือการแลกกับความมั่นคงของชีวิตในอนาคต มีที่อยู่ 30 ปี เพราะไม่รู้ว่าอยู่ริมน้ำจะถูกไล่เมื่อไร ต้องเรียนว่านี่เป็นผลงานของรัฐบาลที่ดีมากในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อถามถึงการเร่งรัดการสร้างเขื่อนเพื่อแก้ปัญหาการระบายน้ำท่วม นายชัชชาติกล่าวว่า เรื่องการเร่งรัด ผมว่าไม่คอยแล้ว บางส่วนได้เริ่มนำรถไปตักขุดลอกคลองแล้ว คลองลาดพร้าวเป็นตัวหลักในการระบายน้ำของพื้นที่ที่ประชาชนอยู่หนาแน่น และการระบายน้ำค่อนข้างช้า ดังนั้น ต้องดูว่าน้ำลงไปอย่างไร ไปอุโมงค์ หรือไปคลองบางซื่อ แต่พอเขื่อนไม่เสร็จก็ลำบาก เริ่มสั่งการแล้วว่าให้ไปดูสัญญาให้ดี และถ้าไม่เสร็จจริงให้ทำตามกฎหมาย ถ้าต้องยกเลิกก็ยกเลิก และหาคนใหม่มาทำ อะไรทำได้ทำก่อน

“ผมว่าต้องเร่ง เห็นปัญหาอยู่ แต่มีความคืบหน้าไปพอสมควร แต่ถ้าทำไม่ได้คงต้องขุดลอกไปก่อน เอาที่ทำได้ก่อน เพราะฉะนั้นผมว่าต้องแยกปัญหากัน ปัญหาน้ำท่วมก็ต้องแก้ไขไปก่อน เท่าที่ทำได้ สมัยมีชุมชนอยู่อาจจะตักไม่มาก แต่ต้องผลักดันน้ำในรูปแบบอื่น” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อถามว่าบ้านที่อยู่ในพื้นที่ดั้งเดิมจะมีการจัดการอย่างไร นายชัชชาติกล่าวว่า บ้านบริเวณชุมชนแห่งนี้เมื่อก่อนอยู่ริมเขื่อน ถ้าไม่มีบ้านมั่นคงน้ำก็สามารถไหลระบายผ่านคลองได้ น้ำไม่ท่วม แต่บ้านมั่นคงมาทำให้กั้นและเกิดน้ำท่วม ไม่สามารถระบายน้ำลงได้ และระบบระบายน้ำไม่ได้มาทางบ้านมั่นคง ซึ่งรับทราบปัญหา และจะไปดูให้

เมื่อถามถึงกรณีข้อเรียกร้องเรื่องทางเดินมืด นายชัชชาติกล่าวว่า มีเรื่องรอเรียน 3 เรื่อง คือไฟไม่สว่าง เรื่องกล้องซีซีทีวี และเรื่องลูกระนาดบนทางเพราะรถจักรยานยนต์เดินทางผ่านตรงนี้สะดวก ก็จัดทำลูกระนาดเพื่อให้รถจักรยานยนต์วิ่งช้าลง เรื่องนี้ต้องให้เขตถามประชาชนให้แน่ก่อนว่าต้องการลูกระนาดหรือไม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง