เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่บุคคลและองค์กรที่ร่วมรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ จำนวน 95 หน่วยงาน เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี ของมูลนิธิฯ ที่โรงแรมเอเชีย ราชเทวี โดยมีนายพลากร สุวรรณรัตน์ องคมนตรี เป็นประธานมอบ ซึ่งหนึ่งในองค์กรที่ได้รับโล่มีหนังสือพิมพ์มติชนร่วมอยู่ด้วย
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นแบบอย่างและเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ของประชาชนทั้งในประเทศ ภูมิภาค และในโลก พระองค์ได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายโล่เชิดชูพระเกียรติจากองค์การอนามัยโลก เมื่อปี 2543 ดังที่มีการจารึกว่า “ในฐานะที่ทรงเป็นผู้นำทางจิตใจที่มุ่งมั่นและกอปรด้วยพลัง ทรงเป็นแบบอย่างทางสาธารณสุข ได้ทรงสร้างแนวทางตลอดจนบริบททางวัฒนธรรม ที่สนับสนุนกิจกรรมเพื่อการไม่สูบบุหรี่ที่โดดเด่นที่สุดในเอเชีย อีกทั้งได้พระราชทานแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่แก่ราษฎรของพระองค์ ประชาชนในภูมิภาคและในโลก”
ศ.นพ.ประกิตกล่าวว่า การป้องกันนักสูบหน้าใหม่เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะสำรวจพบว่า คนไทยที่ติดบุหรี่กว่าครึ่งเริ่มสูบก่อนอายุ 17 ปี และเมื่อติดแล้วมีเพียงร้อยละ 27 เท่านั้น ที่สามารถเลิกได้ อีกกว่าร้อยละ 70 จะติดตลอดชีวิต ดังนั้น หากสามารถป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี ไม่ให้เริ่มสูบบุหรี่ ก็จะช่วยหยุดการเติมนักสูบหน้าใหม่เข้าสู่วงจรการสูบ การป่วย และการตายจากบุหรี่ รวมทั้งจะเป็นการป้องกันเยาวชนจากการก้าวไปสู่สิ่งเสพติดและอบายมุขที่ร้ายแรงชนิดอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งจากข้อมูลของ น.ส.ศรัณญา เบญจกุล อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าสถานการณ์การสูบบุหรี่ของคนไทยในช่วง 24 ปี (พ.ศ.2534 -2558) พบว่าจำนวนผู้สูบบุหรี่ลดลงจาก 12.2 ล้านคน ในปี 2534 เป็น 10.9 ล้านคน ในปี 2558 ในจำนวนนี้พบว่าเป็นเด็กที่มีอายุ 15-18 ปี 3.1 แสนคน หากปกป้องเด็กสำเร็จ จะลดนักสูบหน้าใหม่ได้ถึงร้อยละ 90
ศ.นพ.ประกิตกล่าวว่า พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 ที่ใช้มากว่า 24 ปี ยังมีช่องโหว่ที่ธุรกิจยาสูบสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการล่านักสูบหน้าใหม่มาโดยตลอด เพราะธุรกิจยาสูบต้องการเด็กเข้ามาเป็นลูกค้าใหม่เพื่อทดแทนผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่ที่ทยอยลดลงเพราะป่วยและตายหรือเลิกสูบ

