หน้าแรก ในประเทศ ข่าวหน้า 1 &#...

ข่าวหน้า 1 “รัฐบาลเทิดพระเกียรติร.5-ร.9 พระบิดาข้าวไทยด้านปฏิรูปกับวิจัย-พัฒนา”

1.11.16 | 15:27 น.

สมเด็จพระเทพฯ-ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ โปรดเกล้าฯให้ประชาชนเข้าไปกราบพระบรมศพในช่วงราชพิธีได้ นายกฯนำตรวจท้องสนามหลวง


‘พระเทพฯ’เสด็จฯพิธีเช้า

เมื่อเวลา 06.56 น. วันที่ 31 ตุลาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ คุณพลอยไพลิน เจนเซน และคุณสิริกิติยา เจนเซน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงเช้า ทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพ ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารเป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์ แสดงปางห้ามญาติหรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดราชสิทธาราม ราชวรวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรม

ต่อมาเวลา 08.00 น. ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตามที่มีพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ มีประชาชนมาเข้าแถวตั้งแต่ตี 2 โดยเจ้าหน้าที่เปิดให้เข้าแถวทางฝั่งศาลฎีกา ก่อนจะเดินออกจากสนามหลวงด้านประตูฝั่งกรมศิลปากร และต่อแถวเข้าเต็นท์ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้บนถนนหน้าพระธาตุ และเดินเข้าประตูวิเศษไชยศรี โดยวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพในเวลา 05.15 น.

Advertisement

หลังจากกราบถวายบังคมแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพพระบรมโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว และยาดมสมุนไพร สูตรผ่อนคลาย ร่วมถวายเป็นพระราชกุศล จากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ สถานีอนามัยพระราชทานนาม และมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร แก่พสกนิกรที่มาร่วมกราบถวายบังคมทุกคน

ไม่ถอยฝนตกหนักช่วงเย็น

ทั้งนี้เวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาส วรมหาวิหาร

เวลา 19.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง บำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระพิธีธรรมจาก วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร สวดพระอภิธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงบ่ายที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง บรรยากาศเป็นไปด้วยความมีระเบียบเรียบร้อย แม้จะมีฟ้ามืดครึ้มในช่วงบ่าย แต่ไม่มีฝนตกแต่อย่างใด โดยประชาชนจากทั่วทุกสารทิศยังคงเดินทางเข้ามาสักการะพระบรมศพ โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้ทุกคนถอดรองเท้าบริเวณกำแพงด้านทิศตะวันตก ก่อนตั้งแถวเรียงสองขึ้นไปสักการะบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก่อนจะเดินออกทางประตูเทวาภิรมย์ โดยแต่ละคนต่างน้ำตาคลอและกอดพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชไว้แนบอก ก่อนที่จะมีสายฝนตกหนักลงมาเวลา 18.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ได้นำร่มมากางให้ประชาชนกันฝนตลอดทาง

บริการยืมชุดเข้าสักการะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเรื่องการแต่งกายขึ้นกราบถวายบังคมพระบรมศพ นอกจากมีกลุ่มจิตอาสานำเสื้อ ผ้าถุง รองเท้าหุ้มส้นสีดำที่ถูกระเบียบ มาให้ประชาชนได้ยืมสวมใส่แล้ว สำนักพระราชวังได้มีให้บริการแก่ประชาชนเช่นกันที่ห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านขวาของประตูวิเศษไชยศรี ภายในพระบรมมหาราชวัง หรือหากประชาชนที่ยังแต่งกายไม่เรียบร้อยก็จะให้มาเปลี่ยนเสื้อผ้าและผ้าถุงที่ห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพียงนำบัตรประชาชนมาแลกให้แก่เจ้าหน้าที่ และเมื่อใช้งานเสร็จก็นำมาแลกคืนที่เดิม พร้อมรับบัตรประชาชนคืน

นร.อายุ15มาเองจากเชียงใหม่

น.ส.เกณิกา ปันสุพฤกษ์ อายุ 15 ปี และนายเดชาธร ปัทวิง อายุ 15 ปี นักเรียนโรงเรียนเทพบดินทร์วิทยา จ.เชียงใหม่ ซึ่งเดินทางมาด้วยกัน 2 คน ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม กล่าวว่า มาท้องสนามหลวงเพื่อต่อแถวเมื่อช่วงตี 2 วันนี้ อยากจะมากราบถวายบังคมพระบรมศพสักครั้งในชีวิต เมื่อได้เข้าไปข้างในสมกับที่ตั้งใจไว้ ก่อนมาได้บอกพ่อและแม่ว่าจะมาที่นี่ แม้ว่าจะไกลบ้านแต่ก็อนุญาตและอยากให้มา แม้จะรอนาน 4-5 ชั่วโมง แต่ก็เทียบกันไม่ได้กับตลอดระยะเวลา 70 ปีที่พระองค์ทรงงานหนักตลอดมา ส่วนตัวเป็นนักดนตรีแซกโซโฟน ทำให้ประทับใจพระอัจฉริยภาพของพระองค์ในด้านดนตรี ทั้งพระราชนิพนธ์เพลงและทรงเล่นเครื่องดนตรีได้ทุกชนิด ทุกครั้งที่ได้บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ทำให้รู้สึกเป็นเกียรติมาก ทรงเป็นต้นแบบของนักดนตรี

น.ส.อชิตา คงสง อายุ 36 ปี จาก จ.ภูเก็ต กล่าวพร้อมร่ำไห้หลังขึ้นกราบถวายบังคมพระบรมศพว่า ออกจากภูเก็ตมาถึงกรุงเทพฯตั้งแต่วันเสาร์ (29 ตุลาคม) ตั้งใจจะมากราบถวายบังคมตั้งแต่เมื่อวานแต่ฝนตกหนักมากมาไม่ถึงที่นี่ จึงตั้งใจมาวันนี้ตั้งแต่ตี 2 และจะขับรถกลับหลังจากนี้ทันทีเพราะแต่ละคนลางาน และลาเรียนมาบ้าง แต่ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหนก็ขอให้ได้กราบด้วยตัวเอง เมื่อเกิดเหตุแบบนี้ทุกคนในบ้านก็อยากมาให้เร็วที่สุด ทั้งย่า ทวด ทุกคนในบ้าน ตื่นขึ้นมาแต่งตัวกันตั้งแต่เที่ยงคืนเพราะอยากให้ถูกระเบียบที่สุด

ปลาบปลื้มเคยเข้าเฝ้าฯตอนเด็ก

นางสุเพ็ญ เชื้อกุลชาติ อายุ 60 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า เดินทางมาตั้งแต่เย็นวันที่ 29 ตุลาคม ถึงกรุงเทพฯเช้าวันอาทิตย์ พักหนึ่งคืนแล้วตั้งใจมาถวายสักการะพระบรมศพวันนี้ เดินทางมาเข้าแถวตั้งแต่ 04.00 น. และได้เข้ามาสักการะเวลา 07.00 น. นับว่าเป็นบุญมากที่ได้มา จำได้ว่าเคยเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์ตอนที่ตัวเองยังเด็ก พระองค์เสด็จฯยังอำเภอทุ่งใหญ่ ตอนนั้นยังเป็นบ้านป่า ถนนลูกรัง เดินทางลำบาก พระองค์เสด็จฯ มาทรงเยี่ยมเยียนประชาชน จากที่ไม่มีน้ำใช้ บางครั้งก็น้ำท่วม ไม่มีไฟฟ้าใช้ พระองค์ทรงสร้างอ่างเก็บน้ำทำให้สามารถปลูกพืชผัก ทำนาได้ จึงซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างมาก

น.ส.นริสสา สีรักษ์ อายุ 35 ปี ชาว จ.สกลนคร กล่าวว่า รู้สึกรักและเทิดทูนอยากจะกลับมาสักการะพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ได้มาร่วมลงแสดงความอาลัยกับลูกชายแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ

“ครั้งที่มาก็จะพบประชาชนจำนวนมากจริงๆ ก็มีเหนื่อยบ้างลูกชายก็งอแงบ้าง แต่เราจะบอกเขาเสมอว่าคนอื่นก็เหนื่อยเหมือนกัน แล้วในหลวงทรงทำเพื่อคนไทยท่านเหนื่อยยิ่งกว่า เพราะฉะนั้นเราต้องอดทน ความเหนื่อยของเรามันแค่เล็กน้อยนิดเดียวเท่านั้น” น.ส.นริสสากล่าว

มิสแกรนด์ร่ำไห้กราบพระบรมศพ

ด้านฝ้าย-สุภาพร มะลิซ้อน มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2016 และเอริสก้า บุตรี เพิร์ทติวี มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2016 ได้เดินทางมาสักการะพระบรมศพ ในนามของมูลนิธิมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โดย น.ส.สุภาพร ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อสักการะพระบรมศพเสร็จสิ้น โดยกล่าวว่า ตั้งแต่ได้รู้ข่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชสวรรคต ตอนนั้นกำลังทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทย ประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนลอยู่ รู้สึกตกใจ เป็นความรู้สึกที่พูดไม่ออก บรรยายออกมาไม่ได้ ถือเป็นความสูญเสียยิ่งใหญ่มากที่สุดสำหรับคนไทย ซึ่งระหว่างการประกวดเพื่อนนางงามชาติอื่นๆ ก็ต่างมีน้ำตากับการสูญเสียครั้งนี้โดยไม่ต้องบอก เพียงแค่เพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้น

ด้าน เอริสก้ามิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนลคนล่าสุด ชาวอินโดนีเซีย กล่าวว่า แม้จะไม่ใช่คนไทย และไม่รู้ประวัติ และเรื่องราวของประเทศไทยมากนัก แต่ก็รู้สึกเสียใจ ผิดหวัง และเจ็บปวดกับการสูญเสียครั้งนี้ของคนไทย รวมทั้งเคารพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมาก อยากให้คนไทยเข้มแข็งผ่านจุดนี้ไปให้ได้

สมเด็จพระบรมฯทรงห่วง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ และลงนามแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ นำอาหาร ขนม ผลไม้ และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานวันนี้ ประกอบด้วย มื้อเช้า ข้าวขาหมู 500 ชุด แซนด์วิช 1,000 ชุด นมกล่องหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวัน ข้าวเทอริยากิไก่ 2,000 ชุด ซูชิ 1,000 ชุด ของว่างมื้อบ่าย ขนมไทย คุกกี้ และน้ำกระเจี๊ยบดอยคำ มื้อเย็น ข้าวพะแนงหมู ข้าวพะแนงไก่ ข้าวซี่โครงหมูอบ อย่างละ 1,000 ชุด ขณะเดียวกันมีน้ำสมุนไพรจำนวน 700 ลิตร ให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กองงานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เปิดเผยว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีรับสั่งให้จัดอาหารที่ดีแก่ประชาชน โดยทรงโปรดให้แจกจ่ายอาหารที่ปรุงสดใหม่ เพื่อให้รับประทานได้เลยทันที

‘พระองค์โสม’ประทานไก่ทอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ผู้แทนพระองค์ นำข้าวไก่ตุ๋นเห็ดหอม และน้ำดื่ม มาพระราชทานให้กับประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพ ที่บูธที่ 11 มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ขณะที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นการส่วนพระองค์มายังรถหน่วยเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย บริเวณหน้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ เพื่อทรงทอดไก่ประทานพร้อมข้าวเหนียวให้แก่พสกนิกรที่มาสักการะพระบรมศพ วันนี้ได้เตรียมไก่ทอดประทานจำนวน 1,300 กิโลกรัม และข้าวเหนียวจำนวน 500 กิโลกรัม พร้อมผลไม้ คือ แอปเปิลกับมะม่วง โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงมีพระพักตร์แจ่มใส แย้มพระสรวลตลอดเวลาที่ทรงทอดไก่ โดยมีประชาชนจำนวนมากต่อแถวรอรับไก่ทอดข้าวเหนียวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

ทักทาย - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.โบกมือทักทายประชาชน ภายหลังตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชน ที่สนามหลวง เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม
ทักทาย – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.โบกมือทักทายประชาชน ภายหลังตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชน ที่สนามหลวง เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม

‘ประยุทธ์’มอบแนวทางดูแลปชช.

ที่ท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) พล.ท.อภิรักษ์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุม เพื่อรับฟังสรุปการดูแลการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ที่มาถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

‘พระเทพฯ’ให้ปชช.เข้าช่วงพระราชพิธี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในที่ประชุมว่า ขอบคุณอีกครั้งสำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกส่วน ซึ่งตนเข้ามาในครั้งนี้มีความเรียบร้อยมากขึ้น ช่วงนี้ถือว่าอยู่ในระยะที่ 2 มีประชาชนจากต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาจำนวนมาก จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนอย่างดี ทั้งในช่วง 50 วัน 100 วัน หรือ 1 ปี จะต้องอยู่ในแผนล่วงหน้าทั้งสิ้น ว่าจะสามารถรองรับคนได้เท่าไร และขอให้ทำงานเชิงรุก มองไปข้างหน้าไม่ใช่แก้ปัญหาไปวันๆ พร้อมกันนี้ต้องมีแผนเผชิญเหตุ พร้อมรับมือในสถานการณ์ที่ปกติและไม่ปกติ ใครทำความผิดต้องจับกุมให้ได้

“การต่อคิวเข้าแถวสักการะพระบรมศพนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้โปรดเกล้าฯให้ประชาชนเข้าไปกราบพระบรมศพในช่วงพิธีได้ เรื่องแบบนี้เราจะคิดเองไม่ได้ เพราะเป็นระเบียบของสำนักราชวังที่มีมากว่า 100 ปีแล้ว และขอประชาชนอย่าไปต่อว่าเจ้าหน้าที่และให้เจ้าหน้าที่ไปดูเรื่องการจัดคิวว่าจะมีการระบุรายชื่อได้หรือไม่ เพื่อป้องกันการแทรกคิว” นายกฯกล่าว

จัดระเบียบ’แจกของ-อาหาร’

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องการเดินทาง หากพบคนขับรถมีอาการมึนเมาให้ลงจากรถและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โดยจะตั้งจุดตรวจแอลกอฮอล์มากขึ้น ขณะเดียวในโซเชียลมีเดียมีการบิดเบือน จึงต้องทำความเข้าใจ อยากให้ กทม.ไปดูว่าจะสามารถนำพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผลงานของรัฐบาลหรือนโยบายของรัฐบาลมาเปิดฉายผ่านจอโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดในพื้นที่ท้องสนามหลวงได้หรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับผู้ที่มารับของแจก โดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้ามาถวายสักการะ อย่าไปไล่ เพราะถือเป็นการทำทาน แต่คนเหล่านี้ขอให้เบาๆ ลงหน่อย จะต้องตรวจสอบมีการเข้า-ออกกันคนละกี่ครั้ง โดยจะต้องลงทะเบียนทุกครั้ง เรื่องของแจกหรืออาหารการกินมีมาก ขอให้เอาไปช่วยคนจน หรือหาสถานที่ตามวัดเปิดเป็นโรงทาน ส่วนของแห้งขอให้เอาไปช่วยเหลือน้ำท่วม การแจกของต้องมีการจัดระเบียบอย่างเหมาะสม เหล่าศิลปินดาราสามารถมาแจกของได้ แต่ต้องดูความเหมาะสม อยากให้มีการประชาสัมพันธ์เรื่องพระราชพิธีต่างๆ ให้มากขึ้น โดยอาจมีการแถลงข่าวเป็นรายชั่วโมงหรือสามชั่วโมง สื่อออกไปให้คนได้รู้เพื่อที่ชาวต่างชาติจะได้เข้าใจมากขึ้น

‘บิ๊กตู่’ปลอบร่ำไห้คิดถึง’ในหลวง’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังประชุมเสร็จสิ้น นายกฯพร้อมคณะได้เดินตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และทักทายประชาชน โดยระหว่างเข้าเยี่ยมเต็นท์โรงพยาบาลสนาม พล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าสวมกอดนางพาส บัวแสง อายุ 61 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ที่นั่งรถเข็นมารอพบนายกฯ พร้อมหลั่งน้ำตาระบายความโศกเศร้าเสียใจ ระบุว่าคิดถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ถามสารทุกข์สุกดิบและให้กำลังใจ ว่าต้องต่อสู้ต่อไป ขอให้อดทนแล้วจะผ่านอุปสรรคทั้งหลายได้

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะเบื้องหน้าพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ว่า ในภาพรวมมี ศตส.ดูแลและรายงานทุกวัน ทุกหน่วยงานร่วมมือกันพยายามทำทุกอย่างเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน แต่มีประชาชนบางคนที่ไม่สมหวัง เพราะมีคนจำนวนมากจึงจำเป็นต้องเข้าคิว คตส.กำลังหาวิธีการที่ดีที่สุดที่ให้ประชาชนเดินทางมาแล้วไม่ต้องรอคอยเป็นวัน

‘ศานิตย์’เผยจัดเข้าคิวดีขึ้น

ที่บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงช่วงเช้าที่ผ่านมาทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง และคิดว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ โดยคนที่มาส่วนใหญ่จะเริ่มให้เข้ามา

ตอนตี 3 เพราะเปิดให้เข้าจองคิวตอนตี 4 นอกจากนี้ ยังมีจุดตรวจค้นของมีคมทุกชนิดก่อนเข้าสู่บริเวณท้องสนามหลวง และขอฝากถึงพี่น้องประชาชนว่าหากพกกระเป๋าหรือถุงให้สะพายไว้ด้านข้างหรือข้างหน้า เพื่อป้องกันการล้วงกระเป๋า ส่วนผู้ที่คิดจะเข้ามาฉวยโอกาสว่า ทางการมีกองกำลังคุมเข้มงวดคอยสอดส่องพวกล้วงกระเป๋า ขอให้ระวังตัวกันให้ดี ถ้ายังทำจะต้องโดนมาตรการเด็ดขาด

เล็งใช้ม.397เอาผิดกักตุน

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า ส่วนกรณีประชาชนบางกลุ่มกักตุนสิ่งของที่จิตอาสานำมาแจกในพื้นที่ท้องสนามหลวง กำลังพิจารณาข้อกฎหมายว่าสามารถเอาผิดกลุ่มหรือบุคคลดังกล่าวอย่างไรบ้าง อาจจะมีการนำประมวลกฎอาญามาตราที่ 397 ที่ระบุผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท มาใช้ ทั้งนี้ ไม่อยากให้มีการพิจารณาเอาผิดแต่เพื่อเป็นการปรามกลุ่มบุคคลดังกล่าวก็อาจจะต้องพิจารณาใช้

ศึกษาจองคิวออนไลน์

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการประชาสัมพันธ์การจัดระเบียบ ขั้นตอนการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพว่า เดิมมีการแจกบัตรคิวทีละคิว วิธีการนี้ใช้เวลามาก จึงใช้วิธีการจัดคิวแบบเป็นกลุ่ม เข้าไปแบบชุด ทำให้เร็วขึ้น จากเดิมรับคนได้วันละ 10,000 คน ก็เพิ่มเป็น 30,000 คน ถือเป็นการอำนวย

ความสะดวกแก่ประชาชนได้เต็มที่ สำหรับกระแสข่าวว่าจะมีการใช้วิธีการจองคิวล่วงหน้าทางระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้น ยืนยันว่ายังคงใช้ระบบเดิม เพียงแต่ผู้บังคับบัญชาต้องการให้ลองไปคิดการแจกบัตรออนไลน์ด้วยว่าสามารถจะนำมาใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ ถ้ามีประโยชน์ก็นำมาใช้

ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิต รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผู้อำนวยการ (กอร.รส.) กล่าวว่า ศตส.เห็นชอบแนวคิดการจองคิวเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพทางออนไลน์ โดยมอบหมายกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปศึกษาแนวทางการปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับคนที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี เบื้องต้นอาจจะกำหนดสัดส่วนตัวเลขคนที่จะจองคิวออนไลน์กับคนที่เดินทางมาด้วยตัวเองให้เกิดความเหมาะสม

สรุปยอด17วันกิจกรรมไว้อาลัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยสรุปยอดการดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในส่วนของต่างหวัด มีประชาชนลงนามแสดงความไว้อาลัย ณ วันที่ 30 ตุลาคม จำนวนทั้งสิ้น 116,505 ราย และตั้งแต่วันที่ 14-30 ตุลาคม จำนวนทั้งสิ้น 4,604,960 ราย กิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยกิจกรรมสวดพระอภิธรรม ตั้งแต่วันที่ 14-30 ตุลาคม มีจำนวนทั้งสิ้น 7,119,543 คน กิจกรรมทำบุญตักบาตร มีจำนวนทั้งสิ้น 2,410,720 คน และกิจกรรมอื่นๆ จำนวนทั้งสิ้น 1,837,944 คน

รบ.เชิดชู’พระบิดาพัฒนาข้าว’

ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรีเรื่องการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็น “พระบิดาแห่งการปฏิรูปข้าวไทย” และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เป็น “พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย” โดยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการปฏิรูปและพัฒนาแนวทางการผลิตข้าว และการวิจัยและพัฒนาข้าวไทยในห้วงแห่งรัชกาลตามลําดับ ทําให้ข้าวไทยได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์ การวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ การจัดระบบชลประทานที่เหมาะสม การขนส่งและการพัฒนาระบบการผลิตโดยรวมประเทศไทยจึงมีความมั่นคงทางด้านอาหาร และส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

รัฐบาลสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณและน้อมรําลึกในพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพของสองพระองค์ รวมทั้งเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติทั้งสองพระองค์ในโอกาสครบรอบ 100 ปี งานวิจัยข้าวไทย ในปี 2559 คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงได้ลงมติเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2559 เห็นชอบ 1.ให้เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็น “พระบิดาแห่งการปฏิรูปข้าวไทย” 2.ให้เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เป็น “พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย”