สายไหมต้องรอด พาลูกหนี้ดอกเบี้ยสูงร้อง สน.มีนบุรี หลังถูกคิดดอกร้อยละ 60 จนคิดสั้นปลิดชีพหนีปัญหา
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม ที่ สน.มีนบุรี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พา นางบุญตรี ชาวกล้า อายุ 45 ปี เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม รอง ผบก.น.3 หลังกู้เงินนอกระบบเป็นจำนวน 70,000 บาท โดยมีดอกเบี้ยร้อยละ 60 อีกทั้งยังถูกข่มขู่ทำร้ายร่างกายเมื่อไม่มีเงินจ่ายหนี้
นางบุญตรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อประมาณต้นปี 2565 มีปัญหาทางด้านการเงิน จึงตัดสินใจกู้เงินนอกระบบ 70,000 บาท กับเจ้าหนี้รวม 7 เจ้า โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 60 หรือดอกเบี้ยวันละ 200 บาท โดยได้รู้จักเจ้าหนี้ผ่านการแจกใบปลิวตามเสาไฟฟ้าและอาคาร โดยที่ผ่านมาได้ส่งดอกเบี้ยตลอด แต่เพิ่งขาดส่งได้เพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น เนื่องจากปัญหาสภาพเศรษฐกิจไม่ดี จึงทำให้ไม่มีงานตัดเย็บเสื้อผ้าโหล และวิ่งรถสองแถวของสามี ทางเจ้าหนี้จึงส่งข้อความและเซลส์ทวงเงินมาข่มขู่และทำลายทรัพย์สินที่บ้านเช่า นอกจากนี้ยังมีการไปดักรอลูกชายและลูกสาวที่บริเวณหน้าโรงเรียน ส่งผลทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย จึงคิดสั้นจบชีวิตยกครัวเพื่อหนีปัญหา เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับผลกระทบเหมือนครอบครัวของเพื่อนบ้าน ที่ก่อนหน้านี้เคยถูกแก๊งเงินกู้ทำร้ายร่างกาย โดยลูกของตนรับทราบปัญหามาโดยตลอด ด้านลูกชายคนโตได้บอกให้ตนพาไปขายไตเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ให้กับครอบครัว ตลอด 1 อาทิตย์ที่ผ่านมาต้องใช้ชีวิตแบบระหกระเหิน เข้าบ้านไม่ได้ อาศัยนอนข้างถนน วัด หรือปั๊มน้ำมัน ก่อนที่จะขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด ทั้งนี้ ตนไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีกับแก๊งเงินกู้ และยืนยันที่จะรับใช้หนี้ทั้งหมด แต่ขอโอกาสขยายเวลาในการผ่อนชำระให้กับเจ้าหนี้ทุกราย
ขณะที่ นายเอกภพ กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวรู้สึกสงสารครอบครัวนี้จึงได้เดินทางไปพูดคุย จนรับทราบปัญหา และทำความเข้าใจ จนทำให้ครอบครัวผู้เสียหายสบายใจขึ้นและเลิกคิดสั้น วันนี้จึงพาผู้เสียหายเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเป็นตัวกลางในการเจรจาหาทางออก เนื่องจากผู้เสียหายไม่มีเจตนาที่จะโกง แต่เป็นเพราะว่าอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด จึงอยากฝากถึงเจ้าหนี้ให้ช่วยผ่อนผันและเข้ามาพูดคุย ยืนยันว่าเป็นหนี้ต้องใช้หนี้ แต่อยากให้มีความเป็นมนุษยธรรมกับลูกหนี้ด้วย
ด้าน พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานเจรจากับเจ้าหนี้ทั้งหมดเพื่อหาทางออกให้กับทุกฝ่าย ซึ่งส่วนที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ให้ดำเนินการตามปกติ แต่ส่วนที่ผิดกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.ทวงหนี้, พ.ร.บ.เรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องความปลอดภัยของผู้เสียหายนั้น ตำรวจจะส่งรถสายตรวจไปดูแลที่บ้านพัก หลังจากที่ผู้เสียหายไม่สามารถเข้าบ้านพักได้ เนื่องจากเจ้าหนี้ส่งเซลส์ไปดักรอที่บ้าน ส่วนการค้างค่าเช่าบ้านจนต้องย้ายออก ทางตำรวจจะเจรจาเพื่อขอความอนุเคราะห์ในการผ่อนผันที่จะอยู่ต่อไป



