หน้าแรก ในประเทศ หลายจังหวัดเร...

หลายจังหวัดเร่งหาทางช่วยชาวนา ฝ่าพ้นวิกฤตราคาข้าวเปลือกตกต่ำ

1.11.16 | 16:30 น.

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 จากปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ที่มีการรับซื้อในกิโลกรัมละ 6 บาท ทำให้ชาวนาในหลายจังหวัดต่างเผชิญกับความยากลำบาก พร้อมกับมีความพยายามจากรัฐบาลในการช่วยเหลือชาวนา รวมถึงชาวนาที่ไม่พึ่งโรงสีเอกชนและเลือกสีข้าวเองโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งหลายแห่งได้ยื่นมือช่วยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

201611011301392-20021028190244

จังหวัดพิษณุโลก

นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา กรณีราคาข้าวเปลือกตกต่ำอยู่ในขณะนี้ว่า ได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนเกษตรกรชาวนาเพื่อเร่งหาแนวทางแก้ไขแล้วว่า มีชาวนาที่ต้องการจะนำข้าวเปลือกสีเป็นข้าวสารเพื่อจำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง แต่อาจจะติดขัดในเรื่องพื้นที่ขาย ซึ่งจังหวัดพิษณุโลกเอง มีนโยบายส่งเสริมให้มีการจำหน่ายผลผลิตจากเกษตรกร ถึงมือผู้บริโภคโดยตรงอยู่แล้ว จึงได้มีการเปิด “ตลาดเกษตรกร จ.พิษณุโลก” หรือ Phitsanulok Farmer′s Market ทุกวันศุกร์ที่บริเวณหน้าศาลหลักเมือง หรือ หน้า อ.เมืองพิษณุโลก เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตของตนเองมาจำหน่ายได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่ รวมทั้งได้เปิดพื้นที่ให้กับกลุ่มเกษตรกรที่เป็นชาวนาผู้ผลิตข้าว ได้นำสินค้าข้าว ได้แก่ ข้าวสาร ข้าวแปรรูป และผลิตภัณฑ์จากข้าว มาจำหน่ายเพื่อเป็นการแก้ปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำด้วย เกษตรที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลก และขอเชิญชวนประชาชน ที่ต้องการจะอุดหนุน ซื้อข้าวสารจากชาวนาโดยตรง รวมทั้งผลผลิตอื่น ๆ จากเกษตรกรใน จ.พิษณุโลก สามารถมาเลือกซื้อ อุดหนุนสินค้าได้ทุกวันศุกร์ หน้าศาลหลักเมือง ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป

201611011408475-20080804112417

Advertisement

จังหวัดศรีสะเกษ

ที่ห้องประชุมสระกำแพงใหญ่ ศาลากลาง จ.ศรีสะเกษ นายธวัช สุระบาล ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตาม กำกับ ดูแลการบริหารจัดการข้าว ระดับ จ.ศรีสะเกษ ครั้งที่ 1 / 2560 เพื่อติดตาม กำกับ ดูแลแก้ไขปัญหา และบริหารจัดการข้าว ระดับจังหวัด ตามโครงการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก ปีการผลิต 2559 / 2560 โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก โครงการสินเชื่อ เพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยสถาบันเกษตรกรเพื่อการแปรรูป และโครงการสินเชื่อชะลอการข้าวนาปี ให้ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน

201611011408451-20080804112417

นายธวัช สุระบาล ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า จ.ศรีสะเกษ มีพื้นที่เก็บเกี่ยวข้าว ปี 2559 / 2560 รวมทั้งหมด 1,489,210ไร่ มีพื้นที่เก็บเกี่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน จำนวน 521,224 ไร่ ซึ่งคณะอนุกรรมการติดตาม กำกับดูแล การบริหารจัดการข้าว ระดับ จ.ศรีสะเกษ จะต้องเร่งทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ให้ชะลอการขายข้าวเปลือกไว้ก่อนในช่วงที่ราคาข้าวตกต่ำ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว  ปี 2559 / 2560 ตามข้อสั่งการของรัฐบาลต่อไป

 

จังหวัดสุรินทร์

ที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. สุรินทร์ จำกัด (สกต.สุรินทร์) ตำบลตาอ็อง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นสถานที่ในการเปิดจุดรับชื้อข้าวเปลือกหอมมะลิ พันธุ์ กอขอ 15 ของโรงสีขนาดใหญ่ที่เดินทางมาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ มาเปิดจุดรับชื้อข้าวเปลือกหอมมะลิ พันธุ์ กข 15 อยู่ในขณะนี้ พบว่ามีเกษตรกร นำข้าวมาขายมีจำนวนน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเริ่มเกี่ยวข้าวแรกๆ เนื่องจากเกษตรกรชาวนาได้รับแจ้งจากกำนันผู้ใหญ่บ้าน ให้ชะลอการขายข้าวเปลือกสดในช่วงนี้ไปก่อน เนื่องจากได้ราคาต่ำ เพียงราคากิโลกรัมละ 5-6 บาท เท่านั้น และแนะนำให้เกษตรกรตากข้าวให้แห้ง เก็บข้าวเอาไว้ก่อน เพื่อรอราคาที่สูงขึ้นค่อยนำออกมาขาย จึงทำให้บรรยากาศการขายข้าวในช่วงนี้เงียบเหงาลง

ขณะที่โรงสีข้าวจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ยังคงรับชื้อข้าวเปลือกหอมมะลิสด อย่างเดียว ส่วนข้าวเปลือกที่ตากแห้งแล้ว จะไม่รับชื้อ ให้ชาวนาไปหาขายให้กับโรงสีข้าวในจังหวัดสุรินทร์เอาเอง โดยทางโรงสีข้าวจากจังหวัดกาฬสินธุ์อ้างว่า ไม่มีที่จัดเก็บข้าวเปลือกที่ตากแห้งต้องการข้าวเปลือกสด เพื่อนำไปอบแห้งอย่างเดียว ง่ายต่อการนำไปสีหรือแปรรูป พร้อมกันทั้งหมด และรับชื้อในราคา กิโลกรัมละ 6 บาทเท่านั้น

ส่วนราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ ตามโรงสีต่างๆในจังหวัดสุรินทร์ ได้รับชื้อทั้งข้าวเปลือกสด ยังไม่ตากแห้ง จนไปถึงข้าวที่ตากแห้งแล้วรับชื้อที่ กิโลกรัม ละ 6.40-8 บาท รับชื้อตามคุณภาพความชื้น สิ่งเจือปน และคาดว่าราคาข้าวเปลือกหอมมะลิจะมีราคาเพิ่มขึ้นถึงกิโลกรัมละ 10 บาท ตามนโยบายแก้ไขปัญหาราคาข้าวของรัฐบาล

 

จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ที่ศูนย์กระจายและรวบรวมสินค้า สหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี จำกัด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯได้เร่งกระจายข้าวสาร หอมมะลิ จำนวน 16 ตันให้กับสมาชิกสหกรณ์ร้านค้าในอำเภอต่างๆ ทั่วจังหวัดสุราษฎร์ธานี  หลังได้ทำข้อตกลงในการแลกเปลี่ยนสินค้ากับสหกรณ์การเกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ตามโครงการลองกองแลกข้าว ซึ่งเป็นความร่วมมือแก้ไขปัญหาราคาตกต่ำผลิตผลของสินค้าข้าวสารและลองกอง
นางกัญญารัตน์ เทพเลื่อน ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี จำกัด  กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับมอบข้าวสารครบตามจำนวน 16 ตันจากสหกรณ์การเกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด แล้ว อยู่ระหว่างกระจายข้าวสาร ออกไปจำหน่ายยังสหกรณ์ร้านค้าต่าง ๆ ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และใกล้เคียง  เพื่อจำหน่ายให้กับสมาชิกแล้ว แต่ยังเหลือข้าสารบางส่วนที่สหกรณ์ฯสามารถจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไปได้  จึงอยากเชิญชวนประชาชนชาวสุราษฎร์ธานี ร่วมกันซื้อข้าวสารที่ผลิตจากเกษตรกรโดยตรงโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ได้ที่สหกรณ์ร้านค้าทุกแห่ง
” ซึ่งราคาที่จัดจำหน่ายนั้นถูกกว่าท้องตลาด โดยข้าวสารหอมมะลิ 100 เปอร์เซ็น ขนาดถุง  50 กก. จำหน่ายในราคา 1,600 บาท  ข้าวสารหอมมะลิ 100 เปอร์เซ็น ขนาดถุง 15 กกจำหน่ายในราคา 480 บาท หรือเฉลี่ยตกประมาณ กก.ละ 32 บาทเท่านั้น ” นางกัญญารัตน์ กล่าว
ด้านนายอวยชัย อินทร์นาค ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เตรียมต่อยอดมาตรการช่วยเหลือชาวนา ด้วยการเชิญชวนให้จังหวัดต่างๆ นำข้าวสารเข้ามาจำหน่ายโดยตรงให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยกำหนดเป้าหมายไว้ 3 จุดที่ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการ อ.ดอนสัก และ ที่ว่าการ อ.บ้านนาสาร เพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง ซึ่งจากข้อมูลพบว่า จ.สุราษฎร์ธานี มีความต้องการบริโภคข้าวสารประมาณปีละ 102,000 ตัน ขณะที่มีพื้นที่การผลิตเพียง 10,000 ไร่เท่านั้น หลังจากนี้ไปในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี จะหมดฤดูกาลของผลไม้ จึงได้มีแนวคิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สหกรณ์จังหวัด และพาณิชย์ จังหวัดเร่งตรวจสอบสินค้าประเภทอาหารทะเลแปรรูป เช่น กะปิ ,ปลาเค็ม,กุ้งแห้ง  รวมถึงไข่เค็มไชยา เพื่อนำเสนอแลกเปลี่ยนกับจังหวัดที่นำข้าวสารเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่