หมอโอภาส แจงคนล้น รพ.เพราะใช้ประกันสุขภาพ กทม.ยังแน่น ชี้โควิดรอบนี้เป็นเวฟเล็ก

5.07.22 | 13:56 น.

หมอโอภาสแจงข่าวคนล้น รพ.เพราะใช้ประกันสุขภาพ กรุงเทพฯยังแน่น ชี้โควิดรอบนี้เป็นเวฟเล็ก

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 5 กรกฎาคม นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่พบว่ามีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น และหลายฝ่ายเกรงว่าจะเป็นการระบาดระลอกใหม่หรือไม่ ว่าคงไม่นับว่าเป็นการระบาดระลอกใหม่แล้ว เพราะลักษณะการระบาดในขณะนี้จะเกิดเป็นครั้งๆ แล้วแต่สายพันธุ์ที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.4 และ BA.5 ที่พบว่ามีการติดเชื้อได้เร็วจริง แต่ความรุนแรงค่อนข้างน้อย รวมถึงเมื่อประเทศไทยมีมาตรการผ่อนคลายมากขึ้นก็ติดเชื้อมากขึ้นตาม ซึ่งสอดคล้องกับหลายประเทศทั่วโลกที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ในระบบสาธารณสุขจะมีการติดตามในผู้ป่วยหนักและเสียชีวิตว่าเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ระบบสาธารณสุขของไทยยังรับได้


“ส่วนที่มีข่าวว่าเตียงล้นโรงพยาบาล (รพ.) เท่าที่ตรวจสอบพบว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยอาการไม่มาก แต่หลายคนขออยู่ รพ.เพราะมีเรื่องประกันสุขภาพด้วย แต่จริงๆ คนป่วยหนัก เตียงไอซียูโควิด-19 ยังรองรับได้ และที่สำคัญคือเตียงโควิด-19 ที่เคยมีมากๆ ตอนนี้ก็ปรับกลับไปให้ผู้ป่วยโรคทั่วไปแล้ว ตอนนี้เตียงเลยไม่ได้เยอะมากเหมือนเดิม” นพ.โอภาสกล่าว

อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวอีกว่า ไม่ประมาทและมีการติดตามสถานการณ์สม่ำเสมอ แต่จะเห็นว่าปัญหาพบมากในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่วนจังหวัดอื่นพบปัญหาน้อยมาก ขณะเดียวกัน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. ก็ได้ออกหนังสือไปยังหน่วยงานสาธารณสุขทั่วประเทศให้เตรียมความพร้อมรองรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่นั้นๆ แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าการระบาดที่ต่อเนื่องและมีเพิ่มสูงขึ้น แต่ระบบสาธารณสุขเปลี่ยนแปลงไป มีการให้ตรวจ RT-PCR ในบางกรณี และตรวจ ATK เฉพาะที่มีอาการ เราจะนิยามการระบาดเช่นนี้ว่าอะไร นพ.โอภาสกล่าวว่า เราจะเรียกว่า “เวฟเล็กๆ” ซึ่งจะมีลักษณะระบาดขึ้นลงตามวงรอบ ส่วนหนึ่งมาจากเชื้อกลายพันธุ์ด้วย

Advertisement

“เชื่อว่าขณะนี้เชื้อกับคนกำลังหาจุดสมดุลกันอยู่ โดยเชื้อกลายพันธุ์อ่อนแรงลงเพื่อให้อยู่กับคนได้ ส่วนคนก็ฉีดวัคซีนแล้ว มีการติดเชื้อสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติเยอะขึ้นแล้ว เชื่อว่าจุดสมดุลระหว่างคนกับเชื้อโรคน่าจะถึงจุดสมดุลเร็วๆ นี้ แต่ยังไม่สามารถระบุชัดเจนได้ว่าช่วงใด แต่ก็เป็นมาตรการหนึ่งที่ทำให้เราก้าวพ้นระยะการระบาด (Pandemic) ได้” นพ.โอภาสกล่าว

เมื่อถามต่อว่ามีผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์เรื่องตัวเลขติดเชื้อจริงที่น่าจะมากกว่า 5 หมื่นรายต่อวัน จะต้องมีแผนรองรับอย่างไรเพิ่มเติมที่ต้องเสนอต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่พิจารณา นพ.โอภาสกล่าวว่า เรื่องการติดเชื้อจริงๆ ไม่มีใครบอกได้ว่าติดเชื้อมากถึงไหน อาจจะมากกว่าตัวเลขที่มี 2 เท่า 3 เท่า 5 เท่า หรือ 10 เท่า ตรงนี้ไม่มีใครบอกได้ เพราะเราไม่ได้ตรวจ RT-PCR ในทุกคนที่สงสัยแล้ว จะตรวจเฉพาะผู้ที่ต้องเข้ารักษาใน รพ. ส่วนคนทั่วไปก็ใช้ตรวจ ATK เฉพาะตอนมีอาการ ซึ่งหลายคนอาการน้อย เขาก็ไม่ได้ตรวจเชื้อแล้ว ฉะนั้น ไม่มีความจำเป็นต้องหาว่าการติดเชื้อกี่คน ซึ่งทั่วโลกก็ทำเหมือนๆ กัน โดยต่างประเทศก็ไม่ได้ตรวจอะไรแล้ว

“เราสนใจผู้ป่วยนอน รพ. ใส่ท่อหายใจ ที่จะเป็นตัวเลขที่บอกสถานการณ์ได้ค่อนข้างดีและแม่นยำที่สุด ตอนนี้มาตรการสำคัญคือ เร่งฉีดวัคซีนกระตุ้น สวมหน้ากากอนามัยในคนและเหตุการณ์เสี่ยง และเว้นระยะห่างด้วย ส่วนมาตรการปิดกิจกรรมต่างๆ ต้องดูอีกทีว่ามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน และมีผลกระทบอย่างไรด้วย แต่เบื้องต้นทุกอย่างเป็นไปตามที่เราคาดการณ์อยู่ว่าจะมีการระบาดขึ้น” นพ.โอภาสกล่าว

อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ขณะนี้ที่เห็นชัดคือประชาชนติดเชื้อก็มีความรู้ในการดูแลตัวเอง อยู่บ้านรักษาตามอาการ นี่เป็นตัวยืนยันว่า มาตรการฉีดวัคซีนของเราได้ผล เพราะถ้าไม่ได้รับวัคซีนก็จะต้องมีเหตุการณ์คนล้น รพ.เกิดขึ้นอีกเหมือนช่วงที่สายพันธุ์เดลต้าระบาด อย่างไรก็ตาม จะมีการประชุมกับ ศปก.ศบค.ในข้อมูลต่างๆ นำมาสู่การวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ก่อนที่จะนำเสนอในการประชุม ศบค.ในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้

เมื่อถามถึงการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ จะมีการประชุมหารือพิจารณาปรับลดระดับให้โควิดที่เป็นโรคติดต่ออันตราย ให้เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังหรือไม่ นพ.โอภาสกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการนัดประชุมจากคณะกรรมการโรคติดต่อฯ ซึ่งอาจต้องรอการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ก่อน