หน้าแรก ในประเทศ ที่ปรึกษาผู้ว...

ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ หารือรอบทิศ เข้มน.ร.ปลอดภัย เอกชนเสนอตั้งเสา SOS กดขอความช่วยเหลือ-ส่งสัญญาณภาพ ยกกทม.ดูแล

5.07.22 | 19:44 น.

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมอลิซาเบธ โรงเรียนสตรีวิทยา เขตพระนคร พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการหารือประเด็นความปลอดภัยโดยรอบโรงเรียน ร่วมกับ นายวสันต์ บุญหมื่นไวย์ ผู้อำนวยการเขตพระนคร นางสุภาณี ธรรมาธิคม ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา พ.ต.อ.ธราดล เหมพัฒน์ รักษาราชการผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ผู้แทนสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้แทนบริษัท เอเซ็ดคิง จำกัด และผู้เกี่ยวข้อง ว่า กรุงเทพมหานครได้มีการหารือเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยของเด็กนักเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมีการยกกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้กับนักเรียนใน 3 โรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ โรงเรียนสตรีวิทยา โรงเรียนหอวัง และโรงเรียนบดินทรเดชา ซึ่งถูกคุกคาม ข่มขู่ ละเมิด จี้ชิงทรัพย์ รวมถึงทำร้ายร่างกาย

พล.ต.อ.อดิศร์กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีภาคเอกชนได้ทำเสา SOS ขึ้นมา และติดตั้งบริเวณหน้าวิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เขตราชเทวี ซึ่งเป็นเสาแบบ SMART POLE มีกล้อง CCTV 3 ตัว สามารถส่งสัญญาณภาพไปทางสถานีตำรวจ ตู้จราจร/ป้อมตำรวจ หรือห้องอาจารย์ฝ่ายปกครองได้ มีปุ่มสำหรับกดขอความช่วยเหลือ โดยจะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังสถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ และผู้กดปุ่มสามารถคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านระบบอินเตอร์คอมได้ทันที และในขณะเดียวกันนั้น สัญญาณขอความช่วยเหลือจะถูกส่งไปถึงตู้จราจร/ป้อมตำรวจ และห้องอาจารย์ฝ่ายปกครอง ตามที่ได้ตั้งค่าไว้ไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที

“ทางเอกชนอยากจะทำเสา SOS ให้กับโรงเรียน และจะยกให้ กทม.ดูแล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยหารือระเบียบวิธีการต่างๆ และสำรวจจุดที่จะติดตั้ง สำหรับบริเวณรอบโรงเรียนสตรีวิทยา มีจุดที่ควรติดตั้ง 2 จุด คือหัวมุมถนนดินสอตัดถนนพระสุเมร บริเวณแยกสะพานวันชาติ และบริเวณใกล้ๆ ป้ายรถเมล์ถนนราชดำเนิน ฝั่งเดียวกับโรงเรียนสตรีวิทยา ส่วนเรื่องการเฝ้าระวังการนำกัญชาเข้ามาในสถานศึกษา กรุงเทพมหานครได้มีการเน้นย้ำการป้องกันไม่ให้มีการผสมในอาหาร เครื่องดื่ม หรือนำเข้ามาในโรงเรียนสังกัด กทม. รวมถึงตรวจตราไม่ให้มีการจำหน่ายในพื้นที่ที่มีเด็กและเยาวชน ส่วนโรงเรียนสังกัดอื่นนั้นก็คงมีแนวทางปฏิบัติแตกต่างกัน โดยอาจจะใช้วิธีเหมือนปกติที่โรงเรียนตรวจตราการนำสิ่งต้องห้ามเข้าโรงเรียน เช่น การขอตรวจกระเป๋า”

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้มีมาตรการสั่งการไปในที่ประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 4 ก.ค.65 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้

Advertisement
  1. ตรวจสอบสภาพการใช้งานของกล้อง CCTV หากตรวจพบว่ามีสภาพชำรุด ภาพไม่ชัดเจน ให้เปลี่ยนกล้องให้มีความคมชัด มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบทิศทางของมุมกล้อง
  2. ตรวจสอบไฟฟ้าส่องสว่าง
  3. จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจอำนวยความสะดวกรอบบริเวณโรงเรียนในช่วงเช้าและช่วงเลิกเรียน โดยประสานงานตรวจตราร่วมกับสถานีตำรวจท้องที่ในการตรวจจุดเสี่ยง ตู้เขียว และตู้แดง
  4. ให้เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ภายในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการช่วยดูแลด้านความปลอดภัย เป็นหูเป็นตา แจ้งข่าว และช่วยดูแลนักเรียน โดยขอความร่วมมือจากสถานีตำรวจจัดส่งวิทยากรมาให้ความรู้ อบรมเจ้าหน้าที่เทศกิจและเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดในการป้องกันตนเอง ดูแลช่วยเหลือผู้อื่น และประสานขอความช่วยเหลือในเบื้องต้น
  5. เน้นย้ำการทำงานร่วมกันของทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งโรงเรียน สำนักงานเขต สถานีตำรวจในพื้นที่ และเครือข่ายผู้ปกครอง ซึ่งผู้ปกครองสามารถที่จะช่วยดูแลสอดส่องนักเรียนในสังกัดโรงเรียนที่ลูกหลานเรียนอยู่ได้ โดยแจ้งผ่านกลุ่มไลน์ผู้ปกครองและอาจารย์ เพราะการปราบปรามที่ดีที่สุดคือการป้องกัน