โควิดซา แก๊งค้าสัตว์ป่าข้ามชาติเริ่มถี่ ผอ.ไซเตสชี้ สัตว์ ตปท.เลี้ยงได้ แต่อนุญาตให้ถูกต้อง อย่าลักลอบ
นายประเสริฐ สอนสถาพรกุล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา (ไซเตส) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่าตามที่ ด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเจ้าหน้าที่ด่านตรวจประมงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ร่วมกันจับกุมหญิงชาวยูเครนพร้อมของกลางเป็นเต่ามีชีวิต

ประกอบด้วย เต่าดาวรัศมี จำนวน 14 ตัว เต่าแพนเค้ก จำนวน 98 ตัว และเต่ายักษ์อัลดาบรา จำนวน 4 ตัว รวมทั้งสิ้น 116 ตัว เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2565 และเช้าวันต่อมา ก็ได้จับกุมชายชาวอินเดียพร้อมของกลางเต่าดาวอินเดีย จำนวน 81 ตัว มูลค่าของกลางรวมกว่า 1.7 ล้านบาท โดยผู้ต้องหาได้ลักลอบนำเต่าซุกซ่อนในกระเป๋าสัมภาระมาจากต่างประเทศ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะพบความผิดปกติจึงตรวจสอบและจับกุมดังกล่าว

นายประเสริฐกล่าวว่า จากการจับกุมดังกล่าวทั้ง 2 คดี ในเวลาใกล้กันทำให้เห็นว่า เมื่อสถานการณ์โควิดเริ่มดีขึ้น ก็มีการเริ่มเดินทางกันมากขึ้นยังทำให้การลักลอบค้าสัตว์ป่ามากขึ้นอีกทั้งยังมีมูลค่าค่อนข้างสูง ซึ่งของกลางเต่ามีชีวิตที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้มีมูลค่าสูงตัวละประมาณ 10,000 บาท ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติฯก็ได้ตระหนักและมีมาตรการเข้มข้นมากขึ้นซึ่งสัตว์ดังกล่าวสามารถลักลอบขนย้ายผ่านทางสายการบินได้

แต่ก็ถือว่าโชคดีที่ได้รับความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะศุลกากรในการตรวจสอบสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ่านเอกซเรย์ โดยจะต้องเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบให้มากยิ่งขึ้นและต้องดูเส้นทางว่าส่งมาจากประเทศต้นทางคืออะไรซึ่งแต่ละประเทศก็มีหน่วยงานไซเตสอยู่โดยจะได้หาแนวทางป้องกันร่วมกันต่อไป
นายประเสริฐกล่าวว่า การเลี้ยงสัตว์ต่างประเทศในขณะนี้ยังถือว่าไม่ผิดกฎหมาย แต่จะต้องมีการแจ้งส่งออกและแจ้งนำเข้าประเทศตามบัญชีไซเตสให้ถูกต้องตามระเบียบ แต่ที่ยังมีการลักลอบนำเข้านั้นอาจจะเป็นเพราะที่มาของสัตว์ต่างๆ ไม่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ที่ถูกต้อง หรืออาจจะเป็นสัตว์ตามธรรมชาติของประเทศนั้นๆ

ด้าน สพ.ญ.ธชพรรณ ลีลาพตะ สัตวแพทย์กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า ได้รับมอบของกลางดังกล่าว ซึ่งจะต้องตรวจดูสุขภาพเต่าทั้งหมดเป็นอันดับแรก ซึ่งจะต้องนำมาแช่น้ำอุ่นผสมกับพวกวิตามินเพื่อรักษาอุณหภูมิ และต้องระวังเรื่องการขาดน้ำ
เพราะว่า เต่าถูกขนส่งมาค่อนข้างนานอาจจะเกิดการขาดน้ำ และสังเกตอาการว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ซึ่งพบว่าเต่าทุกตัวมีการตอบสนองดี โดยอาจจะต้องดูแลสุขภาพไปสักระยะ เพื่อให้ปรับสภาพให้ดีขึ้นก่อนที่จะส่งต่อไปยังสถานีเพาะเลี้ยงหรือศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าต่อไป

