บิ๊กเด่น ฮึ่ม! เตือนตำรวจเรียกรับเงินโดนหนักทั้งวินัย อาญา กำชับ 3 ผช.ผบ.ตร.เข้มทุกพื้นที่

7.07.22 | 11:39 น.

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ สั่งกำชับ 3 ผู้ช่วย ผบ.ตร.หน้างานความมั่นคง ให้ทุกพื้นที่เพิ่มความเข้มลักลอบหนีเข้าเมือง ฮึ่ม!หากพบเรียกรับเงินโดนหนักทั้งวินัย อาญา


เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร.ผอ.ศปม.ตร.ปรท.ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึง ผู้ช่วย ผบ.ตร. (มค 2) (มค 3) และ (มค 4) ผบช.น. ภ.1-9 ก. ส. สตม. ตชด. ทท. และ สยศ.ตร.

คำสั่งดังกล่าวระบุว่า ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 46) ลงวันที่ 23 มิ.ย.65 คำสั่ง ศบค.ที่ 12/2565 ลงวันที่ 23 มิ.ย.65 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นที่เฝ้าระวัง ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการ พ.ศ.2548

คำสั่ง ศบค.ที่ 13/2565 ลงวันที่ 23 มิ.ย.65 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 (ฉบับที่ 23), คำสั่ง ตร. ที่ 558/2546 ลง 2 พ.ย.64 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนปราบปรามเครือข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

Advertisement

เนื่องจากข้อกำหนดฯตามข้อกำหนดให้มีการผ่อนคลายมาตรการสำหรับการเคลื่อนย้ายและการเดินทางของแรงงานต่างด้าวทั่วราชอาณาจักร ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการป้องกันปราบปรามคนต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพจึงให้ บช.น. ก.1-9 ก. ส. ตชด. ทท. และ สตม. ดำเนินการดังนี้

ให้ทุกหน่วยประสานหน่วยงานความมั่นคง (ฝ่ายปกครอง และฝ่ายทหารในพื้นที่ ปฏิบัติงาน
ร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ให้เน้นไปที่ผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะระดับสถานีตำรวจที่รับผิดชอบพื้นที่แนวชายแดนและชุมชนชายแดน ให้ประสานฝ่ายปกครองในพื้นที่ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการดูแล การตั้งจุดตรวจ จุดสกัดร่วมกันให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

ให้สืบสวนจับกุมขยายผลเครือข่าย, ขบวนการลักลอบนำพา ช่วยเหลือ คนต่างด้าวที่ลักลอบ
หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายทุกกรณี โดยให้ สตม. (ตม.จว.) บช.น. และ ภ.จว. ในพื้นที่ร่วมกันสืบสวนขยายผลทุกช่องทางในความผิดที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด เร่งรัดการสอบสวนดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์

ให้รายงานผลการปฏิบัติให้ ตร.ทราบ ชนิดไฟล์ Excel ทางกลุ่มไลน์ “งานมั่นคง (มค.ผค.)
สยศ.ตร.” เป็นประจำทุกวัน ก่อนเวลา 08.00 น. โดยเริ่มรายงานครั้งแรกวันที่ 8 ก.ค.65 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง รายละเอียดตามแบบรายงานที่แนบและ QR Code ท้าย ว.ตร. นี้ และให้ สยศ.ตร. (ผค.) รวบรวมข้อมูลรายงานให้ รอง ผบ.ตร. (มค) ทราบ เป็นประจำทุกวัน ก่อนเวลา 18.00 น.

มอบหมาย ให้ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในสายงานความมั่นคง ควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติและออกตรวจการปฏิบัติ (1) พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติในพื้นที่ ภ.7, 8, 9 (2) พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติในพื้นที่ ภ.2, 3, 4 (3) พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติในพื้นที่ ภ.5, 6

กำชับห้ามมิให้ข้าราชการตำรวจทุกนาย เรียก รับ ยอมรับทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือกระทำการใดที่เป็นการประพฤติตนไม่เหมาะสม หรือส่อไปในทางทุจริต ประพฤติมิชอบ และให้ทุกหน่วยกำหนดมาตรการป้องกันการแสวงหาหรือเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายตลอดจนตรวจสอบการดำเนินการปฏิบัติทุกขั้นตอน โดยให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นควบคุม ตรวจสอบ และกำกับดูแลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีการปล่อยปละละเลย หรือเรียกรับผลประโยชน์ ให้พิจารณาดำเนินการ ทางปกครอง ทางวินัย ทางอาญา อย่างจริงจังและเด็ดขาด
เพื่อทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องของหน่วย” หนังสือคำสั่งดังกล่าวระบุ