เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายสมศักดิ์ เวทย์วิไล รองอัยการสูงสุด ประธานคณะอนุกรรมการร้านอาหารสวัสดิการสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ลงนามประกาศสำนักงานอัยการสูงสุดเรื่อง ให้เอกชนเข้าดำเนินการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม เเละขนมหวาน ที่ร้านอาหารสวัสดิการสำนักงานอัยการสูงสุดอาคารตลิ่งชันลงวันที่ 5 ก.ค.65 ความว่า
ด้วยสำนักงานอัยการสูงสุด มีความประสงค์จะให้เอกชนเข้าดำเนินการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวาน ให้แก่บุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุดและผู้มาติดต่อราชการ ตั้งแต่วันที่ 1ก.ย.65-31 มี.ค.67 มีกำหนดระยะเวลา 19 เดือน โดยกำหนดให้จำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวาน ร้านอาหารสวัสดิการสำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน
ผู้ดำเนินการจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
1.การรักษาความสะอาด
(1) ดูแลรักษาอุปกรณ์และวัสดุครุภัณฑ์ให้สะอาดอยู่เสมอ หากเกิดความเสียหายหรือสูญหายแก่อุปกรณ์หรือวัสดุครุภัณฑ์ดังกล่าวต้องซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิมหรือจัดหามาทดแทนตามจำนวนและคุณภาพดีเช่นเดิม แล้วแต่กรณี
(2) รักษาความสะอาดสถานที่เตรียมอาหาร และปรุงอาหารบนโต๊ะสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร ต้องรักษาบริเวณพื้น ผนัง และเพดานของร้านอาหารให้อยู่ในสภาพถูกสุขอนามัยตลอดเวลา ไม่มีเศษอาหาร คราบอาหาร หยากไย่ หรือสิ่งสกปรกอื่นตกค้าง
(3) อาหารและอุปกรณ์ที่ใช้ในการปรุงอาหารต้องสะอาด ถูกสุขอนามัย
(4) ผู้ปรุงอาหารและผู้จำหน่ายอาหาร ต้องมีสุขภาพดี ไม่เป็นโรคติดต่อ และแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สะอาด สวมหมวกสีขาวหรือเนทคลุมผมและสวมผ้ากันเปื้อนสีขาว
(5) กำจัดแมลงและสัตว์พาหะนำโรคอย่างถูกวิธีและปลอดภัยอยู่เป็นประจำ
(6) ทำความสะอาดภาชนะและอุปกรณ์จัดวาง อาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวานในที่ที่สะอาดปราศจากแมลงไต่ตอม ห้ามวางบริเวณพื้นทางเดิน และต้องทำความสะอาดที่ดักไขมันประจำร้านทุกวัน รวมทั้งช่วยดูแลความสะอาดบ่อดักไขมันรวมเป็นประจำ หากพบว่าบ่อดักไขมันรวมไม่สะอาดให้รีบแจ้งหัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไปประจำอาคารทันทีเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทำความสะอาดต่อไป
(7) เก็บขยะเศษอาหารในถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิดไม่รั่วซึม และกำจัดทิ้งทุกวัน
2.ปรับปรุงบริเวณพื้นที่จำหน่ายอาหารให้สวยงาม สะอาด โดยต้องทาสีผนังห้องอาหารให้ดูใหม่อยู่เสมอด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง
3.จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ โต๊ะ และเก้าอี้ ภาชนะใส่อาหาร เช่น จาน ชาม และช้อนส้อมที่มีคุณภาพดีและสวยงาม เพื่อบริการให้แก่ผู้บริโภค ภาชนะอุปกรณ์ต้องไม่ตกแต่งสี และเป็นภาชนะที่ทำด้วยวัสดุไม่มีพิษ ภาชนะใส่เครื่องปรุงรส รวมทั้งช้อนที่ตักต้องสะอาดและผลิตด้วยแก้ว กระเบื้องเคลือบขาว หรือสแตนเลส ต้องมีฝาปิดและอยู่สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร รวมทั้งต้องจัดน้ำดื่มไว้บริการโดยไม่คิดค่าตอบแทน
4.เก็บน้ำดื่มในภาชนะที่สะอาด มีฝาปิดและมีช่องสำหรับรินน้ำออกโดยเฉพาะ และต้องตั้งอยู่สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร น้ำแข็งที่ใช้บริโภคต้องเก็บในภาชนะที่สะอาดและไม่นำอาหารหรือสิ่งอื่นๆ มาแช่รวม โดยต้องมีช้อนตักหรือปากคีบน้ำแข็งด้ามยาวที่สะอาดและไม่เป็นสนิม
5.จัดหาพนักงานไว้สำหรับให้บริการด้วยความสุภาพ เรียบร้อย เป็นมิตร โดยให้แต่งกายตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1 (4)
6.จำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวานตามราคาที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนดไว้ และจัดทำป้ายบอกราคาอาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวานให้ผู้บริโภคทราบ
7.เปิดบริการในวันราชการ ตั้งแต่เวลา 06.30 น.และปิดให้บริการไม่เกินเวลา 18.30 น.
8.ชำระค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้าให้แก่สำนักงานอัยการสูงสุด ตามจำนวนหน่วยที่ใช้ซึ่งปรากฏจากเลขหมายในเครื่องวัดที่ได้ติดตั้ง โดยคำนวณราคาต่อหน่วยตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนด
9.ต้องดำเนินการด้วยตนเอง ห้ามโอนสิทธิ มอบช่วงสิทธิ อนุญาตหรือยินยอมให้ผู้อื่นดำเนินการแทน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักงานอัยการสูงสุด หากมีการฝ่าฝืนจะถือว่าประพฤติผิดสัญญา และตกลงยินยอมให้สำนักงานอัยการสูงสุดเรียกค่าเสียหายและบอกเลิกสัญญาได้ทันที
10.ผู้ประสงค์จะเข้าดำเนินการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวาน จะต้องแจ้งความประสงค์ขอใช้พื้นที่ และตกลงชำระค่าตอบแทนการใช้พื้นที่ (ยื่นซองราคา) ให้แก่กองทุนสวัสดิการสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นรายเดือน เดือนละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน)
โดยผู้รับอนุญาตต้องชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่สำนักงานอัยการสูงสุดในวันที่ทำสัญญาฯ และผู้รับอนุญาตตกลงจะชำระค่าตอบแทนล่วงหน้าภายในวันที่ 1 ของเดือนทุกๆ เดือนไป
ผู้รับอนุญาตจะต้องปรับปรุงร้านอาหารสวัสดิการสำนักงานอัยการสูงสุดให้อยู่ในสภาพที่สะอาด ถูกสุขอนามัย สวยงามด้วยค่าใช้จ่ายของตนเองและจะต้องดำเนินการ ดังนี้
(1) จัดสัดส่วนของโครงสร้างของอุปกรณ์ที่ใส่อาหาร เครื่องดื่ม ของเบ็ดเตล็ดแยกจากกัน โดยจัดให้มีที่สำหรับวางขาย เคาน์เตอร์ชั้นวางของ ตู้แช่เครื่องดื่ม หรือตู้เบเกอรี่ เป็นต้น
(2) จัดให้มีเคาน์เตอร์สำหรับเลือกชมอาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวาน โต๊ะชำระค่าอาหาร โต๊ะวางอุปกรณ์เครื่องปรุงรสและตู้เย็นพร้อมแก้วน้ำ
(3) จัดให้มีตู้ทำน้ำเย็นเพื่อให้บริการ จำนวน 1 จุด พร้อมจัดแก้วน้ำที่ถูกสุขอนามัยในจำนวนที่เพียงพอ
(4) จัดให้มีเครื่องครัวที่อยู่ในสภาพดีและถูกสุขอนามัย
(5) จัดให้มีจาน ช้อนส้อม ถ้วย แก้วน้ำและอุปกรณ์ประกอบอาหารที่สะอาดถูกสุขอนามัย
(6) ให้มีแจกันดอกไม้ กระดาษทิชชูและไม้จิ้มฟัน อย่างดี
(7) จัดให้มีต้นไม้ประดับมุมต่างๆ ตามความสวยงามและเหมาะสมสำหรับห้องอาหารตลอดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนประกอบการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวาน แต่ต้องไม่เกิน 15 วัน นับแต่วันที่ลงนามในสัญญาการจัดร้านอาหารสวัสดิการสำนักงานอัยการสูงสุด
11.ผู้ประสงค์จะเข้าดำเนินการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวาน สามารถยื่นใบแสดงความจำนงในการขอใช้พื้นที่ได้ที่ สำนักสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค.-11 สิงหาคม 65 ในวันและเวลาราชการ
12.สำนักงานอัยการสูงสุดสงวนไว้ซึ่งสิทธิในการพิจารณาคัดเลือกผู้ดำเนินการโดยปราศจากข้อผูกพันใดๆ ทั้งสิ้น คำวินิจฉัยของสำนักงานอัยการสูงสุดให้ถือเป็นที่สุด
13.สำนักงานอัยการสูงสุดจะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้ทราบ ณ สำนักงานอัยการสูงสุด และอาคารถนนรัชดาภิเษก ภายในวันที่ 10 ก.ย.65
14.ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องมาทำสัญญาฯ เพื่อจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวาน ในร้านอาหารสวัสดิการสำนักงานอัยการสูงสุด ณ สำนักสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ สำนักงานอัยการสูงสุด ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 ในวันและเวลาราชการ 15 ก.ย.65 หากผู้ได้รับการคัดเลือกลำดับที่ 1 ไม่สามารถดำเนินการทำสัญญาฯ ได้ภายในกำหนด สำนักงานอัยการสูงสุดจะให้ผู้ได้รับการคัดเลือกลำดับที่ 2 มาดำเนินการทำสัญญาฯ ภายในวันที่ 20 ก.ย.65 และชำระค่าตอบแทนการใช้พื้นที่ให้แก่สำนักงานอัยการสูงสุดตามที่กำหนดไว้ พร้อมกับนำเงินสดมาวางเป็นหลักประกันสัญญา จำนวน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน)
เงินประกันดังกล่าวสำนักงานอัยการสูงสุดจะคืนให้เมื่อสัญญาฯ สิ้นสุด ตามจำนวนที่เหลือภายหลังจากการหักเงินที่ค้างชำระค่าใช้พื้นที่ ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่าเสียหายอื่นๆ (ถ้ามี) โดยไม่มีดอกเบี้ย หากผู้จำหน่ายยังค้างชำระอยู่เท่าใด สำนักงานอัยการสูงสุดมีสิทธิเรียกเงินส่วนที่ค้างชำระนั้นได้ตามกฎหมาย
ผู้ประสงค์สมัครเข้าเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารสวัสดิการสำนักงานอัยการสูงสุด สามารถติดต่อและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ โทรศัพท์ 0-2142-2131
ในวันและเวลาราชการ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป (กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม สำนักสิทธิประโยชน์และสวัสดิการจะประสานงานโดยตรงต่อไป)

