ไม่ทน ‘กระติก-แซน’ ร้อง อสส.ขอสั่งคดีขึ้นศาลโดยเร็ว โวยสั่งสอบปมตรวจโทรศัพท์ซ้ำซาก

7.07.22 | 15:31 น.

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ (แซน) และ น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ (กระติก) ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด โดยมี นายกฤษฎา กสานติกุล รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้รับ


นายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ทนายความกระติก กล่าวว่า มายื่นหนังสือเป็นความประสงค์ของผู้ต้องหาทั้งหมด และเป็นสิทธิที่จะร้องขอความเป็นธรรม เพราะอยากพิสูจน์ตัวเองต่อสังคมให้รับรู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดตามที่ถูกสังคมพิพากษามาหลายเดือน เมื่อช่วงเช้ายังไม่ได้ทราบว่าจะเลื่อนฟังคำสั่งเป็น 3 ส.ค. และมองว่าเป็นเรื่องดีที่ได้ยื่นหนังสือเพื่อให้รับพิจารณา และให้เร่งรัดทำสำนวนเพื่อฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดโดยเร็วเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและพิสูจน์กันในชั้นศาลว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด หากไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดก็ไม่กังวล หากมีข้อหาอะไรเพิ่มแต่อยากเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และอันไหนที่ให้ความร่วมมือได้ก็จะให้ แต่ถ้าอันไหนให้ความร่วมมือไม่ได้ก็จะต้องสงวนไว้ และไม่ขอเปิดเผยในชั้นนี้ว่าอันไหนให้ความร่วมมือไม่ได้ ส่วนประเด็นที่สั่งสอบเพิ่มเติมไปก่อนหน้านี้ได้ให้ปากคำไปหมดแล้ว

นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ทนายความแซน เปิดเผยว่า มาร้องขอความเป็นธรรมเนื่องจากคดีเลื่อนฟังคำสั่งมาหลายครั้ง อยากให้เร่งรัดฟ้องคดีโดยเร็ว ผู้ต้องหาอยากเข้าพิสูจน์ในชั้นศาล จากที่ถูกสังคมพิพากษามา ก็เลยขอให้พนักงานอัยการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว ส่วนจะโดนฟ้องข้อหาอะไร เมื่อเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ไม่หวั่น ส่วนประเด็นที่อัยการสั่งสอบเพิ่มขอเรียนว่าอะไรที่ให้ความร่วมมือได้ก็จะให้ ส่วนผู้ที่มีการนำคดีมาฟ้องอาจใช้สิทธิในการฟ้องกลับผู้ฟ้องเท็จที่ดำเนินการถอนฟ้อง ส่วนศาลจะพิจารณาอย่างไรขึ้นอยู่กับดุลพินิจ การร้องขอความเป็นธรรมไม่ได้กล่าวโทษอัยการ แต่ผู้ต้องหามีสิทธิร้องขอความเป็นธรรมให้ทำคดีโดยรวดเร็ว เที่ยงธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าทำไมผู้ต้องหาต้องถูกสั่งสอบเพิ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า ควรให้โอกาสและให้สิทธิบ้าง ดังนั้น เมื่อมากระทบสิทธิ ผู้ต้องหาจึงต้องออกมาปกป้องสิทธิ ส่วนการเตรียมฟ้องกลับแม้ผู้เสียหายจะมีการถอนฟ้องไปนั้น มองว่าเมื่อผู้ต้องหาถูกดำเนินการยื่นฟ้องที่เป็นเท็จหรือไม่เป็นความจริง ในฝั่งผู้เสียหายที่ยื่นฟ้องเอง เมื่อฟ้องมาแล้วความผิดมันเกิดขึ้น ฝั่งผู้ต้องหามองว่าก็ต้องปกป้องสิทธิแม้แม่แตงโมจะถอนฟ้องไปแล้วแต่สิทธิยังมีอยู่ ซึ่งฝั่งผู้ต้องหาก็ต้องฟ้องกลับกับคนที่ฟ้องเท็จ แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใคร ส่วนศาลจะพิจารณาอย่างไรเป็นดุลพินิจของศาล และยืนยันว่าหลังจากอัยการจังหวัดนนทบุรีมีคำสั่งสั่งฟ้อง คนบนเรือจะออกมาใช้สิทธิอย่างเต็มที่ กับทุกๆ คน ทุกการกระทำผิด ต่างกรรมต่างวาระ ในสิทธิที่คนบนเรือถูกโดนละเมิด โดยหากสั่งฟ้องวันที่ 3 ส.ค.แล้ว วันที่ 4, 5, 6 ส.ค.ก็จะยื่นฟ้องทันทีข้อหาฟ้องเท็จ และ ม.181 ให้ผู้อื่นได้รับโทษหนักทางอาญาสูงสุดถึงประหารชีวิตกับบุคคลทั้งหมด 2 คน

ทนายความแซนกล่าวอีกว่า แล้วแต่สื่อมวลชนจะเรียก ส่วนการชี้แจงของอัยการจังหวัดนนทบุรีที่ดูเหมือนตึงเครียดนั้น ทนายความบอกว่า ไม่ได้ตึงเครียด แต่มีการชี้แจงเหตุผลวันนัดหมายมากกว่า
น.ส.อิจศรินทร์ระบุว่า อยากให้ทุกคนใช้วิจารณญาณถึงคดี สำหรับการออกมาร้องขอความเป็นธรรมครั้งนี้เพื่อปกป้องสิทธิของตนเองตามรัฐธรรมนูญ เพราะเมื่อคดียังไม่เข้าสู่กระบวนการศาล แต่สังคมพยายามให้เป็นฆาตกรให้ได้ โดยที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้แจ้งข้อหาฆาตกรรม แต่กลับมีคนไม่พอใจทั้งที่ไม่มีหลักฐาน

Advertisement

สำหรับเหตุผลที่ไม่ร้องขอความเป็นธรรมตอนแรกเพราะอัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งมาตลอดเป็นเวลาเนิ่นนานหลายเดือน และไม่เคยมีใครมาชี้แจงเหตุผลจนมีอัยการจังหวัดมาชี้แจง แต่เป็นเพียงเหตุผลส่วนหนึ่งเท่านั้น สังคมต้องรับผลการกระทำหากตนจะฟ้องร้อง ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อฟ้องร้องกับบุคคลที่เข้ามาต่อว่ารวมกว่า 10 ราย หลังจากนี้คาดว่าอีก 3 คนบนเรือจะเข้ามายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมด้วย ส่วนประเด็นที่แม่ภนิดา ศิระยุทธโยธิน ถอนฟ้องคดีฆาตกรรม ก็เป็นสิทธิของแม่ เราก็ตั้งรับว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ต้องคุยกับทีมทนายอีกครั้ง ขณะที่โทรศัพท์มือถือที่ตำรวจเรียกไปตรวจสอบแล้ว มองว่าไม่เจอควรจบ ส่วนตัวอยากเป็นจำเลย ไม่ใช่มาขอตรวจสอบอีก เพราะโทรศัพท์มีไว้ใช้งาน ขาดไป 1 วันก็ร้อนใจเพราะเป็นสิ่งจำเป็น ขณะนี้ประเด็นงอกมาไม่จบสิ้น ซ้ำซ้อน มีสิทธิปฏิเสธไม่ให้ตรวจดูโทรศัพท์ตามรัฐธรรมนูญ

นายวิศาพัชกล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมข้อมูลในโทรศัพท์มือถือเป็นวัตถุพยานแต่แรกแล้ว ขณะนี้มีแต่เรื่องส่วนตัว รู้สึกเบื่อกับคนที่ขุดคุ้ยซ้ำซาก ไม่จบสิ้น อยากให้ตำรวจดำเนินไปตามหลักการและเหตุผล ไม่ใช่ตามกระแสสังคม หลังจากนี้จะดำเนินการให้ถึงที่สุดกับคนที่ชอบละเมิด มี 4 ราย หากผิดควรออกมาขอโทษ และเป็นตัวอย่างให้คนรุ่นหลัง พร้อมขอให้บุคคลที่ออกมากล่าวหาตนเก็บหลักฐานทิพย์ไปโชว์ในเมืองทิพย์