หน้าแรก ในประเทศ ไม่แฮปปี้! ชา...

ไม่แฮปปี้! ชาวพิจิตรโวยอยู่ไม่ได้ ครม.ช่วยอีก 800 บ./ไร่ แต่ไม่เกิน 15 ไร่ โรงสีโต้ไม่เคยกดราคา

2.11.16 | 11:50 น.

วันที่ 2 พฤศจิกายน  จากกรณีที่เกษตรกรชาวนา 3 อำเภอ ในจังหวัดพิจิตร ได้เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวนาปีตันละ 1 หมื่นบาท จนล่าสุดเมื่อวานนี้ ครม.ได้มีมติช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนา ราคาข้าวหอมมะลิเฉลี่ยอยู่ที่ 1.1 หมื่นบาท/ตัน ส่วนข้าว กข.15 และข้าวหอมมะลิ 105 ก็จะได้รับการช่วยเหลือเพิ่มอีกไร่ละ 800 แต่ไม่เกิน 15 ไร่ โดยจะช่วยเหลือกับชาวนาที่มาลงทะเบียนไว้นั้น เมื่อเวลา 09.00 น. นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวอีกว่า ในเรื่องการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหลัง ครม.มีมตินั้น ตนคงตอบแทนชาวนาไม่ได้ แต่หากตอบในฐานะผู้ว่าราชจังหวัด ตนค่อนข้างพอใจมาก  หากคิดเป็นบัญญัติไตรยางศ์มาแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นมาตรการช่วยเหลือตั้งแต่ไร่ละ 1 พันบาท มาจนถึงไร่ละ 800 บาท และรวมกับราคาข้าวที่ขายได้จริง อัตราเฉลี่ยต่อถัง คิดว่าเป็นเงินจำนวนสูงพอสมควร ก็ตกเกวียนละหมื่นกว่าบาท

“ส่วนเรื่องการจำนำยุ้งฉางนั้น ปัจจุบันนี้เกษตรกรในจังหวัดพิจิตรไม่มียุ้งฉางข้าว ที่มีก็เสื่อมโทรมไปหมดแล้ว เราคิดในเรื่องการช่วยเหลือโดยตรงมากกว่า อยากจะเรียนให้สื่อมวลชนทราบว่า การช่วยเหลือของภาครัฐ ของรัฐบาลนั้น เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้นเอง ส่วนจังหวัดพิจิตรได้เตรียมวางมาตรการในการแก้ไขในระยะยาวต่อไป ในการขอความร่วมมือหลายฝ่าย เป็นตัวแทนการจำหน่ายข้าวสาร และรับผิดชอบในเรื่องการรับซื้อข้าวจากเกษตรกรชาวนาโดยตรง ซึ่งก็เหมือนกับเป็นพ่อค้าคนกลาง เพียงแต่ว่าพ่อค้าคนกลาง คือ บริษัท ประชารัฐ ไม่แสวงหากำไรอยู่แล้ว ซึ่งบริษัท ประชารัฐมีจุดมุ่งหมายในการช่วยเหลือพี่น้องชาวนาพิจิตร ซึ่งบริษัท ประชารัฐจะนำข้าวเปลือกมาแปรรูปเป็นข้าวสาร หลังจากนั้นจะนำไปจำหน่ายตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งจะมีรูปแบบหรือโลโก้คือ ดาวชาละวัน ตรงนี้ผมมองว่าจะเป็นการช่วยเหลือชาวนาที่ยั่งยืนมากกว่า” นายวีระศักดิ์กล่าว

ด้านนางมิ่งขวัญ พุกเอี่ยม ประธานโรงสีข้าวพิจิตร กล่าวว่า สำหรับมติ ครม.ที่ออกมานั้น ก็เห็นดีกับทางท่านผู้ว่าฯ เนื่องจากว่าเกษตรกรของเรา ได้รับการชดเชยมาตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว 10 ไร่ ไร่ละ 1 พัน มาครั้งนี้ก็ได้ไร่ละ 800 บาท/1 ไร่ แต่ไม่เกิน 15 ไร่ ซึ่งชาวนาคนหนึ่งก็รับ 1.2 หมื่น รวมแล้ว ก็ 2.2 หมื่นบาท ส่วนผลผลิตที่ได้ก็ขายในราคาปกติ ก็ถือว่ารัฐบาลชดเชยมาในราคาที่เหมาะสม ตรงนี้อยากฝากให้กับเกษตรกร ลดต้นทุน และเดินแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ช่วยกันประหยัด โดยไม่ใช้สารเคมี ซึ่งเราจะพึ่งพาตัวเองได้

นางมิ่งขวัญเผยอีกว่า ส่วนเรื่องโรงสีกับนักการเมืองฮั้วกันตามที่เป็นข่าวนั้น ตรงนี้รับรองเลยว่าที่พิจิตรไม่มีอย่างแน่นอน ยืนยันได้ การเมืองไม่มีโดยเด็ดขาด ที่ผ่านมา พวกเราอยู่อย่างพอเพียง ใครจะให้ข่าวว่า พวกเราเป็นแกนนำชาวนาเพื่อเรียกร้องเงินค่าข้าว จริงๆ แล้วไม่ใช่ โรงสีซื้อมาก็ขายไปตามราคาตลาด อย่างที่เรียนไปตั้งแต่ครั้งแรกแล้วว่า ผู้ส่งออกไม่เคยช่วยอะไรเราเลย ซึ่งการแก้ปัญหาให้ตรงจุด รัฐบาลไม่จำเป็นต้องชดเชยก็ได้ เพียงแต่ให้ผู้ส่งออกนั้นหาตลาดและหาตลาดที่รับซื้อข้าวที่สูงขึ้น อยากจะฝากเรื่องนี้ไปยังผู้ส่งออกด้วยอีกอย่างหนึ่งโรงสีพิจิตรเองไม่เคยกดราคาข้าวชาวนา

201611020912222-20021028190207

Advertisement

อย่างไรก็ตาม นางสนิท กะโห้ อายุ 63 ปี เกษตรกรชาวนาตำบลสายคำโห้ อ.เมือง จ.พิจิตร เผยว่า หลังจากที่ทราบมติ ครม.มีมติออกมาว่าจะช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาเพิ่มอีก 800 บาท/ไร่นั้น หากคิดเป็นเรื่องข้าว 15 ไร่ คนหนึ่งก็จะได้ข้าวประมาณ 7 ตัน ที่ นสพ.ลงมาว่าจะให้การช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาแค่ 10 ตัน ก็ยังคิดเอาไว้เลยว่า 10 ตันมันก็ยังแย่ หากจะช่วยเหลือ 15 ตันก็ถือว่าสูสี บางคนเขาทำนา 30 ไร่ 50 ไร่ มันจะได้เพียง 7 ตัน มันจะไม่ทั่วถึง เพราะมันน้อยไป หากจะช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาจริงๆ อย่างน้อยก็ 15 ตัน

“รัฐบาลช่วยมาแค่นี้มันอยู่กันไม่ได้ ชาวนาตอนนี้พวกเรากำลังคิดอยู่ว่า พวกเราจะอยู่กันรอดหรือไม่ รัฐบาลจะมาคิดเป็นไร่ไม่ได้ ต้องคิดเป็นตัน  ถ้าคิดเป็นตัน นโยบายจะต้องชัดเจน ว่าช่วยตันละเท่าไหร่ อย่าไปคิดเป็นไร่ เพราะไร่นึงได้ข้าวมาเพียงนิดหน่อยเท่านั้นเอง รัฐบาลไม่จริงใจที่จะช่วยเหลือชาวนาอย่างแท้จริง” นางสนิทกล่าว