เมื่อเวลา 10.25 น.วันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง นครศรีธรรมราช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านความมั่นคง (รอง ผบ.ตร.มค.) พร้อมชุดสืบสวนสอบสวนคดีระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ระหว่างวันที่ 10-12 สิงหาคมที่ผ่านมา ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีโดยได้สอบสวน นายมูฮัมหมัด มูฮิ อายุ 20 ปี ชาว อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หนึ่งในผู้ต้องหาก่อเหตุระเบิดจังหวัดภูเก็ต ตามหมายจับศาลมณฑลทหารบกที่ 41 จังหวัดนครศรีธรรมราช ในข้อหาร่วมกันมีหรือใช้วัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะแต่การสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันพยายามวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น และเป็นอั้งยี่ หลังจากควบคุมตัวฝากขังตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา

เบื้องต้นมีรายงานว่านายมูฮัมหมัดรับสารภาพว่า ร่วมกับพวก 4 คน ก่อเหตุวางระเบิดที่จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 10-12 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากปฏิเสธในตอนแรก ทั้งนี้ขณะนี้พนักงานสอบสวน ออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาที่ก่อเหตุระเบิดแล้ว 11 ราย จับกุมแล้ว 2 ราย มีนายมูฮัมหมัด มูฮิ และนายฮากิม ดอเลาะ ผู้ต้องหาวางระเบิดเพลิงห้างโลตัสจังหวัดนครศรีธรรมราช ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

ต่อมาเวลา 11.40 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ และพนักงานสอบสวนเดินทางเข้าในเขตทัณฑสถานวัยหนุ่ม เพื่อขอเบิกตัวนายมูฮัมหมัด มูฮิ มาสอบปากคำ ขณะที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวมายังห้องสอบปากคำ นายมูฮัมหมัดสวมชุดผู้ต้องขัง สวมหมวก และใส่แว่นตาดำ มีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนที่พนักงานสอบสวน จะชี้แจงรายละเอียดคำรับสารภาพ พร้อมให้ตรวจดูเอกสารสำนวนที่นายมูฮัมหมัดเคยให้การไว้กับพนักงานสอบสวน บก.ภ.จว.ภูเก็ตก่อนหน้านี้ ต่อมานายมูฮัมหมัดเริ่มมีอาการเครียด พยักหน้า ให้การสับสน พร้อมเอามือลูบใบหน้าหลายครั้ง ก่อนจะร้องไห้ออกมา และให้การกับเจ้าหน้าที่ กระทั่งเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง นายมูฮัมหมัดให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับพวกก่อเหตุระเบิด 3 จุดจริง แต่ตนเองลงมือวางระเบิดเพียงจุดเดียว คือ บริเวณตลาดพาราไดซ์ หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต ส่วนจุดอื่นๆ เพียงร่วมเดินทางไปด้วยเท่านั้น ส่วนจะนำตัวนายมูฮัมหมัดมาชี้จุดตามคำให้การหรือไม่ จะต้องรอการพิจารณาจากศาลที่จะนัดไต่สวนอีกครั้งในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า จากการสอบสวนนายมูฮัมหมัด หรือมะ ในวันนี้ รับว่าก่อเหตุนำระเบิดไปวางที่ตลาดพาราไดซ์ หาดป่าตอง เมื่อ 14สิงหาคม ร่วมกับพวกอีก 1คน โดยพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลทหาร มทบ.41 จ.นครศรีธรรมราช เพื่อขอนำตัวผู้ต้องหานำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ โดยศาลนัดไต่สวน ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ทั้งนี้แม้คำรับสารภาพถือว่ามีน้ำหนักน้อยมากในชั้นศาล แต่เพื่อให้ครบกระบวนการที่ถือปฏิบัติในการสอบสวนจะต้องทำแผนประกอบคำรับสารภาพชี้จุดก่อเหตุ แต่ขึ้นอยู่กับศาลว่าจะพิจารณาอย่างไร ทั้งนี้นายมูฮัมหมัด ให้การเป็นประโยชน์รับว่ารู้จักกับคนอื่นๆในกลุ่มที่ก่อเหตุในอีก6จังหวัด เป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวก่อเหตุใน 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตามกรณีนายมูฮัมหมัดมีพยานหลักฐานอื่นทั้งกล้องวงจรปิด และพยานยืนยันขณะก่อเหตุ ที่มั่นใจว่าก่อเหตุในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ทั้ง3จุด
รองผบ.ตร.กล่าวต่อว่า จากคำให้การของผู้ต้องหา และพยานหลักฐานอื่นๆที่ชัดเจนในวันที่ 8 พฤศจิกายน จะขอศาลมทบ.41 ออกหมายจับผู้ต้องหา ก่อเหตุวางไปบ์บอมบ์ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต อีก1ราย จะเป็นผู้ต้องหารายที่ 11 หลังขออนุมัติหมายจับไปแล้ว10ราย จับกุมได้2ราย โดยอีก8รายที่มีหมายจับและหลบหนี ชุดสืบสวนยังคงติดตามจับกุมต่อเนื่อง ทุกรายยังคงหลบหนีในประเทศไทย ยังไม่พบว่ารายใดเดินทางออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตามเหตุระเบิดในพื้นที่7จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างความเสียหาย มีผู้เสียชีวิตต้องสอบสวนขยายผลอย่างถึงที่สุดตามกระบวนการ หากพบหลักฐานผู้ใดเกี่ยวข้อง ต้องขออนุมัติหมายจับดำเนินคดีทั้งหมด การทำสำนวนคืบหน้าไปมาก ตนกังวลเพียงที่ จ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากการหาพยานหลักฐานไม่ง่าย

