สาธิต เปิดงาน 80 ปีกรมการแพทย์ เล็งยกระดับรพ.รัฐ ประทับใจแบบ VIP
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการ 80 ปีกรมการแพทย์ ‘ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิต :Do our best for all’ พร้อมปฐกถาพิเศษ หัวข้อ ยกระดับการแพทย์ไทยเพื่อบริการประชาชน การแพทย์วิถีใหม่(New Normal Medical Services) โดยมี นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ และผู้บริหารกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขเข้าร่วม

นายสาธิต กล่าวว่า ตนย้ำว่าไม่มีการให้อะไรที่มาค่ายั่งยืนที่สุดเท่ากับการให้ชีวิตหรือให้สุขภาพที่ดี เป็นสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขและกรมการแพทย์ทำหน้าที่มาครบ 80 ปี ตนเชื่อมั่นในคนทำงานที่บริหารมารุ่นสู่รุ่น ที่ได้สร้างบุคลากรแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ที่มีความสอดรับกันในการให้สุขภาพและชีวิต กรมการแพทย์แค่ชื่อก็ศักดิ์สิทธิ์แล้ว เพราะ แพทย์สร้างกำลังใจให้ผู้ป่วยพร้อมสู้กับโรคเต็มที่ ฉะนั้น กรมการแพทย์มีบุคลากรที่ช่วยชีวิตคนไทยทุกคนผ่านการให้บริการของสถานพยาบาลทั้งสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย ทั้งนี้ ในการประชุมระบบสุขภาพร่วมกับกรุงเทพมหานคร ที่มีกรมการแพทย์เป็นเลขานุการ ก็ได้เพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วย เพิ่มเทคโนโลยี โดยมีกรมการแพทยเป็นหน่วยเชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพในกรุงเทพฯ ได้อย่างไร้รอยต่อ

นายสาธิต กล่าวว่า แม้รพ.สังกัดกรมการแพทย์ อาทิ รพ.ราชวิถี รพ.เลิดสิน รพ.นพรัตน์ รพ.สงฆ์ สถาบันประสาทวิทยา รพ.เด็ก สถาบันโรคทรวงอก สถาบันทันตกรรม สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ และ สถาบันยาเสพติดธัญญารักษ์ เป็นต้น เป็น รพ.ของรัฐ แต่ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนในการดูแลผู้ป่วย ซึ่งเมื่อก่อนหากจะไปรักษาโรคยากจะต้องไป รพ.เอกชน แต่ปัจจุบันนี้ ตนก็ได้รับข้อมูลว่า สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke ที่ทางสถาบันประสาท ใช้เทคโนโลยีผ่าตัดขั้นสูงในผู้ป่วย 2 ราย อายุ 64 และ 86 ปีให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งนี่ทำให้เห็นว่าสามารถทำได้ใน รพ.ของรัฐ

นายสาธิตกล่าวต่อว่า กรมการแพทย์ในทศวรรษใหม่ต่อจากนี้ จะมุ่งเน้นขับเคลื่อนใน 7 เรื่องหลัก คือ 1.ปรับรูปแบบการบริการให้มีความปลอดภัยจากโรคโควิด-19 โดยสนับสนุนการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม มีคุณภาพ 2.พัฒนาศักยภาพสถานพยาบาลให้บริการผู้ป่วยทุกคนแบบ VIP สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย 3.บูรณาการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวม ร่วมกับภาคีเครือข่ายและ 3 หมอในชุมชน 4.พัฒนาศักยภาพงานบริการ ต่อยอด 30 บาท “รักษาทุกที่ ไม่ต้องมีใบส่งตัว” อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงระบบรักษา ลดการเดินทาง ลดค่าใช้จ่าย 5.พัฒนาการรักษามะเร็ง รักษาทุกที่ เข้าถึงการรักษาแบบครบวงจร ทั้ง ผ่าตัด เคมีบำบัด และรังสีรักษา 6.พัฒนาศูนย์วิจัยกัญชาทางการแพทย์ระหว่างประเทศ และ 7. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้เป็นศูนย์ข้อมูลกลางสุขภาพประชาชน ซึ่งทั้งหมดจะทำให้ระบบสาธารณสุขประเทศมีความก้าวหน้า นำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจให้แข็งแรง ประชาชนแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรงต่อไป

ด้าน นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ได้ตระหนักถึงระบบสุขภาพของประเทศที่กำลังเผชิญกับสิ่งที่ท้าทายและความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน รวมถึงโรคอุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จึงเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ด้วยการยกระดับ ปรับกระบวนการทำงานและวิธีคิด ร่วมผลักดันและดำเนินการตามนโยบายระบบบริการสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลรักษาอย่างมีคุณภาพ มาตรฐาน และไร้รอยต่อ ตามแนวทาง “ทำดีที่สุด เพื่อทุกชีวิต” และบรรลุเป้าหมายหลักของประเทศด้านสาธารณสุข เพื่อประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน
เวลา 12:00 น. นายสาธิตได้เดินเยี่ยมชมบูธกิจกรรมของกรมการแพทย์ โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำบูธให้ข้อมูลด้านสุขภาพและเทคโนโลยีการให้บริการประชาชน
สำหรับการประชุมวิชาการ กรมการแพทย์ จัดระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม ภายใต้แนวคิด “ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิต : Do our best for all” เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ทำงานของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข นำไปพัฒนาการแพทย์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน ศึกษาวิจัยต่อยอดผลงาน นวัตกรรม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยมีการนำเสนอผลงานประวัติศาสตร์และแนวทางในอนาคตของกรมการแพทย์ (DMS Next Normal) จัดบริการด้านสุขภาพจาก 14 หน่วยงานของกรมการแพทย์ให้กับประชาชน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมกิจกรรมเสวนาสุขภาพจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและศิลปินดารา สัมมนาเชิงลึกด้านการแพทย์แขนงต่างๆ และสินค้าสุขภาพ ผู้ที่สนใจสามารถร่วมงานได้ ที่ บางกอก คอนเวนชั่น เซ็นทรัลเวิร์ล กรุงเทพมหานคร

