ตร.สอบเครียด 2 หนุ่มไฮโซ ปมปล้นทรัพย์นักธุรกิจสิงคโปร์ ทนายปัดไม่มีเอี่ยว
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 กรกฎาคม ร.ต.อ.สกล บุญดก รอง สว.(สอบสวน) สน.ห้วยขวาง นำตัวผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนปล้นทรัพย์นักธุรกิจชาวสิงคโปร์จากสถานบันเทิงย่านเหม่งจ๋าย ร่วมกับเพื่อน รวม 7 คน ได้รถยนต์ปอร์เช่ รุ่นคาเยนน์ 1 คัน เงินสด และทรัพย์สิน รวมกว่า 4.5 ล้านบาท ก่อนถูกจับกุมเมื่อคืนวานนี้ (9 กรกฎาคม) ออกมาจากห้องควบคุมผู้ต้องหา ไปสอบปากคำห้องประชุมชั้น 3 โดยมี พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จักรภพ สุคนธราช ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผกก.สน.ห้วยขวาง เข้าร่วมสอบปากคำ โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวกลับมาควบคุมที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา และนำตัวผู้ต้องหาอีกรายออกจากห้องควบคุมไปสอบปากคำต่อ โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังไม่ยอมเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทนายความของผู้ต้องหาระบุว่า ลูกความได้ลงทุนธุรกิจกับนักธุรกิจชาวสิงคโปร์ ผู้เสียหาย โดยที่ลูกความตนไม่รู้ตัวว่าถูกออกหมายจับ คดีร่วมกับพวก รวม 7 คน ก่อเหตุร่วมกันปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธ ยืนยันว่าลูกความตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการร่วมกันก่อเหตุปล้นทรัพย์ แต่ยอมรับว่ารู้จักกับผู้เสียหายชาวสิงคโปร์ และอยู่ร่วมในเหตุการณ์นี้จริง แต่ไม่มีแรงจูงใจที่จะก่อเหตุ เพราะลูกความของตนเองมีธุรกิจ และมีทรัพย์สินมากกว่าของที่ถูกกล่าวหาว่าปล้นทรัพย์ไป จึงไม่จำเป็นต้องปล้นใคร แต่ในกลับทางกันผู้เสียหายชาวสิงคโปร์นั้นเป็นลูกหนี้ลูกความตนเป็นเงิน จำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขอยืม น่าจะประมาณปีที่แล้ว โดยเป็นการกู้ยืมไปเพื่อทำธุรกิจ โดยตนมีหลักฐานการกู้ยืมถูกต้อง
ทนายความกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า รถยนต์ปอร์เช่ของผู้เสียหายสูญหายไปนั้น ยืนยันว่ารถยนต์ไม่ได้อยู่กับลูกความตนเอง มีเพียงคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมูลค่าหลักหมื่นเท่านั้นที่อยู่กับลูกความของตน และเป็นการหยิบยืมกัน และตั้งใจจะเอาไปคืนอยู่แล้ว ส่วนตัวเชื่อว่าผู้เสียหายชาวสิงคโปร์พูดความจริงไม่หมด และกำลังพิจารณาว่า จะแจ้งความกลับข้อหาแจ้งความเท็จ เพราะทั้ง 3 คนมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในการทำธุรกิจ
ส่วนกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ รู้จักโดยผิวเผิน เพราะเคยไปเที่ยวด้วยกัน และมีเพียงลูกความของตนที่พูดภาษาอังกฤษได้ ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวคนที่เหลือมาสอบสวนขยายผล ดังนั้น จึงเชื่อว่าผู้เสียหายไม่ได้มีเจตนาจะแจ้งความร้องทุกข์เอาผิดลูกความของตน แต่เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผู้เสียหายชาวสิงคโปร์รู้จักเพียงแค่ 2 คนนี้เท่านั้น ทั้งนี้ จากการพูดคุยลูกความของตนค่อนข้างเครียด เพราะไม่ได้ก่อเหตุแต่กลับถูกใส่ร้าย ซึ่งได้มีการประสานเตรียมหลักทรัพย์เพื่อยื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน โดยอยู่ระหว่างการหารือกับพนักงานสอบสวน
พล.ต.ต.โชคชัยเปิดเผยว่า วันนี้ตนเดินทางมาวางแนวทางการสืบสวนสอบสวน และติดตามตัวผู้ต้องหาอีก 5 คนที่เหลือ ส่วนการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนั้นพนักงานสอบสวนกำลังดำเนินการ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน
ด้าน พ.ต.อ.ยิ่งยศเปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ส่วนที่ทนายความจะยื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนนั้นคงไม่สามารถอนุญาตตามคำร้องขอได้ ในวันพรุ่งนี้ (11 กรกฎาคม) พนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปฝากขังศาลอาญา โดยคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง นอกจากนี้ ยังได้เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัวชายฉกรรจ์ที่ร่วมกันก่อเหตุอีก 5 คนเช่นกัน
รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การปฏิเสธในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

