วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 ที่โรงสีข้าวของสหกรณ์การเกษตร จำกัด อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ นายอำเภอห้างฉัตร จ.ลำปาง และเกษตร อำเภอห้างฉัตร ได้เข้าหารือร่วมกับ นายธีรภัทร์ คำสม ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรห้างฉัตร จำกัด ในเรื่องการช่วยเหลือชาวนาในพื้นที่ อ.ห้างฉัตร เนื่องจากในพื้นที่ อ.ห้างฉัตร มีชาวนาที่ปลูกข้าว และขึ้นทะเบียนไว้กว่า 2,600 คน ผลผลิตข้าวในพื้นที่กว่า 34,000 ไร่ นับเป็นพื้นที่เพาะปลูกที่มากในพื้นที่ จ.ลำปาง จึงได้ลงติดตามพื้นที่ อ.ห้างฉัตร เป็นพื้นที่แรก เพื่อขอความร่วมมือให้ทางโรงสีข้าวของสหกรณ์การเกษตร จำกัด อ.ห้างฉัตร ได้ร่วมมือกันในการช่วยเหลือชาวนา ซึ่งเป็นชาวลำปางด้วยการ ในการขอเพิ่มราคารับซื้อข้าวให้ชาวนามีรายได้ โดยปัจจุบันนี้โรงสีข้าวแห่งนี้ จะมีชาวนาในพื้นที่นำข้าวสด ซึ่งเป็นข้าวเปลือกเหนียว หลังเก็บเกี่ยวในราคาตันละ 7,000 บาท ส่วนข้าวเปลือกเหนียวความชื้นมาตรฐาน 13 % ตันละ 11,000 บาท โดยจะขอให้โรงสีข้าวเพิ่มราคารับซื้อข้าวในแต่ละประเภทขึ้นมาในระดับที่รับไหว เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวนาที่มีต้นทุนในการผลิตต่อไร่ละ 5,500บาท
ผลของการหารือในครั้งนี้ ทางโรงสีข้าวของสหกรณ์การเกษตร จำกัด อ.ห้างฉัตร ก็ได้ตกลงร่วมกัน เพื่อดำเนินงานช่วยเหลือเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่ อ.ห้างฉัตร เท่านั้น ซึ่งการดำเนินงานร่วมกันครั้งนี้ ถือว่าเป็นห้างฉัตรโมเดลที่ทางจังหวัดจะนำร่องไปใช้ในพื้นที่อื่นอำเภออื่นๆ ของ จ.ลำปาง ต่อไป เพราะแต่ละอำเภอ 13 อำเภอใน จ.ลำปาง นั้น ปัญหา และลักษณะของแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน จึงต้องมีการเข้าหารือ เพื่อขอให้แต่ละพื้นที่ช่วยเหลือตามแต่ลักษณะของพื้นที่ต่างกันไป เพื่อให้เกิดความร่วมมือของทุกฝ่ายรวมกัน

นายสุวัฒน์ กล่าวว่า ห้างฉัตรโมเดลที่ทำขึ้นไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มราคารับซื้อข้าวจากชาวนาแล้ว ยังต้องทำระบบการตลาด เพื่อขายด้วย หลังโรงสีทำการรับซื้อขายมาสีแล้ว ทางจังหวัดจะสนับสนุนในการเปิดจุดขายข้าวราคาถูกให้กับประชาชนโดยทั่วไปด้วย เพื่อเป็นการกระจายผลผลิตไปถึงมือผู้บริโภคอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นการช่วยเหลือในระยะสั้น ส่วนในระยะยาวจะได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปส่งเสริม และสนับสนุนให้ชาวนาทำวิถีทำการเกษตรแบบพอเพียงตามแนวทางพระราชดำริ ให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ไม่ยึดติดกับการปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว
สำหรับพื้นที่ จ.ลำปาง ส่วนใหญ่จะมีการปลูกข้าวเหนียวเป็นส่วนมาก และส่วนใหญ่จะปลูก และเก็บเกี่ยวไว้กินเองมากกว่าที่จะนำออกไปขาย ดังนั้น พื้นที่ปลูกข้าว เพื่อขายจึงมีไม่มากเหมือนกับในภาคกลาง หรืออีสาน ซึ่งทั้ง จ.ลำปาง มีพื้นที่ปลูกข้าวอยู่ทั้งสิ้น 247,015 ไร่ เป็นการปลูกข้าวเหนียวมากที่สุดถึง 208,683 ไร่ ข้าวหอมมะลิ 32,564 ไร่ และข้าวเจ้า 4,637 ไร่ ซึ่งขณะนี้ข้าวที่ปลูกในพื้นที่ ยังอยู่ในช่วงโต และคาดว่าจะถึงฤดูเก็บเกี่ยวภายในเดือนพฤศจิกายน 2559 นี้ กว่าร้อยละ 60 ซึ่งจะมีผลผลิตออกมาถึง 247,015 ตัน ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมช่วยเหลือ ผู้ว่าราชการจังหวัด จึงเร่งออกหารือกับโรงสีข้าวต่างๆ ในจังหวัด เพื่อให้ทุกคนช่วยเหลือชาวนา ซึ่งเป็นคนลำปางด้วยกัน

