อนุทิน แจง ติดโควิดรักษาฟรีตามสิทธิ สบส.ชี้ เอกชน ออกแพ็คเกจเองได้ แต่จ่ายยาตามอาการ

11.07.22 | 11:14 น.

อนุทิน แจง ติดโควิดรักษาฟรีตามสิทธิ สบส.สรุปชัด รพ.เอกชน ออกแพ็คเกจเองได้ แต่ต้องจ่ายยาตามอาการเท่านั้น หากพบให้ยานอกข้อบ่งชี้ ผิดแน่นอน

ตามที่มีโรงพยาบาล (รพ.) เอกชนบางแห่ง ออกแพ็คเกจรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยให้ผู้ป่วยเลือกว่า จะเลือกแพ็คเกจใด อาทิ ยาฟาวิพิราเวียร์ 50 เม็ด ราคา 2,900 บาท ยาฟาวิพิราเวียร์ แบบครบโดส บวกกับปรอท และเครื่องวัดออกซิเจนในเลือด ราคา 3,000 บาท และ รพ.เอกชน บางแห่ง เสนอยาโมลนูพิราเวียร์อีกประมาณ 20-30 เม็ด ราคา 5,700 บาท และยังมีแพ็คเกจอื่นๆ อีกมากนั้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (11 กรกฎาคม 2565) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ รพ.เอกชน ออกโปรแกรมขายยารักษาโควิด-19 ว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ ยาโมลนูพิราเวียร์ รัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนให้ รพ.รัฐ และเอกชน เพื่อรักษาตามสิทธิการรักษา ส่วน รพ.เอกชนที่ออกแพ็คเกจอาจเป็นเรื่องการอำนวยความสะดวกสบาย เพื่อให้ผู้ป่วยที่สามารถจ่ายได้มีทางเลือกตรงนี้ อย่างไรก็ตาม กรณีเช่นนี้มีอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ทำได้หรือไม่ หรือกรอบไหนทำไม่ได้ ก็จะมีการตรวจสอบให้ชัดเจน

“เรื่องนี้เป็นเรื่องการซื้อความสะดวก หากเขาทำแบบนี้และพิสูจน์ได้ว่า อำนวยความสะดวกได้จริงและไม่ผิดหลักเกณฑ์ใดๆ ก็น่าจะทำได้ และประชาชนก็ได้ความสะดวกสบาย แต่หากมีกรณีไหนที่เข้าข่ายทำผิด หรือยังไม่ชัดเจน ให้สอบถามมายังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อตรวจสอบ แต่ต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่เขาบอกมา ที่ผ่านมายังไม่เห็นหลักฐานชัดเจน ถ้ามีส่งมาเลย ทุกวันนี้ก็ยังปิดรพ.เอกชนไม่ได้สักแห่ง” นายอนุทิน กล่าว

ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดี สบส. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หากเป็นคนไข้โควิด-19 ไปรักษาใน รพ.ตามสิทธิ เป็นไปตามระบบนั้น รพ.ที่รักษาตามสิทธินั้นๆ ย่อมไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ เพราะรัฐเป็นผู้สนับสนุนยาไปยัง รพ. อย่างไรก็ตาม ช่วงหลัง รพ.เอกชน จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการอำนวยความสะดวกสบาย และมีกำลังจ่าย เพียงแต่การรักษาต้องเป็นไปตามมาตรฐานการรักษาทางการแพทย์

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณี รพ.เอกชน ระบุแพ็คเกจให้คนไข้เลือกว่าจะใช้ยาประเภทใด นพ.ธเรศ กล่าวว่า จริงๆ สามารถทำได้ แต่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการรักษาทางการแพทย์ ซึ่งยาส่วนนี้จะเป็นของเอกชน เนื่องจากปัจจุบันในส่วนของรัฐจะเตรียมยาไว้ให้กรณีรพ.เอกชนที่ดูแลคนไข้ตามสิทธิ แต่ยังมีอีกกลุ่มที่มาขึ้นทะเบียน และเอกชนสามารถซื้อขายตามระบบปกติได้

Advertisement

นพ.ธเรศ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญการออกแพ็คเกจใดๆ ต้องอิงอาการคนไข้เป็นหลัก ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการรักษา และมาตรฐานสถานพยาบาล แต่เมื่อมีข้อคิดเห็นกรณีนี้เข้ามา เราจะมีการประชุมหารือและกำชับรพ.เอกชน ในการปฏิบัติเรื่องนี้ให้ถูกต้อง ซึ่งสัปดาห์นี้จะมีการหารือร่วมกับเอกชนอีกครั้ง โดยหากใครเจอเรื่องลักษณะนี้หรือสงสัยว่า รพ.เอกชน ทำได้หรือไม่ให้แจ้งมาที่ สบส.เพื่อตรวจสอบต่อไป

“การออกแพ็คเกจต้องแจ้งล่วงหน้า และแจ้งราคาให้ประชาชนทราบล่วงหน้า แต่ที่สำคัญการให้ยาต้องรักษาตามอาการ ตามมาตรฐาน หากทำผิดนอกเหนือจากนั้น จะผิดทั้ง พ.ร.บ.สถานพยาบาลฯ และหากแพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายนอกเหนืออาการก็จะเข้าข่ายผิดเรื่องการประกอบวิชาชีพ จะเป็นในส่วนของแพทยสภาตรวจสอบ” นพ.ธเรศ กล่าว

เมื่อถามว่าจะทราบได้อย่างไรว่า รพ.เอกชนจะไม่นำยาที่รัฐสนับสนุนฟรีมาขายให้ผู้ป่วย นพ.ธเรศ กล่าวว่า สำหรับข้อมูลนี้ มีระบบตรวจสอบอยู่แล้ว