ดำรงค์ชี้ ทบ.โปรยเมล็ดกระถินยักษ์ป่าต้นน้ำ ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ
กรณีที่ เกิดประเด็นดราม่า ในโลกโซเชียล ที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 กองทัพบก โปรยเมล็ดพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น ต้นสัก ลูกหว้า กระถินยักษ์ โดยใช้ดินเหนียวห่อให้เมล็ดพันธุ์มีน้ำหนัก โปรยลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ระหว่างการขนส่งเสบียงให้กำลังพล ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ อาทิ ป่าต้นน้ำบ้านห้วยเดื่อ อ.เมือง, ป่าต้นน้ำบ้านเมืองน้อย อ.ปาย, อุทยานแห่งชาติสาละวิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งในเรื่องดังกล่าว มีคนไม่เห็นด้วยจำนวนมาก เพราะเป็นการกระทำที่ผิดวิธีสำหรับการขยายพันธุ์พืช
มติชนออนไลน์ สอบถามไปยัง นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครักษ์ผืนป่า ประเทศไทยนายดำรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เห็นด้วย ถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องเลย เพราะกระถินยักษ์ เป็นพืชชนิดพันธุ์ต่างถิ่น หรือ เอเลี่ยนสปีชีส์ หากโปรยลงดินไป จะโตเร็วมาก ต่างกับ เมล็ดพืชในป่าที่จะโตช้า ซึ่งเมื่อมีเมล็ดกระถินยักษ์ไปแย่งพื้นที่อีก เมล็ดไม้ในป่าก็จะโดนแย่งอาหารหมด โตไม่ขึ้น นานๆไปป่านั้น จะกลายเป็นป่ากระถิน เป็นการทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ
“จะว่าไป แม้ว่าต้นไม้ทุกชนิดจะมีประโยชน์ทั้งหมดก็จริง แต่ก็ต้องดูด้วยว่ามันขึ้นที่บริเวณไหน ถ้าขึ้นในป่าต้นน้ำ หรือในอุทยานแห่งชาตินี่ไม่เห็นด้วยอย่างมาก ทำแบบนี้มากๆ เข้าอุทยานแห่งชาติจะกลายเป็นอุทยานแห่งชาติป่ากระถินไป มีแต่กระถิน พืชอย่างอื่นไม่มี จะเอาไหมแบบนี้ ถ้าจะโปรยก็ไปโปรยโน่น ที่เขาหัวโล้น ให้โตมามีไม้สีเขียวๆ อยู่บ้าง แต่ที่แบบนั้นก็มีชาวบ้านปลูกพืชของเขาอยู่ หว่านลงไปถ้าไม่ใช่พืชที่เขาต้องการก็จะถูกถอนทิ้งหมด สรุปคือ ไม่ควรทำแบบนี้จะดีกว่า” นายดำรงค์ กล่าว
อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นความสำเร็จของการโปรยเมล็ดไม้ลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ แล้วได้ผลงอกงามเลยแม้แต่ครั้งเดียว คิดว่าทำแบบนี้ สิ้นเปลืองค่าน้ำมันและเสียเวลา ควรใช้วิธีอื่นดีกว่า

