ศาลอาญาให้ประกัน 4 ผู้ต้องหา ร่วมปล้นทรัพย์นักธุรกิจสิงค์โปร์ พร้อมกำหนดเงื่อนไข

12.07.22 | 11:49 น.
แฟ้มภาพ

ศาลอาญาให้ประกัน 3 ผู้ต้องหา ร่วมปล้นทรัพย์นักธุรกิจชาวสิงค์โปร์ พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามติดต่อยุ่งเกี่ยว เข้าใกล้ผู้เสียหายและครอบครัว

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลมีคำสั่งเรื่องขอปล่อยชั่วคราว ภายหลังได้ดำเนินการไต่สวนคำร้องที่ 3 ผู้ต้องหา คดีใช้อาวุธปืนปล้นทรัพย์นักธุรกิจชาวสิงคโปร์ (นายยาง ฮุย อายุ 32 ปี) ที่สถานบันเทิงย่านเหม่งจ๋าย ร่วมกับเพื่อน รวม 7 คน ได้รถยนต์ปอร์เช่ รุ่นคาเยนน์ 1 คัน เงินสด และทรัพย์สิน รวมกว่า 4.5 ล้านบาท ซึ่งถูกจับกุมเมื่อคืนวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้ยื่นคำขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขัง เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา


ศาลพิเคราะห์คำร้องขอฝากขัง เอกสารร้องขอหมายจับและทางไต่สวนแล้ว เห็นว่าคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่าผู้ต้องหามีเหตุจะหลบหนี ก่อเหตุร้าย หรือไปยุ่งกับพยานหลักฐาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 หรือไม่

ซึ่งพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวโดยเหตุผลเดียวว่าคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาทั้งสองจะหลบหนี

เมื่อพิเคราะห์พฤติกรรมแล้ว ไม่มีข้อเท็จจริงที่จะยืนยัน หรือแสดงว่าผู้ต้องหาทั้งสองจะหลบหนี ผู้ต้องหาทั้งสองมีภูมิลำเนาแน่นอน มีอาชีพการงานชัดเจน ผู้ต้องหาที่ 1 มีบุตรที่ยังเล็กและครอบครัว การหลบหนีน่าจะเป็นผลเสียหาย

Advertisement

ส่วน ผู้ต้องหาที่ 2 มีธุรกิจ ซึ่งการหลบหนีน่าจะกระทบต่อความเชื่อถือและทางทำมาหาได้ในอนาคตของผู้ต้องหาที่ 2 กรณีมีเหตุในเบื้องต้นว่าความเสี่ยงที่ผู้ต้องหาทั้งสองจะหลบหนีอยู่ในระดับปานกลาง

จึงเห็นควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวได้ แต่เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองมีศักยภาพที่จะสามารถเดินทาง จึงเห็นควรควบคุมด้วยมาตรฐานที่เข้มงวดขึ้น โดยให้เรียกหลักประกันเป็นเงินคนละ 1 ล้านบาท และให้สวมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวมีกำหนด 90 วัน หากพนักงานสอบสวน หรือผู้ต้องหาทั้งสองมีเหตุจะให้ระยะเวลาเพิ่มขึ้น หรือน้อยลงให้เสนอพยานหลักฐานต่อศาลเมื่อมีเหตุดังกล่าวในอนาคต และห้ามออกนอกประเทศ ให้แจ้งสํานักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบ โดยเมื่อทำสัญญาเรียบร้อยแล้วให้ออกหมายปล่อยได้

ส่วน ผู้ต้องหาที่ 3 ศาลพิเคราะห์คำร้องขอฝากขัง เอกสารคำร้องขอหมายจับ ประกอบทางไต่สวนแล้ว เห็นว่าพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวด้วยเหตุเดียวว่าคดีมีอัตราโทษสูงเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

เมื่อข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนได้ความว่าผู้ต้องหาเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานด้วยตนเอง ผู้ต้องหารับราชการเป็นตำรวจ มีตำแหน่งหน้าที่การงาน มีภูมิลำเนาที่แน่นอนอยู่มาเป็นเวลานาน ไม่น่าเชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีไปโดยง่าย จึงเห็นควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวได้หากผิดสัญญาปรับ 500,000 บาทโดยกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาติดต่อยุ่งเกี่ยวหรือเข้าใกล้ผู้เสียหายและครอบครัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 1 ผู้ต้องหารายที่ 4 คดีร่วมกับพวกปล้นทรัพย์นักธุรกิจชาวสิงคโปร์ โดยศาลอาญา อนุญาตฝากขังครั้งที่ 1 เป็นเวลา 12 วันแล้ว

ต่อมา ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขัง

โดยศาลอาญา พิเคราะห์แล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาระหว่างชั้นสอบสวนจนถึงชั้นพิจารณา ตีราคาประกัน 500,000 บาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาติดต่อยุ่งเกี่ยวหรือเข้าใกล้ผู้เสียหายและครอบครัว

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง