เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ห้องประชุม สภ.ปากจั่น ภ.จว.ระนอง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ประชุมเร่งรัดติดตามความคืบหน้าเหตุพบศพนายทนุ ใจดี อายุ 78 ปี อยู่ในบ่อข้างบ้านพักในสวนยาง ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง บิดานายธวัช ใจดี ผู้ช่วย ส.ส.จังหวัดระนอง ซึ่งก่อนพบศพญาตินายทนุ ได้รับข้อความจากหมายเลขโทรศัพท์ชาวเมียนมาว่าได้จับตัวนายทนุ ไว้แล้วเรียกเงินค่าไถ่จำนวน 8 ล้านบาท ก่อนจะเจรจาเหลือ 1 ล้านบาท และขอความช่วยเหลือในการค้นหาไปยังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ก่อนพบศพดังกล่าว ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. เร่งรัดการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดโดยเร่งด่วน เนื่องจากถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จึงสั่งการให้ ภ.8 และ ภ.จว.ระนอง รวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุดังกล่าว
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า การสืบสวนติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุล่าสุดนำตัวชาวเมียนมา ผู้ถือหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ในการเรียกค่าไถ่มาซักถามปากคำเบื้องต้นยังให้การภาคเสธอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายทนุ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคุมตัวชาวเมียนมา 15 คนลูกจ้างภายในสวนของผู้เสียชีวิต มาเก็บลายนิ้วมือและหลักฐานต่างๆ และสอบปากคำโดยละเอียด พบว่ากลุ่มชาวเมียนมาดังกล่าวบางรายให้การวกวน และมีอีกส่วนหนึ่งที่อยู่ระหว่างหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามตัวกลับมาให้ได้โดยเร็ว ส่วนของการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต พบสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากถูกตีด้วยของแข็งที่ศีรษะ และระบุเวลาการเสียชีวิตก่อนที่จะมีการเรียกค่าไถ่ ดังนั้นจึงคาดว่าการเรียกค่าไถ่นั้นอาจเป็นแค่อำพรางคดี และคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าวมีจำนวนมากกว่าหนึ่งคน ส่วนมูลเหตุจูงใจอยู่ระหว่างการสืบสวน
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ และเป็นที่สนใจของสื่อมวลชน จึงประชุมเร่งรัดการสืบสวนติดตามคดีดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ในการติดตามตัวชาวเมียนมาที่หลบหนีอยู่อีกสองคน คาดว่าจะนำตัวมาได้ภายใน 2-3 วันนี้ พร้อมกำชับให้มีความละเอียดรอบคอบในการรวบรวมพยานหลักฐานเนื่องจากกลุ่มคนร้ายมีการวางแผนในการอำพรางคดีให้ดูเหมือนเป็นการเรียกค่าไถ่ ซึ่งจากผลการชันสูตรพลิกศพสามารถบอกได้ว่า ผู้เสียชีวิตถูกฆาตกรรมตั้งแต่ก่อนที่จะมีการส่งข้อความเรียกค่าไถ่แล้ว ดังนั้นจึงต้องพิสูจน์ทราบมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ให้ได้ โดยสั่งการให้มีการส่งทีมออกติดตามค้นหาผู้ต้องสงสัยตามจุดที่อาจเป็นแหล่งกบดานในพื้นที่เป้าหมายแล้ว

