หน้าแรก ในประเทศ ชาวไร่ข้าวโพด...

ชาวไร่ข้าวโพดน่านร้องรบ.พักชำระหนี้ จี้บ.อาหารสัตว์ยักษ์ใหญ่ผ่อนผัน หลังออกกฎคัดเกรดเข้ม

2.11.16 | 17:55 น.

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 เมื่อเวลา 10.00 น. นายไพศาล  วิมลรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานประชุมหัวหน้าสวนราชการและเอกชนที่เกี่ยวข้อกับการแก้ไขปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หลังจากกลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวโพด จ.น่าน ร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ โดยวิเคราะห์ปัญหาเกิดจากหลายเรื่อง เนื่องจากปี 2559 นี้ มีข้าวโพดจำนวนกว่า 5.7 แสนตัน ระบายขายไปแล้วประมาณ 1 แสนตัน ที่เหลือรอเก็บเกี่ยวซึ่งล่าช้ากว่าจังหวัดอื่นๆ ประกอบกับบริษัทผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่ชื่อดัง มีมาตรการเข้มงวดคัดเกรดซื้อเฉพาะผลผลิตที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะตรวจสอบย้อนกับพื้นที่ปลูกต้องไม่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ หรือได้รับรองจากภาครัฐ ทำให้เกษตรกร จ.น่านส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ์จนเดือดร้อน เนื่องจากยังมีพื้นที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนปลูกของทางการไว้ 7.9 แสนไร่ อาจมากกว่าถึง 1 ล้านไร่

รายงานระบุว่า หลังการหารือกว่าชั่วโมง นายไพศาลได้สรุปทางออกเฉพาะหน้า สาเหตุส่วนใหญ่พ่อค้าคนกลางไม่รับซื้อข้าวโพดจากเกษตร อ้างสิ่งเจือปนและความชื้นไม่ได้คุณภาพตามที่บริษัทปลายทางต้องการ จากนั้นขอให้ผู้แทนบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์สอบถามผู้บริหารด้วยโทรศัพท์ ยืนยันจะซื้อข้าวโพดจาก จ.น่านปริมาณไม่อั้น ในเงื่อนไขเฉพาะพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ หรือทางราชการรับรอง หรือเอ็นจีโอ.รับรอง จากนั้นนายนเรศ ฝีปากเพราะ เกษตรจังหวัดน่านเสนอให้ใช้บัญชีเกษตรกรที่เคยขึ้นทะเบียนปลูกข้าวโพดไว้เดิม และมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 และมติ ครม.ที่เกี่ยวข้องผ่อนผันให้ทำกินก่อนพิสูจน์สิทธิ์ สำหรับรับรองขายข้าวโพดให้บริษัทยักษ์ใหญ่ดังกล่าว ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดรับปากจะรับรองสิทธิ์ภายใต้ระเบียบกฎหมายต่างๆเท่านั้น

ต่อมา เวลา 13.30 น. วันเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านนัดหัวหน้าส่วนราชการ ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการรับซื้อพืชผลการเกษตร จ.น่าน เกษตรกรและสมาชิกสภาเกษตรกร นำโดยนายวุฒิไกร กุลกัลป์ชัย นายกสมาคมผู้ปลูกข้าวโพด จ.น่าน เจรจากันอีกนานกว่า 2 ชั่วโมง ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ เนื่องจากเกษตรกรเรียกร้องให้กำหนดเวลารับซื้อผลผลิต ราคาที่แน่นอนทั้งประเภทขายฝักและเมล็ด เพราะได้รับความเดือดร้อนไม่มีเงินใช้จ่าย ถูกสถาบันการเงิน เจ้าหน้าที่เร่งรัดชำระหนี้ หากปล่อยเนิ่นนานผลผลิตจะเสียหายคาไร่ อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ราคาแต่เนื่องจากพ่อค้าบ่ายเบี่ยงไม่รับซื้อ ในที่สุดจะยื่นหนังสือเป็นทางการผ่านนายอำเภอทุกแห่ง วันที่ 4 พฤศจิกายน และยื่นผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน วันที่ 7 พฤศจิกายน ไปถึงรัฐบาลให้ใช้มาตรการช่วยชาวไร่ข้าวโพด แก้ปัญหาดังกล่าว แม้มีข่าวจะรับซื้อความชื้น 14.5% กิโลกรัมละ 8 บาท แต่แท้จริงในพื้นที่ถูกกดราคาซื้อที่ความชื้น 25% เหลือ 3.70 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ ขอปฏิเสธกล่าวหาบุกรุกป่า เนื่องจากปัจจุบันทางการจำกัดพื้นที่ปลูกข้าวโพดไว้ด้วยขอบเขตชัดเจนอยู่แล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า สภาเกษตรกร จ.น่าน และสมาคมผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จ.น่าน มีมติจะยื่นหนังสือถึงรัฐบาลดังกล่าว เรียกร้องให้ 1.เจรจากับผู้ประกอบการ รับซื้อข้าวโพดชนิดเมล็ด ความชื้น 30% ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 5.50 บาทซึ่งเป็นจุดคุ้มทุน 2.ขอให้ช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตข้าวโพด ไร่ละ 1,000 บาท คนละไม่เกิน 50 ไร่ 3.ขอให้ชะลอการนำเข้าข้าวสาลีหรือวัตถุดินทดแทนข้าวโพดในปีหน้า (ปีนี้บริษัทใหญ่นำเข้ามาแล้ว) 4.ขอให้รับซิ้อข้าวโพดจากเกษตรกรทั้งที่มีและไม่มีเอกสารสิทธิ์ ที่ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรไว้ที่สำนักงานเกษตร และ 5.ขอให้รัฐบาลใช้มาตรการพักชำระหนี้ให้เกษตรกร ระยะ 3 – 5 ปี