เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม เวลา 09.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจสอบพื้นที่การค้าเขตดุสิต 4 จุด โดยมี นายธานินทร์ เนียมหอม ผู้อำนวยการเขตดุสิต, นายสรรเสริญ เรืองฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตดุสิต และ นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ ร่วมให้ข้อมูล (อ่านข่าว ผอ.เขตดุสิต แจงปม ‘สายสื่อสาร’ เผย เร่งดำเนินการทุกวันหลังชาวบ้านแจ้งผ่าน ‘ทราฟฟี่ฟองดูว์’)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจักกพันธุ์ได้ลงพื้นที่ทั้งหมด 4 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 ข้างกระทรวงศึกษาธิการ บริเวณป้ายรถประจำทาง ถนนพิษณุโลก, จุดที่ 2 บริเวณหน้าตลาดเทวราช, จุดที่ 3 บริเวณถนนสังคโลก ข้างโรงพยาบาลวชิรพยาบาล และจุดที่ 4 หน้าตลาดราชวัตร บริเวณหน้ากรมสรรพสามิต
นายจักกพันธุ์ให้สัมภาษณ์ ‘มติชน’ ถึงพื้นที่การค้าในเขตดุสิตว่า ผ่านการพิจารณาของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แล้ว 5 จุด จาก 8 จุด มีผู้ค้า 486 ราย ซึ่งจุดเหล่านี้ในเรื่องการปฏิบัติตามระเบียบก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ยกตัวอย่างเช่น จะต้องอยู่ในแนวเส้นสีขาวที่ทางสำนักงานได้ตีเส้นไว้ จะต้องปฏิบัติเกี่ยวกับความเป็นระเบียบเรียบร้อย
“ถ้าหากในกรณีที่ทำอะไรไม่เรียบร้อย เราก็จะมีในลักษณะของการที่ผู้ค้าดูแลกันเอง โดยอาจจะให้มีการหยุดการค้าขาย 1 เดือน หรือในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามระเบียบเลย ก็มีสิทธิที่จะยกเลิกการค้านั้นได้ แต่ในขณะนี้ทั้ง 5 จุดของสำนักงานเขตดุสิต ผอ.เขตก็ยืนยันว่าสามารถปฏิบัติภายใต้ระเบียบได้ และในขณะเดียวกันก็มีบริเวณศรีย่านซึ่งในอดีตถือว่าเป็นจุดผู้ค้าตัวอย่างของสำนักงานเขตดุสิต แต่ตอนนี้ต้องให้ ผอ.เขตดุสิตและ ผอ.สำนักเทศกิจไปกำชับให้เป็นไปตามระเบียบ” นายจักกพันธุ์กล่าว

นายจักกพันธุ์กล่าวว่า ส่วนในเรื่องของการกำหนดจุดผู้ค้านั้น ตามหลักเกณฑ์ มีการต่อใบอนุญาตแบบปีต่อปี โดยในการต่อใบอนุญาตแต่ละครั้งต้องนำเสนอไปที่ บช.น. ขณะนี้จำนวน 8 จุดของสำนักงานเขตดุสิตปรากฏว่ามีเพียง 5 จุดเท่านั้นที่ บช.น.อนุญาตให้ค้าขายต่อได้ อีก 3 จุด คือ บริเวณข้างกระทรวงศึกษาธิการ หน้าตลาดเทวราช และถนนสังคโลก ข้าง รพ.วชิรพยาบาล ที่ทาง บช.น.บอกว่ายังมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องทางเท้าแคบเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีการอนุญาตแต่ผู้ค้ายังทำการค้าขายบริเวณนั้นอยู่ เพราะฉะนั้น สำนักงานเขตดุสิตและสำนักเทศกิจจะเสนอทบทวนเข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณข้างกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผู้ค้าจะมีสองแนวบนทางเท้าทั้งหมด 172 ราย ส่งผลให้ประชาชนสัญจรบนทางเท้าได้ลำบาก
“มีการหารือเบื้องต้นกับสถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ว่าควรเอาผู้ค้าแนวด้านนอกมาอยู่ติดกับกำแพงข้างกระทรวงศึกษาธิการเป็นแนวยาวทั้งหมด 172 ราย ซึ่งจะทำให้ประชาชนเดินบนทางเท้าได้สะดวก เพราะฉะนั้น จะมีการเชิญผู้ค้ามาพูดคุยกันเพื่อให้การใช้ทางเท้าเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ค้าและคนเดินถนน ขณะเดียวกัน ประชาชนหรือข้าราชการที่ทำงานอยู่บริเวณนั้นก็จะสามารถใช้บริการของผู้ค้าได้ด้วย” นายจักกพันธุ์กล่าว

นายจักกพันธุ์กล่าวเพิ่มเติมว่า บางจุดจะเห็นได้ว่าผู้ค้าตรงบริเวณถนนลูกหลวง ปรากฏว่ามีแม่ค้าอยู่เจ้าหนึ่งไปอยู่ตรงหัวโค้งและอยู่ตรงทางม้าลายด้วย ซึ่งต้องเจรจากันเพื่อให้ขยับออกไป เพื่อให้ประชาชนสามารถที่จะใช้ทางม้าลายได้ด้วย ขณะเดียวกันตรงนั้นเป็นลักษณะ 3 แยก รถประจำทางไม่สามารถเลี้ยวได้ และจะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ค้าเองด้วย เพราะฉะนั้นจุดนี้ ผอ.เขตดุสิตต้องไปเจรจากับผู้ค้า
“โดยรวมแล้ว สำนักงานเขตดุสิตดูแลในแนวพื้นที่เรียบร้อยดี แต่มีข้อสังเกตคือ ร่มดูแล้วมันเก่า แล้วขณะเดียวกันรูปแบบร่ม ถ้าในกรณีที่เราทำเป็นรูปแบบยาวๆ หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก็จะไม่ล้ำออกมาในเส้นขาวและไม่ล้ำไปในผิวจราจร ก็จะอยู่ในแนวได้ ผอ.เขตจะลองไปประสานงานกับธนาคารหรือว่าห้างหุ้นส่วนต่างๆ และก็ผู้ค้าเอง ให้มีการจัดรูปแบบของร่มที่ใช้ในการกันแดดกันฝนให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น” นายจักกพันธุ์กล่าว
จากนั้น นายจักกพันธุ์ได้ทำการเดินตรวจพื้นที่ทำการค้าและมีการทักทายกับผู้ค้าที่อยู่บริเวณพื้นทั้ง 4 จุด
ทั้งนี้ จุดค้าขายทั้ง 8 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 คือ บริเวณข้างกระทรวงศึกษาธิการ บริเวณป้ายรถประจำทาง ถนนพิษณุ จุดที่ 2 หน้าตลาดเทวราช จุดที่ 3 ตั้งแต่ปากซอยสังคโลก (ฝั่งซ้าย) ถึงประตูทางเข้าสำนักงานตรวจสอบบัญชีกองทัพบก จุดที่ 4 หน้าตลาดศรีย่าน ตั้งแต่แยกศรีย่าน ถึงปากซอยศรีย่าน 1 ถนนนครไชยศรี จุดที่ 5 ตรงข้ามกรมชลประทาน ปากซอยสามเสน 20 ถึงแยกศรีย่าน จุดที่ 6 ตรงข้ามตลาดศรีย่าน ถนนนครไชยศรี ตั้งแต่แยกศรีย่าน ถึงหน้าบ้านเลขที่ 401/5 จุดที่ 7 หน้าตลาดราชวัตร ตั้งแต่หน้ากรมสรรพสามิต ถึงหน้าบ้านเลขที่ 137 และหน้าบ้านเลขที่ 757 ถึงปากซอยมิตรอนันต์ และจุดที่ 8 ข้างวัดสะพานสูง ตั้งแต่ข้างถนนพระรามที่ 6 ตัดถนนเตชะวณิช ถึงกองซ่อมประปาบางซื่อ (บริเวณบ้านเลขที่ 268/2)


