ชูวิทย์แฉทุนจีนครอบงำธุรกิจสีเทากรุงเทพฯ “เดวิด” ตัวกลางเอี่ยว 12 บ่อน-ผับขายยา ขู่ซักฟอกรัฐบาลนอกสภา

13.07.22 | 16:05 น.

ชูวิทย์เปิดโรงแรมแถลงแฉทุนจีนครอบงำธุรกิจเทา-ดำในเมืองไทย เผย “เดวิด” ตัวแสบมือประสานสิบทิศเอี่ยวบ่อน 12 แห่ง-ผับขายยาเมืองกรุง โยงคอนเน็กชั่นตำรวจ-นักการเมือง ขู่ซักฟอกนอกสภา


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 13 กรกฎาคม ที่โรงแรมเดวิส ซอยสุขุมวิท 24 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แถลงข่าวกรณีโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ ผับใหญ่ใจกลางกรุงเปิดเกินเวลา ทั้งยังมียาเสพติดเกลื่อน โดยแฉผ่านอักษรย่อ 4 ตัว และท้าให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ซึ่งต่อมา พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้ตำรวจ สน.สุทธิสาร ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบเป็นสถานบริการประเภทผับ-บาร์แห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ถนนรัชดาภิเษก สี่แยกห้วยขวาง กรุงเทพฯ จากการตรวจสอบเบื้องต้นหาสารเสพติดผู้มาใช้บริการ ไม่พบว่ามีสารเสพติด รวมถึงยาเสพติดในร้านแต่อย่างใด และตรวจใบอนุญาตพบว่าถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงปิดตามเวลาที่กำหนดนั้น

ว่าที่ตำรวจไปตรวจสถานที่และพบว่าเรียบร้อย ปิดตรงเวลา ไม่มียาเสพติด ก็ขอขอบคุณ และไม่มีอะไรไปโต้แย้งแต่จากประวัติที่เคยออกมาพูดก็เป็นเรื่องจริงชาวบ้านก็เชื่อที่ผ่านมาตนเคยออกมาพูดเรื่องอบายมุข แต่วันนี้ที่ออกมามันเป็นเรื่องใหญ่ที่มากกว่าเรื่องผับเปิดเกินเวลา คือเรื่องของทุนจีนที่เข้ามาครอบงำธุรกิจสีเทา ไม่ว่าจะเป็น ผับ บาร์ อาบอบนวด บ่อน ซึ่งบางที่ใช้ทุนถึง 400-500 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น อาร์ซีเอ รัชดาฯ โดยทุนจีนเหล่านี้ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยมีตัวการสำคัญซึ่งมีชื่อคล้ายกับตน คือ มิสเตอร์เดวิด เป็นตัวกลางประสาน คอนเน็กชั่นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจบางคน และนักการเมือง แต่ที่บอกเป็นตำรวจไม่เกี่ยวกับ ผบ.ตร. แต่เป็นชั้นรองลงมา

“ทุกวันนี้นายเดวิดร่วมมือกับคนไทยเปิดห้องวีไอพีเล่นไพ่ โดยใช้ของทุกอย่างจากประเทศจีน ไม่ว่าบุหรี่จีน โซดาจีน น้ำจีน และนำคนจีนเข้ามาเล่น ประเด็นสำคัญคือทุนจีนเหล่านี้หลั่งไหลมาประเทศไทย เปิดผับ มอมเมาเยาวชน มีขายยาบนโต๊ะ ที่ผมเคยพูดว่าตี 3-4 จริงๆ มีการเปิดลากกันยันเช้า ไม่เชื่อลองไปเที่ยวดูวันธรรมดาที่ไม่ใช่วันนี้ซึ่งเป็นวันพระว่ามียาเยอะแค่ไหน ทั้งเค ทั้งโค้ก รัฐบาลต้องการลงทุนแบบนี้ใช่หรือไม่ การอภิปรายไม่ไว้วางใจควรให้ความสำคัญ พวกทุนเหล่านี้ไม่ได้เข้ามาแบบขาวๆ แต่เข้ามาสร้างคอรัปชั่นในประเทศไทย มีการประสานผ่านคนไทยที่รู้จักผู้ใหญ่ อยากจะบอกว่าทุกวันนี้ทุนคนไทยไม่เหลือแล้ว ได้แต่เปิดคาราโอเกะข้างทาง แต่ทุนจีนเปิดได้ทั้งแสงสีเสียง แต่ละที่เปิดมโหฬาร แต่เวลาคุณไปตรวจบอกไม่พบ เพราะมันมีอำนาจรัฐ” นายชูวิทย์กล่าว

Advertisement

นายชูวิทย์กล่าวว่า อยากให้ไปตรวจสอบว่าใครอยู่เบื้องหลังอีก 10 กว่าวันจะมีการอภิปรายไว้วางใจ ถ้าฝ่ายค้านกล้าพูด ตนก็อาจนำข้อมูลให้ฝ่ายค้านไปแฉกลางสภา ว่าทุนเหล่านี้เข้ามาผ่านใคร ข้อมูลต่างๆ ตนมี แต่วันนี้แค่เปิดหน้าแรก แต่ครั้งต่อไปตนอาจจะเปิดเผยวันซักฟอกรัฐบาลเลยก็ได้ เรียกว่าซักฟอกนอกสภา ขอเตือนไม่ว่าจะเป็น ตำรวจหรือคนในรัฐบาลว่า ถ้าคิดว่าถูกต้องก็ไม่เป็นไร แต่ทุนเหล่านี้จะส่งผลถึงลูกหลาน เป็นการครอบงำและส่งเสริมระบบคอร์รัปชั่น ต่างชาติรู้ดีว่าจะต้องจ่ายใคร เพื่อส่งเสริมธุรกิจส่วนคนไทยเป็นได้แค่เด็กเสิร์ฟ

นายชูวิทย์กล่าวว่า วันนี้มีผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ อยากถามว่าจำเรื่องซานติก้าผับที่ไฟไหม้ได้หรือไม่ อยากให้ลองไปตรวจสอบดูเรื่องใบอนุญาตสร้างอาคารเสียภาษีถูกต้องหรือไม่

“ทุกวันนี้นักการเมืองยังเถียงกันอยู่เรื่องสูตรหาร 100 หรือ 500 แต่คุณกำลังเฉยกลับเรื่องเปิดให้มีการขายยาเสพติดในผับใจกลางกรุงเทพฯ โดยนายเดวิดคนนี้เป็นใคร ตำรวจหรือ ตม.ได้รู้หรือไม่ คนนี้เป็นใครเข้าประเทศได้อย่างไร นายเดวิดเป็นทั้งคนลงทุนและรวมทุนจากจีน เป็นคนมีคอนเน็กชั่นใหญ่ในประเทศไทยมีทุนหมุนเวียนเป็นพันล้าน มีทั้งบ่อน ผับ บาร์ ธุรกิจเถื่อน ธุรกิจสีเทาอื่นๆ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง ร่วมมือ นายเดวิดเหมือนมือประสานสิบทิศ โดยเป็นคนที่เรียกได้ว่าอยู่เบื้องหลังนักการเมือง ซึ่งผมก็ยังมองไม่รู้เลยว่านักการเมืองคนนี้เป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่ทุนจีนเหล่านี้ต่อไปจะมาซัพพอร์ตอำนาจรัฐซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก” นายชูวิทย์กล่าว และว่า อยากส่งสัญญาณไปถึงผู้เกี่ยวข้องว่าทุกอย่างมีจริยธรรมในเรื่องนึง แต่สิ่งที่มอมเมาเยาวชนมันเกินไป ถ้าสุดท้ายแล้วเมื่อออกมาพูดแล้วกลับกลายเป็นว่าทุกอย่างถูกต้อง คงเป็นเวรกรรมของประเทศ เวรกรรมของตน

นายชูวิทย์กล่าวว่า หลักฐานไม่ว่าคลิปหรือภาพ จะมาเปิดเผยในวันหลัง ที่ออกมาพูดวันนี้ตนไม่ได้เรียกราคา แต่สิ่งที่ตนออกมาเพราะทุนจีนเหล่านี้ได้ครอบงำธุรกิจสีเทา บ่อนการพนันทุกวันนี้ไม่ใช่คนไทยทำแต่เป็นระบบซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ เด็กคนนึงทุกวันนี้ถามว่าโตขึ้นจะทำอะไร เขาบอกว่าอยากทำบ่อนออนไลน์ ทุกวันนี้ทุนจีนครอบงำอยากถามว่ารัฐบาลสบายใจหรือไม่ อยากถามว่าอยากให้อนาคตเป็นแบบนี้หรือไม่

เมื่อถามว่าการที่ออกมาพูด คนที่อยู่เบื้องหลังอาจเป็นนักการเมืองใหญ่หวั่นใจหรือไม่ นายชูวิทย์กล่าวว่า ชีวิตตนผ่านร้อนหนาว ตำรวจทำเรื่องนี้ไม่ได้ ต้องใหญ่กว่าตำรวจ ถ้านายกฯเป็นคนตรงไปตรงมาจริงๆ ตนยินดีให้ข้อมูล เดิมอบายมุขเป็นสีเทา แต่ทุกวันนี้มีการพยายามทำให้ครบวงจร มียาเสพติดทำให้จากสีเทาเป็นสีดำที่ออกมาพูดไม่ได้หวังผลประโยชน์ ยืนยันว่าต้องปราบมาเฟียกุมารจีนก่อนเลย ไม่งั้นไทยเราจะเสียเมืองขึ้นให้ทุนจีน

นายเดวิดเป็นคอนเน็กชั่นในกลุ่มคนจีนมีเอี่ยวบ่อน 12 แห่งในกรุงเทพฯส่วนใครอยู่เบื้องหลังตนยังไม่ขอพูด

เมื่อถามว่าใช่นักการเมืองที่มีข่าวว่าจะย้ายฝั่งหรือไม่ นายชูวิทย์ปฏิเสธที่จะตอบ