เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการดูแลรักษาและฟื้นฟูต้นมะขามโดยรอบสนามหลวงที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาน้ำขังบริเวณโคนต้นมะขาม ว่า ต้นมะขามในท้องสนามหลวงมีทั้งหมด 783 ต้น จากการสำรวจของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. พบว่าโคนต้นมะขามเกือบ 200 ต้น มีน้ำขัง ซึ่ง กทม.เกรงว่าหากปล่อยให้อยู่ในสภาพนี้จะทำให้รากต้นมะขามเน่าและต่อไปในอนาคตต้นมะขามอาจจะตายได้ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. จึงหาวิธีการแก้ปัญหาโดยใช้ท่อพีวีซีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง 3 นิ้ว ความยาวท่อ 50 เซนติเมตร เจาะรูโดยรอบท่อและกดท่อลงไปบริเวณโดยรอบโคนต้นมะขามประมาณ 4-5 ท่อ วัตถุประสงค์คือ ต้องการให้อากาศสามารถระบายเข้า-ออกรากของต้นมะขามได้ เพื่อให้ต้นมะขามมีอากาศหายใจและสามารถนำอากาศไปผลิตอาหารได้ และหากท่อพีวีซีดังกล่าวมีน้ำขัง สำนักสิ่งแวดล้อมก็มีเครื่องมือสำหรับดูดน้ำออก โดยคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายใน 15-20 วัน และหลังจากนั้นตรวจสอบพบว่าต้นมะขามต้นใดมีความจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่ม กทม.ก็จะดำเนินการต่อไป
“กทม.ขอความร่วมมือประชาชนอย่าเทน้ำ หรือทิ้งเศษอาหาร และทิ้งขยะบริเวณโคนต้นมะขาม ขอให้นำไปทิ้งลงถังขยะที่ กทม.จัดเตรียมไว้ เพื่อช่วยกันดูแลและอนุรักษ์ต้นมะขามโดยรอบท้องสนามหลวงให้คงอยู่ต่อไป” นายจักกพันธุ์ กล่าว

