ส่งแม่พาลูกสาวขายตัว พร้อม 2 ชายหื่นซื้อบริการ เข้าเรือนจำ หลัง ตร.บก.ปคม.ฝากขัง ก่อนศาลไม่ให้ประกัน
จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เข้าจับกุม น.ส.จันทรา (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ที่พบนำเอาบุตรสาววัย 9 ขวบ มาขายบริการทางเพศ พร้อมกับบันทึกคลิปวิดีโอนำออกขายทางสื่อสังคมออนไลน์ รวมทั้งยังมีการจับกุมนายชาคลีฟ (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี และนายทศพล (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ลูกค้าที่เคยมาซื้อบริการกับเด็กผู้เสียหายนั้น
ต่อมาที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (กก.2 บก.ปคม.) ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก น.ส.จันทรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1418/2565 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 คดี “ค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีโดยกระทำแก่เด็กอายุไม่ถึงสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ฯลฯ
กรณีเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2563 ถึงเดือนกรกฎาคม 2564 ผู้ต้องหาได้นำบุตรสาววัย 9 ปีมาค้าประเวณีให้กับชายที่มาซื้อบริการก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม.จะเข้าจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
เหตุเกิดในโรงแรมไม่ทราบชื่อ ย่านบางขุนเทียน บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก กรุงเทพมหานคร โรงแรมแห่งหนึ่งที่ จ.นครปฐม เกี่ยวพันกัน
ชั้นจับกุม และชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ
การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4, 9 วรรคสาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคสอง, 279 วรรคสอง, 280/1 วรรคสอง, วรรคสาม 285, 286 (1), (2), (4), 287/ 1 ประกอบ มาตรา 83 และตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 5, 26(3), (49) และมาตรา 78
โดยพนักงานสอบสวน จะต้องทำการสอบพยานเพิ่มเติม อีก 6 ปาก, รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหามาประกอบสำนวนการสอบสวน ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าวข้างต้น จึงขออนุญาตศาลฝากขังผู้ต้องหานี้ไว้ในระหว่างการสอบสวน มีกำหนด 12 วัน นับแต่วันที่ 13-24 กรกฎาคมนี้
ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราวของผู้ต้องหาเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไป เกรงว่าจะหลบหนี
และพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคม.ยังได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกนายชาคลิฟ (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี และนายทศพล (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาที่ซื้อบริการทางเพศจากเด็กหญิงวัย 9 ปี ที่ น.ส.จันทรา ซึ่งเป็นมารดา และผู้ปกครองนำมาค้าประเวณีให้ผู้ต้องหาทั้งสองหลายครั้งหลายหนตามหมายจับศาลอาญาที่ 1419-1920/2565 ลงวันที่ 12 ก.ค. 2565 ข้อหา “ร่วมกระทำอนาจาร และร่วมกันกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี, ร่วมกันครอบครองสื่อลามกอนาจาร และ ฯลฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277, 279 วรรคสอง, 287/1 และผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546
ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธ
โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสองด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงเกรงว่า หากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาจะหลบนี
ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสามได้
ต่อมาญาติของนายชาคลิฟและญาติของนายทศพล ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เชื่อว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสองแล้วอาจจะหลบหนี ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
ส่วน น.ส.จันทราไม่มีญาตินำหลักทรัพย์มาขอประกันตัว แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัว นายชาคลิฟ และนายทศพล ไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ส่วน น.ส.จันทรา นำตัวไปควบคุมไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป

