บิ๊กโจ๊ก สั่งทลายเครือข่ายผู้ค้าอาวุธปืนสงครามพัทลุง จับ จ.ส.ต. ไล่ล่า ร.ต.ท.-2 ด.ต.

13.07.22 | 18:46 น.

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผบก.สส.ภ.9 พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ให้มีการออกสืบสวนหาข่าว จากกรณีเมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.9 ร่วมกับ ภ.จว.พัทลุง และ สภ.ควนขนุน เข้าล้อมจับกุมและวิสามัญ “ไอ้แกร็ก” และจากการที่ได้ใช้อาวุธปืนสงครามต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งอีกกรณีเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ได้เกิดเหตุคนร้ายนำอาวุธปืนสงครามมายิงบ้านคู่อริ สาเหตุจากการขับรถเฉี่ยวชนกัน ซึ่งได้มีการจับกุมคนร้ายกับพวกพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุได้แล้ว โดยให้ติดตามจับกุมคนร้ายหรือกลุ่มมือปืนรับจ้าง พ่อค้ายาเสพติดที่เชื่อว่ามีอาวุธปืนสงครามอยู่ในความครอบครอง ตลอดจนสืบสวนหาเจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงานที่มีส่วนรู้เห็นในการนำอาวุธปืนสงครามมาจำหน่าย ให้กับกลุ่มคนร้ายใช้ ก่อเหตุ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ จ.พัทลุง


ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.9 ร่วมกับ ภ.จว.พัทลุง และ สภ.กงหรา ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดพัทลุงเข้าทำการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหากลุ่มเครือข่ายยาเสพติด ได้จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย

1) วันที่ 30 มิ.ย.65 เวลาประมาณ 06.30 น. ได้เข้าทำการตรวจค้นและจับกุมนายอภิสิทธิ์ หรือบิว ฉิมพูน อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101/1 หมู่ 5 ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง พร้อมของกลาง เป็นอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอก พร้อมแม็กกาซีน กระสุนปืนรวมกว่า 100 นัด ยาบ้าและยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง ภายในบ้านพักของนายอภิสิทธิ์เอง

2) วันที่ 1 ก.ค.65 เวลาประมาณ 11.00 น.ได้เข้าทำการตรวจค้นและจับกุมนายวสันต์ หรือผอม รอดนวน อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ 8 ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้น กึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม.ไม่ทราบยี่ห้อ ไม่มีหมายเลขทะเบียน พร้อมกระสุนปืน 14 นัด และยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง ภายในขนำข้างบ้านเลขที่ 64 ต.โคกสัก อ.บางแก้ว จ.พัทลุง

Advertisement

3) วันที่ 8 ก.ค.65 เวลาประมาณ 11.00 น.ได้เข้าทำการตรวจค้นและจับกุมนายชิต มีสี อายุ 58 ปี อยู่ บ้านเลขที่ 17 หมู่ 8 ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง พร้อมของกลาง อาวุธปืนอาก้า จำนวน 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีน และกระสุนปืนรวมกว่า 100 นัด อาวุธปืนยาวแบบไทยประดิษฐ์ พร้อมกระสุนขนาด .22 จำนวน 10 นัด และยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง ภายในขนำของสวนยางพารา หมู่ 1 ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง

จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งสามเป็นเครือข่ายยาเสพติด โดยอาวุธปืนทั้งหมดเป็นของนายวสันต์ ซึ่งนายวสันต์ ฝากซุกซ่อนไว้กับนายอภิสิทธิ์ และนายชิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขยายผลหาแหล่งที่มาของอาวุธปืนสงครามจนทราบว่านายวสันต์ ได้ซื้ออาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก มาจาก จ.ส.อ.กิตติพงศ์ ไชยพรหม ข้าราชการทหาร ในราคากระบอกละ 50,000 บาท และยังทราบอีกว่านายวสันต์ มีการวางแผนจะนำอาวุธปืนสงครามดังกล่าวไปยิงคู่อริ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมได้เสียก่อน

ต่อมา เมื่อวันที่ 13 ก.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม จ.ส.อ.กิตติพงศ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทลุง โดยกล่าวหาว่าร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนแบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยมิได้รับอนุญาต รวมจับกุมขบวนการดังกล่าวได้ทั้งสิ้นจำนวน 4 ราย

นอกจากนี้ จากกรณีของนายพีรพงษ์ ขำผุด ร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม 16 ยิงถล่มบ้านคู่กรณี ที่ขับรถเฉี่ยวชนกันและไม่สามารถตกลงกันได้ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหากับพวก พร้อมอาวุธปืนของกลาง

ล่าสุด พบว่าอาวุธปืนเอ็ม 16 กระบอกดังกล่าวเป็นอาวุธปืนของทางราชการ โดยมี ด.ต.ธวัชชัย เพ็ชรบุรี เบิกยืมออกมาใช้ปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ ด.ต.ธวัชชัย ได้นำอาวุธปืนไปจำนำเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย และได้มีการขายต่อเป็นทอดๆ ไป ทั้งประชาชนทั่วไปและเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย จนถึงมือของนายไพฑูร ขวัญแก้ว ลูกสมุนของไอ้แกร็ก หรือนายประดิษฐ์ มุสิกะสง ที่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญไปเมื่อ 24 ม.ค.65 ที่ผ่านมา ก่อนส่งไป ถึงมือนายพีรพงษ์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม

จากข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถขออนุมัติศาลจังหวัดพัทลุง ออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนสงครามดังกล่าวได้จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย
1) ด.ต.ธวัชชัย เพ็ชรบุรี โดยกล่าวหาว่า เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของ ผู้อื่นโดยทุจริต เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
2) ร.ต.ท.พงศ์ศักดิ์ พละไชย
3) ด.ต.สุเทพ เพ็งทิพย์ โดยกล่าวหาว่า เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจ ออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือรับของโจร
4) นายทรงพล บุญดำ
5) นายไพทูร ขวัญแก้ว

โดยกล่าวหาว่า สนับสนุนให้เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือรับของโจร ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ดังกล่าว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ปฏิบัติการทลายเครือข่ายอาวุธปืนสงครามในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากในช่วงที่ผ่านมา มีเหตุอุกฉกรรจ์ในพื้นที่ จ.พัทลุง ที่เกิดจากการที่ผู้ก่อเหตุนำเอาอาวุธปืนสงครามมาใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่สร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นจึงได้สั่งการให้ ภ.9 ดำเนินการปราบปราม เครือข่ายลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนสงครามดังกล่าวโดยเร่งด่วน และให้ขยายผลหาที่มาของอาวุธปืนที่ถูกใช้ก่อเหตุในเหตุการณ์ที่ผ่านมาอีกด้วย เบื้องต้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมอาวุธปืนสงครามเพิ่มเติมได้ ทั้งที่เป็นผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติด และเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จากนี้จะมีการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมถึงเส้นทางการนำเอาอาวุธปืนสงครามเหล่านี้มาจำหน่ายในพื้นที่ เพื่อเป็นการยับยั้งไม่ให้มีการก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้อีก พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพัทลุงและพื้นที่ใกล้เคียงจะได้อยู่กันอย่างสงบสุข