หน้าแรก ในประเทศ สลด! ชาวนาเพิ...

สลด! ชาวนาเพิ่งหว่าน กลัวน้ำท่วม ไปเฝ้าทุกวัน หน้ามืดจมน้ำดับ 2 วันกว่าจะเจอศพ

2.11.16 | 20:14 น.

สลดหญิงสูงวัย กลัวน้ำล้นฝายจะเข้าท่วมนาข้าวที่พึ่งหว่าน ลงไปชักไม้กระดานหน้าฝายพลัดตกลงน้ำจมหายไปกว่า 2 วัน 1 คืน

วันที่ 2 พ.ย.59 เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยอุทัยธานี ชุดประดาน้ำ เร่งดำน้ำหาร่างของ นางหวานเย็น คงสุข อายุ 63 ปี ชาว หมู่ 4 บ้านเนินพะยอม ต.หลุมข้าว อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี ที่บริเวณฝายน้ำล้นคลองวังโพธิ์ เป็นวันที่ 2 หลังจากได้รับแจ้งเหตุจากบุตรชายของผู้ตาย ว่านางหวานเย็น ผู้เป็นแม่ได้พลัดตกลงไปในฝายน้ำล้นดังกล่าว เมื่อช่วงเวลา 15.00 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าชุดประดาน้ำได้ระดมกำลังเร่งกันค้นหาร่างกันจนถึงช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. แต่ไม่พบร่างผู้ตายจึงต้องหยุดทำการค้นหาดังกล่าว เนื่องจากกระเเสน้ำที่เชี่ยวแรงและไม่มีแสงสว่างเพียงพอ และได้ทำการลงน้ำค้นหากันอีกครั้งในช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน จนสามารถพบร่างผู้เสียชีวิตดังกล่าว ในช่วงเวลา 14.00 น. ในสภาพศพสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาว นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ร่างคว่ำหน้าลอยน้ำเจ้าหน้าทำการมัดเชือกเพื่อดึงร่างผู้ตายและเจ้าหน้าที่ขึ้นมาที่ฝั่ง ด้วยร่างของศพที่ขาวซีดเนื่องจากเสียชีวิตอยู่ภายในน้ำมาไม่ต่ำกว่า 30 ชั่วโมง

จากการสอบถาม นายวันชัย คงสุข ซึ่งเป็นลูกชายผู้ตายว่า เล่าว่า เมื่อวันที่ 31 ต.ค 59 เวลา 07.00 น. ผู้ตายได้ออกมาจากบ้าน เพื่อมาดูน้ำในนาข้าวตามปกติ เนื่องจากได้หว่านข้าวไว้ใหม่และต้นข้าวกำลังงอกโตขึ้นมา โดยนาของผู้ตายนั้นอยู่ติดกับลำคลองวังโพธิ์และใกล้ฝายระบายน้ำ ซึ่งผู้ตายเกรงว่าน้ำในคลองหน้าฝายที่ปิดกระสอบกั้นไว้จะล้นไม้กระดานหน้าฝายและน้ำนั้นทะลักเข้าท่วมนาข้าวที่หว่านใหม่ ทำให้ช่วงนี้ผู้ตายจึงออกไปเฝ้าดูน้ำที่นาทุกวัน และผู้ตายก็จะกลับมากินข้าวที่บ้านช่วง เวลา 12.00 น. ประจำทุกวันตามปกติ โดยในวันที่ 1 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุนั้น ผู้ตายได้ออกไปดูนาข้าวและน้ำในคลองตามปกติเหมือนทุกวัน แต่จนเวลา 12.00 น.ของวันดังกล่าวนั้นก็ยังไม่เห็นว่าผู้ตายกลับมากินข้าวเหมือนเช่นเคย จนกระทั่งเวลา 14 .00 น ตนจึงขับรถจักรยานยนต์ออกมาดูที่นาอีกแปลงที่แม่ทำอยู่แต่ก็ไม่พบ จึงได้ไปดูที่นาอีกแปลงที่อยู่ติดกับลำคลองโพธิ์ พอมาถึงที่ฝายกั้นน้ำบนถนนลูกรังเข้านา บริเวณหน้าฝายตนพบ จยย. ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ 125 ทะเบียน 119 อ น ซึ่งเป็นรถของผู้ตายจอดอยู่พร้อมกับรองเท้าแตะของผู้ตายวางอยู่ที่ขอบคันคลองหน้าฝาย จึงมั่นใจผู้ตายคงจะลงไปที่หน้าฝายกั้นน้ำเพื่อชักไม้กระดานที่ขวางน้ำออก เพื่อให้น้ำไหลเร็วขึ้นแน่นอน ประกอบกับน้ำในช่วงนี้กำลังขึ้นทั้งยังไหลแรงมาก และในช่วงนี้แดดร้อนจัดอาจทำให้ผู้ตายนั้นหน้ามืดจนพลัดตกลงไปที่หน้าฝายอีกด้านหนึ่ง หลังจากนั้นตนจึงไปแจ้งกับผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านให้มาช่วยกันงมแต่ไม่มีใครกล้าลงไปในน้ำ เนื่องจากน้ำในคลองนั้นไหลแรงมาก ทางผู้ใหญ่บ้าน จึงได้แจ้งไปยังนายอำเภอหนองขาหย่าง และแจ้งกู้ภัยอุทัยธานีพร้อมชุดประดาน้ำ ให้มาช่วยกันงมจนพบผู้ตายดังกล่าว

201611021827292-20140425161738