หนองคาย เตรียมส่งปลานิลแดดเดียวไปกรุงเทพ
กลุ่มผู้เลี้ยงน้ำโขงจังหวัดหนองคาย เร่งแพ็คปลานิลแดดเดียว ชุดแรก เพื่อมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เพื่อส่งต่อให้สภาสังคมสงเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ โครงการน้ำพระทายพระราชทาน เพื่อนำไปประกอบอาหารให้กับประชาชนที่ไป กราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ในช่วงบ่ายของวันนี้ (2 พฤศจิกายน 2559) ที่สถานที่จัดทำปลานิลแดดเดียว ร้านอาหารครัวทองไทย อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย กลุ่มผู้เลี้ยงน้ำโขงจังหวัดหนองคาย เร่งแพ็คปลานิลแดดเดียว ชุดแรก ที่จะนำไปมอบให้นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เพื่อส่งต่อให้สภาสังคมสงเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ โครงการน้ำพระทายพระราชทาน เพื่อนำไปประกอบอาหารให้กับประชาชนที่ไป กราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
นายกษิดิศ พ่อค้าไทย สมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงน้ำโขงจังหวัดหนองคาย ที่เป็นแกนนำในการทำปลานิลแดดเดียวในครั้งนี้ บอกว่า ปลานิลแดดเดียว ที่จะส่งให้สภาสังคมสงเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ โครงการน้ำพระทายพระราชทาน เพื่อนำไปประกอบอาหารให้กับประชาชนที่ไป กราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งนี้ เนื่องจากกลุ่มผู้เลี้ยงน้ำโขงจังหวัดหนองคาย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานพันธุ์ปลานิลให้เกษตรกรได้นำมาเลี้ยงจนมีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี แสดงความอาลัย และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กลุ่มผู้เลี้ยงน้ำโขงจังหวัดหนองคาย จึงนำปลานิลซึ่งเป็นผลผลิตจากปลาพระราชทานมาทำเป็นอาหารช่วยทุกคนที่ไปกราบสักการะพระบรมศพ ตั้งเป้าไว้ไม่ต่ำกว่า 3,000 กิโลกรัม โดยจะทยอยส่งมอบไปเรื่อย ๆ แต่ล่าสุดมีสมาชิกฯ แจ้งความประสงค์และมอบปลานิลให้นำมาทำปลานิลแดดเดียวแล้วกว่า 6,500 กก. และยังมีสมาชิกแจ้งความประสงค์นำมานิลมาทำปลานิลแดดเดียวอย่างต่อเนื่อง
ทางด้านนายสาธิต คำกองแก้ว ประมงอำเภอท่าบ่อ กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับการประสานจากกลุ่มผู้เลี้ยงน้ำโขงจังหวัดหนองคาย ว่าจะมีการทำปลานิลแดดเดียว เพื่อส่งให้สภาสังคมสงเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน นำไปประกอบอาหารให้กับประชาชนที่ไป กราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ได้เข้ามาเตรียมการและแนะนำในการทำปลาแดดเดียว ซึ่งตอนแรกนั้นได้มีการหารือร่วมกันว่าจะส่งเป็นปลาสด หรือปลาแดดเดียวไป แต่หลังจากประสานกับสภาสังคมสงเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ โครงการน้ำพระทายพระราชทาน ก็ได้รับคำแนะนำว่าควรจะเป็นปลาแดดเดียว ซึ่งหลังจากที่ได้เข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้ ก็ได้มองไปถึงในอนาคตว่า ต่อจากนี้ไป ในช่วงที่ราคาปลานิลกระชังที่เลี้ยงในแม่น้ำโขงราคาตกต่ำ ก็จะมีการแปรรูปเพื่อให้เก็บไว้ได้นาน และเป็นการเพิ่มมูลค่าของปลานิลกระชัง



