ชัชชาติ เยี่ยม รพ.ราชพิพัฒน์ เผยสต๊อกยา-เตรียมเตียงสนามพร้อม แนะคนติดโควิดแล้ว 1 เดือน ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เขตบางแค กรุงเทพฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานในช่วงวันหยุดยาว พร้อมติดตามสถานการณ์โควิด-19 โดยมี นพ.ภูริทัต แสงพานิชกุล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ พร้อมทีมแพทย์และพยาบาลให้การต้อนรับและให้ข้อมูล
นายชัชชาติ กล่าวว่า โรงพยาบาล กทม. มีทั้งหมด 11 โรงพยาบาล มีเปอร์เซ็นต์เตียงแค่ 11% ของทั้งหมด แต่ในกรุงเทพฯ ยังมีโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลทหาร-ตำรวจ ฉะนั้นในส่วนโรงพยาบาลของ กทม. ไม่ได้มีเยอะ แต่ กทม.จะเน้นปฐมภูมิ คือศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง ที่กระจายอยู่ตามชุมชน โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ก็เป็นโรงพยาบาลหลักที่ช่วยดูแลผู้ป่วยโควิด-19
“วันนี้เป็นวันหยุดราชการ แต่จริงๆ แล้วมีอีกหลายหน่วยงานที่ไม่ได้หยุด เพราะว่าไม่สามารถจะรอได้ เช่น เรื่องขยะ เรื่องกวาดถนน และเรื่องสาธารณสุข ซึ่งหยุดไม่ได้อยู่แล้ว” นายชัชชาติ กล่าว

ด้าน นพ.ภูริทัต ได้รายงานข้อมูลว่า สถิติปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อใน กทม. ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา RT-PCR ประมาณวันละ 2,000-3,000 คน กลุ่ม ATK วันละประมาณ 5,000-6,000 คน โดยผู้ติดเชื้อสามารถรับยาได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข คลินิกอบอุ่น และโรงพยาบาล แต่ในวันหยุดหรือนอกเวลาราชการ โรงพยาบาลจะมีบุคลากรมากกว่า
สำหรับผู้ที่ตรวจ ATK แล้วพบว่าขึ้น 2 ขีด สามารถขอรับยาที่ศูนย์บริการสาธารณสุข คลินิกอบอุ่น หรือโรงพยาบาลที่ตนเองมีสิทธิ์ได้เลย เหตุที่ต้องดูตามสิทธิ์เพราะว่าแต่ละที่จะได้ดูแลผู้ป่วยได้ทั่วถึง สำหรับ รพ.ราชพิพัฒน์ สิทธิ์บัตรทองสามารถรับบริการได้ กลุ่มที่ทำ ATK มาแล้วเป็นบวกให้นำผลมายื่น เจ้าหน้าที่จะอธิบายข้อมูลเพื่อเข้าขั้นตอนการรับยา ส่วนกลุ่มที่ไม่มั่นใจหรือตรวจด้วยตัวเองไม่เป็น สามารถมาขอตรวจ ATK ได้เช่นกัน
สำหรับกลุ่มเสี่ยง 608 ถ้ามีผลบวกมา จะมีพยาบาลคัดกรอง ถ้ามีอาการมาก แพทย์ประเมินแล้วจะให้นอนโรงพยาบาล โดยแบ่งเตียงเขียว เตียงเหลือง เตียงแดง ตามอาการ ปัจจุบันมีเตียงเหลือง-แดง 1,200 เตียง เตียงเขียว ประมาณ 300 เตียง และขยายเป็น 500 เตียง ตอนนี้ครองเตียงไม่ถึง 50% แต่ก็ไม่ประมาท ปัจจุบันก็ติดกันคล้ายๆ โรคหวัด แต่ก็ต้องระวังตัว โดยเฉพาะกลุ่ม 608 และควรแยกกักตัวจากคนในบ้าน กลุ่มสีเขียว รักษาตามอาการ ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือมีอาการมากขึ้น จะให้ยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ติดเชื้อโควิดยังให้รักษาอาการ 10 วันและสามารถขอใบรับรองแพทย์ได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับการรักษา

นายชัชชาติ กล่าวว่า คาดการณ์สถิติที่คาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุข และองค์การเภสัชกรรม ได้ประสานกับ กทม. เตรียมจัดยาไว้พร้อม ของโรงพยาบาลราชพิพัฒน์จะสต๊อกยาล่วงหน้าไว้ประมาณ 10 วัน บริการผู้ป่วยนอกได้วันละ 300-400 คน สำหรับการเดินทางมาก็จะต้องป้องกันทั้งตนเองและผู้อื่น และเมื่อกลับบ้านไปก็ต้องแยกกับคนในบ้าน ระวังการติดกลุ่มเสี่ยง 608 รวมถึงกลุ่มเด็ก สำหรับการป้องกันนั้น เราสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ถ้ารู้ตัวว่าไปใกล้ชิดสัมผัสกลุ่มเสี่ยง กลับบ้านมาก็ควรใส่หน้ากากอนามัยด้วย แม้ตรวจ ATK ไม่พบ ก็อาจจะแพร่เชื้อได้ สำหรับ Hospitel ตอนนี้ยังปิด เพราะว่ากลุ่มสีเขียวสามารถดูแลตัวเองได้ค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าใครไม่สะดวกก็มีโรงพยาบาลสนามให้ ถ้าใครติดเชื้อตอนนี้ก็อย่าไปตกใจแต่ต้องตระหนักว่าเราสามารถแพร่เชื้อให้กลุ่มเปราะบางได้ อย่าลืมใส่หน้ากากเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
“ในส่วนของเรื่องวัคซีนเข็มกระตุ้น ของ กทม.สามารถไปฉีดได้ทั้งศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ ซึ่งมีทั้งไฟเซอร์และโมเดอร์นา โดยสามารถจองทาง QueQ และ walk in ได้ด้วย หากมีระยะห่างเข็มล่าสุดเกิน 4 เดือนจากเข็มสุดท้ายควรฉีดเข็มกระตุ้น การที่เราฉีดเพื่อให้เรามีภูมิคุ้มกัน เมื่อเราติดโควิดเราจะได้มีอาการไม่มาก เราจะได้เป็นกลุ่มเขียว ถ้ากลุ่มสีเหลืองและกลุ่มสีแดงมีไม่มากระบบสาธารณสุขและระบบเศรษฐกิจก็จะไปด้วยกันได้หมด สำหรับคนที่ติดโควิดแล้วจะฉีดเข็มกระตุ้นต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ซึ่งภูมิคุ้มกันจะเริ่มตก สามารถฉีดเข็มกระตุ้นได้ แต่ผู้เข้ารับการฉีดจะต้องมีการเซ็นยินยอม เนื่องจากแต่ละที่จะมีคำแนะนำไม่เหมือนกัน” นายชัชชาติกล่าว

