เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ชาวนาในจังหวัดเชียงรายหลายพื้นที่ โดยเฉพาะใน ต.ยางฮอม และ ต.ป่าตาล อ.ขุนตาล จ.เชียงราย พากันได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากผลพวงของข้าวราคาตกต่ำแล้ว ยังเดือดร้อนจากพลพวงของพายุฝนที่ตกลงมาตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา เพราะได้พัดเอาต้นข้าวที่กำลังออกรวงนับพันไร่และบางแปลงสุกเต็มที่พร้อมเกี่ยวล้มลงไปกองกับท้องนาและรวงข้าวบางส่วนจมอยู่ใต้น้ำจนเริ่มเน่าเสีย ในขณะที่ทางรถเกี่ยวข้าวก็เรียกค่าเกี่ยวข้าวจากเดิมไร่ละ 600 บาท เป็นไร่ละ 1,000 บาท โดยอ้างว่าข้าวล้มทำให้เกี่ยวยากและทำให้เกี่ยวข้าวช้า

นางสาย วังสม อายุ 46 ปี ชาวนาในตำบลยางฮอม อำเภอขุนตาล กล่าวว่า นอกจากตนและเพื่อนเกษตรกรในตำบลยางฮอมเดือดร้อนจากราคาข้าวเปลือกนาปีตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ 7 บาทแล้ว พายุฝนที่พัดมายังทำให้ต้นข้าวที่ล้มลงทำให้รวงข้าวเปียกน้ำ และตอนนี้ต้องหยุดเกี่ยวเพราะโรงสีหยุดรับซื้อข้าวเปลือกมาตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมาโดยไม่มีกำหนดอ้างว่าข้าวมีความชื้นสูงทำให้พวกตนเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะต้องการขายข้าวนำเงินมาใช้หนี้ ธ.ก.ส. จำนวนสามแสนบาท ตนจึงอยากวอนให้รัฐบาลเปิดโครงการพักหนี้ ธ.ก.ส.ระยะยาว เพราะราคาข้าวที่ตกต่ำและโรงสีไม่รับซื้อ ตนคงไม่มีเงินใช้หนี้ ธ.ก.ส.

