เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม สภาพอากาศเริ่มหนาวเย็น หลังอุณหภูมิลดลงต่อเนื่อง มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด ที่ประมาณ 18-20 องศาเซลเซียส ทำให้ในช่วงเช้าได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะชาวบ้าน 4 อำเภอ ที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่ติดกับแม่น้ำโขง ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอท่าอุเทน อำเภอธาตุพนม และอำเภอบ้านแพง เช่นเดียวกันกับพื้นทีติดแม่น้ำโขงในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ได้มีลมกระโชกแรงตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง ส่งผลให้โครงสร้างเรือไฟขนาดใหญ่ความยาวประมาณ 70 เมตร สูงประมาณ 25 เมตร ของชาวบ้าน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งเป็นเรือไฟ 1 ใน 13 ลำ ที่สร้างขึ้นเพื่อส่งเข้าประกวดโชว์ในคืนวันออกพรรษา วันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่มีการงดการไหลเรือไฟชั่วคราว เพื่อเป็นการถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต

โดยก่อนหน้านี้ ทางจังหวัดนครพนมได้มีการเปลี่ยนกำหนดการเป็นการไหลเรือไฟเพื่อถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในคืนวันที่ 14 พฤศจิกายน เป็นการรำลึกประวัติศาสตร์ ครั้งเมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทอดพระเนตรไหลเรือไฟเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2498 ทำให้เรือไฟทั้ง 13 ลำ ที่ถูกสร้างขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านทั้ง 12 อำเภอ ยังจอดเทียบไว้ริมแม่น้ำโขง เพื่อเตรียมรอไหลเรือไฟ แต่ด้วยสภาพอากาศแปรปรวน เข้าสู่หน้าหนาว ทำให้มีลมกระโชกแรงพัดเรือไฟ อ.ท่าอุเทน ได้รับความเสียหายไป 1 ลำ มูลค่างบประมาณก่อสร้างประมาณ 5 แสนบาท และไม่สามารถที่จะซ่อมแซมได้ทัน ซึ่งในส่วนของอำเภออื่นๆ ได้เร่งตรวจสอบหาทางป้องกันความเสียหาย รอร่วมกิจกรรมไหลเรือไฟถวายความอาลัยในคืนวันลอยกระทง
ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครพนม ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือภัยหนาวมาเยือน เตรียมพร้อมจัดหาเครื่องนุ่งห่มกันหนาว รวมถึงหมั่นดูแลสุขภาพ สร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย ป้องกันการเจ็บป่วย เนื่องจากช่วงนี้มีแนวโน้มอุณหภูมิลดลงต่อเนื่อง

