หน้าแรก ในประเทศ สาวเมืองชลฯ อ...

สาวเมืองชลฯ อยากร่วมธุรกิจกับพิมรี่พาย ถูกหลอกสูญเงิน 20 ล้าน

16.07.22 | 17:18 น.

สาวเมืองชลฯ อยากร่วมธุรกิจกับพิมรี่พาย ถูกหลอกสูญเงิน 20 ล้าน

 

 

สาวอยากร่วมธุรกิจกับพิมรี่พาย ถูกหลอกสูญเงิน 20 ล้าน ร้องสื่อมวลชนช่วยเร่งรัดคดี วอนพิมรี่พายหากเห็นใจอยากให้มาชิมน้ำพริกหลวงพระบาง นำไปช่วยขายลดหนี้สิน

เมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม ที่ร้านโรงเหล้าอมตะ ตั้งอยู่เลขที่ 117/1 หมู่ 5 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี น.ส.ภูรินทรา มิ่งโอโล อายุ 44 ปี เจ้าของร้านโรงเหล้าอมตะและเจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับสถานบันเทิงหลายแห่ง เปิดเผยว่า ตนได้ถูกนายพงศธร ปรียวาณิชย์ หรือเอ็ม อายุ 33 ปี บ้านเดิมอยู่ที่ 127 ถ.อุตรกิจ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ มาหลอกลวงโดยมาตีสนิท และอ้างว่ามีความสนิทสนมกับ น.ส.พิมรดา เบญจวัฒนะ หรือพิมรี่พาย เนื่องจากได้ส่งขนมบราวนี่ให้กับพิมรี่พายจำหน่าย ช่วงนั้นยังไม่ได้เกิดปัญหาขนมบราวนี่ขึ้นรา ทำให้มีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น หลังจากนั้นได้มีการทำเฟซบุ๊กมาหลอกโดยอ้างว่าเป็นพิมรี่พาย และมีความชมชอบเกี่ยวกับน้ำพริกหลวงพระบาง ซึ่งเป็นน้ำพริกใส่หนังหมู และมีชื่อเสียงในประเทศลาว ซึ่งตนเป็นคนทำเอง และอ้างว่าพิมรี่พายชิมแล้วและติดใจ และต้องสั่งซื้อจำนวนมากเดือนละ 2-3 แสนกระปุก จึงสนใจอยากร่วมทำธุรกิจด้วย

น.ส.ภูรินทรากล่าวว่า ต่อมานายพงศธร ได้มีการปลอมใบสั่งซื้อของพิมรี่พายว่าต้องการสั่งน้ำพริกหลวงพระบางไปขาย โดยใช้เมสเซนเจอร์ในเฟซบุ๊กรูปพิมรี่พายมาหาตน พร้อมทั้งอ้างว่าเป็นคุณออย พี่สาวของพิมรี่พายเป็นผู้ประสานงาน แต่ความจริงเป็นพนักงานของพิมรี่พาย ทำให้ต้องควักเงินไปกว้านซื้อ กะปิ น้ำปลา และเครื่องเคียงประกอบการทำน้ำพริกหมดไป 7-8 แสนบาท เพื่อเตรียมการทำน้ำพริกหลวงพระบางส่งให้พิมรี่พาย เพราะหากพิมรี่พายสั่งแล้วจะต้องได้ทันที แต่ก็ไม่ได้ทำการค้าขายกันจริง ทำให้ต้องขนเครื่องเคียงการทำน้ำพริกทิ้งไปหมด ทำให้สูญเงินจำนวนดังกล่าวไปอีก

Advertisement

“การที่เสียเงินจำนวน 20 ล้านบาท เนื่องจากมีการพิมพ์ข้อความของพิมรี่พาย ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กปลอม โดยนายเอ็มเอามาให้ดู พร้อมทั้งบอกว่าพิมรี่พาย ขอความช่วยเหลือ โดยอ้างว่าสรรพากรตรวจสอบ ทำให้ไม่สามารถใช้เงินในบัญชีได้ ประกอบกับเราเป็นเอฟซีของพิมรี่พายอยู่แล้ว รวมทั้งถูกหลอกว่าพิมรี่พายชอบน้ำพริกหลวงพระบางด้วย ทำให้ดีใจที่ได้ร่วมธุรกิจ และอยากช่วยเหลือ จึงได้โอนเงินให้ครั้งละ 1-2 ล้านบาท โอนไปประมาณ 40 ครั้ง เพื่อช่วยเหลือพิมรี่พาย หากรวมทั้งเงินสดและทรัพย์สินโอนไปให้ประมาณ 20 ล้านบาท ต่อมาเพิ่งมารู้ว่านายเอ็มหลอกทั้งหมด” น.ส.ภูรินทรากล่าว และว่า ล่าสุด ทำเอาแทบน้ำตาร่วง เมื่อมีเฟซบุ๊กที่อ้างว่าเป็นของพิมรี่พาย แจ้งมาว่านายเอ็มติดโควิด และต้องใช้เงินจำนวนมากเป็นหลักแสน ช่วงนั้นไม่มีเงินติดตัวเลย จึงได้ตัดสินใจนำสร้อยคอทองคำ แหวนเพชร เลสเพชร ให้ไปมูลค่า 893,700 บาท เพื่อไปขายช่วยเหลือนายเอ็ม

น.ส.ภูรินทรากล่าวอีกว่า ได้ทราบว่าแบบฟอร์มที่ส่งมาให้นั้นไม่ใช่ของพิมรี่พาย และคนชื่อออยก็ไม่ใช่พี่สาวของพิมรี่พาย และได้ออกจากการเป็นพนักงานไปแล้ว นอกจากนี้ ยังได้พยายามติดต่อและประสานงานกับพิมรี่พายแต่ยังเข้าไม่ถึงตัวพิมรี่พาย แต่จากการสอบถามพนักงานทราบว่าพิมรี่พายไม่เคยประสานงานกับนายเอ็มเลย จึงรู้ว่าถูกหลอก

น.ส.ภูรินทรากล่าวอีกว่า หลังจากนั้นจึงได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ดอนหัวฬ่อ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565 ในความผิดฐานฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 และมาตรา 342 (1) รวมทั้งการนำใบเสนอราคาปลอมมาใช้ มีความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร รวมทั้งการปลอมแปลงเช็คอีกด้วย และการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 อีกด้วย ต่อมานายพงศธรได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.ดอนหัวฬ่อ ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี แต่ไม่มีเงินประกันตัว ตำรวจจึงได้ส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางชลบุรี

“การที่มาร้องเรียนสื่อมวลชนในครั้งนี้ เนื่องจากการดำเนินคดีมีความล่าช้า และยังไม่มีการยึดทรัพย์ของผู้ต้องหา ซึ่งทราบข่าวว่าเมื่อมีการโอนเงินไปแต่ละครั้งพบว่าได้มีการโอนไปให้ภรรยา ในบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาแม่ริม แต่นายเอ็มพยายามอ้างว่าเงินทั้งหมดเสียไปกับการเล่นพนันออนไลน์ จึงเกรงว่าเงินประมาณ 20 ล้านบาท จะไม่ได้คืน นอกจากนี้ ยังได้มีการว่าจ้างทนายความเสียเงินไปอีกจำนวนมาก ก็อ้างแต่ว่าต้องรอการดำเนินการของตำรวจ จึงมาร้องเรียนเพื่อให้มีการเร่งรัดคดีดังกล่าว” น.ส.ภูรินทรากล่าว และว่า ส่วนเรื่องของพิมรี่พายนั้น ตนไม่ได้เรียกร้องอะไร อยากให้มาชิมน้ำพริกหลวงพระบางของตนบ้าง หากติดอกติดใจและไปช่วยจำหน่าย ก็จะเป็นช่องทางในการลดหนี้สินที่เกิดขึ้นประมาณ 20 ล้านบาท ก็พอใจแล้ว