รพ.เฉลิมพระเกียรติฯยึดหลัก’พอเพียง’ น้อมนำพระราชดำรัส

3.11.16 | 13:10 น.

หมายเหตุ – นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงหนึ่งในแนวทางลดปัญหาโรงพยาบาลวิกฤตทางการเงิน โดยการจัดตั้ง “รพ.เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา” ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่น้อมนำพระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มาปรับใช้ในการบริหาร โดยยึดหลักพึ่งพาตัวเอง โดยเฉพาะหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง”

“เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็ม ที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ก็อยู่ที่เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็มและลืมเสาเข็มเสียด้วยซ้ำไป” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จากวารสารชัยพัฒนาประจำเดือนสิงหาคม 2542

จากแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงให้แนวทางการดำเนินชีวิตแก่ประชาชนชาวไทยมาช้านาน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้นำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยเฉพาะนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการ แก้ปัญหา รพ.ขาดสภาพคล่อง หรือวิกฤตทางการเงินระดับ 7 ซึ่งเป็นระดับติดลบขั้นสูงสุดที่ทางปลัดกระทรวง ฯลฯ น้อมนำมาปฏิบัติ

นพ.โสภณ เมฆธน  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

นพ.โสภณ เมฆธน

Advertisement

สธ.มีนโยบายให้ประชาชนทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม โดยในปี 2550 เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ได้ก่อตั้ง รพ.ชุมชนเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ขึ้น 10 แห่ง โดยทั้งหมดน้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์มาบริหารจัดการโรงพยาบาล โดยจุดหนึ่งที่เห็นเด่นชัดคือ การน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียง การสร้างโรงพยาบาลเป็นโรงพยาบาลคุณธรรม ยึดหลัก 3 วง คือ 1.มีเหตุมีผล 2.พอประมาณ 3.บริหารความเสี่ยง โดยทั้งหมดอยู่ในระดับคุณธรรม ข้อมูลวิชาการ ก็จะช่วยให้โรงพยาบาลอยู่ได้ เนื่องจากโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติฯ จะเป็นโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งจุดเริ่มก่อตั้งขึ้นบริเวณพื้นที่ห่างไกล ประชากรน้อย งบประมาณลงไปก็จำกัด การบริหารจัดการจึงเน้นการอยู่ร่วมกับชุมชน เพื่ออยู่ได้อย่างยั่งยืน

รพ.เหล่านี้มีการบริหารจัดการ ซึ่งส่วนหนึ่งก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ ประกอบกับงบประมาณที่ลงไปในโรงพยาบาลก็มีการจัดระบบดีขึ้น การบริหารจัดการทุกอย่าง ยึดหลักมีเหตุมีผล พอประมาณ บริหารความเสี่ยง ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มขึ้น วิกฤตทางการเงินก็ดีขึ้น จากเดิม รพ.ขาดสภาพคล่องมีเป็น 100 แห่ง แต่ตัวเลขล่าสุดลดลงเหลือ 86 แห่ง ในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2559 ซึ่งสิ้นเดือนกันยายนนี้กำลังสรุปใหม่ว่า มี รพ.ขาดสภาพคล่องอีกเท่าไร

แม้ปัญหา รพ.ขาดสภาพคล่องจะมีหลายสาเหตุ แต่ส่วนหนึ่งที่พอจะทำได้คือ การบริหารจัดการภายใน รพ. โดยน้อมนำพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” มาปรับใช้

สำหรับ รพ.เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา มี 10 แห่ง ประกอบด้วย 1.รพ.พนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา จ.สุรินทร์ 2.รพ.เบญจลักษ์เฉลิมพระเกียรติฯ จ.ศรีสะเกษ 3.รพ.ห้วยกระเจาเฉลิมพระเกียรติฯ จ.กาญจนบุรี 4.รพ.พระทองคำเฉลิมพระเกียรติฯ จ.นครราชสีมา 5.รพ.นาวังเฉลิมพระเกียรติฯ จ.หนองบัวลำภู 6.รพ.เขาชะเมาเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ระยอง 7.รพ.ยี่งอเฉลิมพระเกียรติฯ จ.นราธิวาส 8.รพ.วัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติฯ จ.เชียงใหม่ 9.รพ.เสาไห้เฉลิมพระเกียรติฯ จ.สระบุรี และ 10.รพ.หาดสำราญเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ตรัง

บุญฤทธิ์ ปราบรัตน์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ รพ.หาดสำราญเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ตรัง

รพ.เปิดบริการเมื่อเดือนมกราคม 2557 และรับผู้ป่วยในได้ในปี 2558 ซึ่งการบริหารจัดการน้อมนำพระราชดำรัสมาตลอด โดยเฉพาะหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพราะช่วงแรกงบประมาณไม่มากมาย ก็ต้องพึ่งพาตนเอง อย่างการปลูกผักสวนครัว โดยให้เจ้าหน้าที่ที่มีบ้านพักภายใน รพ. หรือใกล้ๆ รพ. ช่วยกันปลูกเพื่อนำมาบริโภค ส่วนการบริหารจัดการก็ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวคือ ต้องมีเหตุมีผล มีความพอประมาณ และคุ้มค่า เนื่องจาก รพ.ก็เป็นอีกแห่งที่ประสบภาวะทางการเงิน นอกจากจะพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐแล้ว ตัว รพ.ก็ต้องบริหารจัดการไม่ให้รายจ่ายเพิ่มเกินไป อย่างการจ้างลูกจ้างชั่วคราว ก็ต้องพิจารณาว่า ไม่ควรจ้างเกินอัตราที่จำเป็น อย่างที่นี่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) มีพนักงานเปลอย่างละ 1 คน ก็ให้ช่วยกันทำงาน ปกติพนักงานเปลต้องมี 2 คน เราก็ขอให้ทาง รปภ.มาช่วย ซึ่งเขาก็เต็มใจ เพราะเป็นคนในพื้นที่ทั้งนั้น เรียกว่าเป็นความเสียสละอย่างน่านับถือ

แม้กระทั่งเจ้าพนักงานเภสัชกรรม ที่นี่มีประมาณ 7 คน จากปกติทำงานวันจันทร์-วันศุกร์ และหยุดเสาร์อาทิตย์ทั้ง 7 คน แต่เราปรับเปลี่ยนการทำงาน เพื่อความคุ้มค่าและประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด โดยให้คนทำงานเสาร์อาทิตย์ได้หยุดวันธรรมดา เพื่อให้มีเจ้าพนักงานเภสัชกรรมคอยให้บริการประชาชนทุกวัน ขณะเดียวกันใน รพ.ยังเข้มงวดเรื่อง รพ.ปลอดอบายมุข พวกเหล้า บุหรี่ หากพบว่าบุคลากรมีการฝ่าฝืนก็จะมีโทษกำหนด ตั้งแต่ลดเงินเดือน หากทำผิดกฎเกิน 3 ครั้งก็จะไม่ต่อสัญญาจ้าง

นพ.อดุลย์ เร็งมา ผู้อำนวยการ รพ.ยี่งอเฉลิมพระเกียรติฯ จ.นราธิวาส

นพ.อดุลย์ เร็งมา

รพ.จัดตั้งขึ้นเนื่องจากพื้นที่ไม่มีสถานพยาบาลเลย แม้จะมีประชากรเพียง 40,000 คน แต่จำเป็นต้องมี รพ.ไว้ดูแลประชาชน ซึ่งได้พื้นที่เป็นที่นาบริจาคให้ ทาง รพ.ก็นำมาพัฒนา ถมที่ดินในการสร้างอาคาร รพ. และเริ่มเปิดใช้จริงในวันที่ 1 ธันวาคม 2553 โดยปัญหาของพื้นที่ คือ เมื่อเป็นที่นา การถมที่อาจทำให้พื้นดินทรุดได้ง่าย แล้วจะดำเนินการอย่างไร ก็มีการระดมความคิด และด้วยเป็น รพ.เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา จึงน้อมนำพระราชดำรัสด้านเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ โดยหลังจากมีการถมที่ดิน รอบๆ ก็มีการขุดเป็นบ่อปลา และมีการปลูกหญ้าแฝก เพื่อป้องกันปัญหาหน้าดิน ขณะเดียวกัน ยังปลูกพืช ปลูกไม้ยืนต้นต่างๆ โดยเฉพาะพวกต้นกล้วย ก็ยังนำมาใช้ประโยชน์ในการบริโภคได้ด้วย

ไม่เพียงแต่การก่อสร้าง การดำเนินการจัดการภายในพื้นที่ รพ.เท่านั้น ในแง่หลักการบริหารจัดการแล้วก็ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงเช่นกัน จากปัญหา รพ.ประสบวิกฤตทางการเงิน หลังเปิดดำเนินการมา 3 ปี พบว่าติดลบมากมาย เงินแทบไม่มีเลย แต่ก็พยายามยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ โดยพยายามลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ที่ควรมี ยึดหลักพอเพียง เพียงพอ มีเหตุมีผล แต่ทั้งหมดต้องไม่กระทบประชาชน

จากการทำงานโดยยึดหลักพระราชดำริ และพระบรมราโชวาทต่างๆ ขณะนี้แม้ รพ.จะไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็พออยู่ได้ ไม่ถึงกับต้องดิ้นรนอะไรมาก สิ่งสำคัญต้องยึดหลัก เวลาทำงานต้องทำให้ดีที่สุด อย่างพื้นที่นราธิวาส ยอมรับว่าเดิมทำงานในพื้นที่ยาก คนในพื้นที่ยังไม่ค่อยยอมรับมากนัก แต่ยึดคำสอนพระองค์ในเรื่อง ความจริงใจ ความอ่อนน้อมถ่อมตน และมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชาวบ้านได้ประโยชน์ในเรื่องสุขภาพอย่างแท้จริง เดี๋ยวนี้ชาวบ้านยอมรับมากขึ้น ซึ่งหลักการทำงานอย่างมีเหตุมีผล มีความคุ้มค่า และมีความพอเพียง ก็ทำให้เราอยู่ได้ จากการพัฒนา รพ.ด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง ในมาเลเซียยังมาดูงานที่ รพ.อยู่เสมออีก

นพ.สุวัฒน์ ธนกรนุวัฒน์ ผู้อำนวยการ รพ.เสาไห้เฉลิมพระเกียรติฯ จ.สระบุรี

นพ.สุวัฒน์ ธนกรนุวัฒน์

รพ.น้อมนำพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของพระองค์ท่านมาตลอด โดยยึดมรดกไทย พึ่งตนเอง ทั้งระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้ รพ.อยู่รอด ประสบปัญหาทางการเงินให้น้อยที่สุด โดยต้องลดการพึ่งพายานำเข้าจากต่างประเทศ กล่าวคือ ลดรายจ่ายให้น้อยที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับชุมชนในการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อนำมาเป็นยารักษาโรค ในกลุ่มยาแพทย์แผนไทย อย่างขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร โดยมีเทคโนโลยี ก็รับซื้อสมุนไพรจากชาวบ้าน และนำมาผลิตเป็นแคปซูลยาสำหรับรักษาโรค นอกจากนี้ ยังรับซื้อข้าวจากชาวนา นำมาแปรรูปเป็นเวชสำอาง ยาสระผม สบู่ สครับขัดผิว ไม่เพียงแต่แพทย์แผนไทย รพ.ยังมีศาสตร์การแพทย์แผนจีน อย่างการฝังเข็มบรรเทาอาการปวดเมื่อย ปวดศีรษะ ปวดประจำเดือน เป็นต้น

ด้วย รพ.อยู่ในพื้นที่ที่มีประชากรน้อยเพียง 10,000 กว่าคนเท่านั้น ในเรื่องงบประมาณจึงต้องบริหารจัดการอย่างถี่ถ้วน เดิมเคยติดลบ 5-7 ล้านบาท แต่พอยึดหลักพึ่งตนเอง ก็ดีขึ้น ตอนนี้ก็อยู่ในสภาวะสมดุล พออยู่ได้ในวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งส่วนตัวจะคอยบอกกับบุคลากรใน รพ.ทุกคนว่า เราต้องทำงานเพื่อส่วนรวม หากเราคิดถึงส่วนรวมเป็นหลัก ผลของการทำงานออกมาก็จะทำให้เรามีความสุขได้