วันที่ 3 พฤศจิกายน นายวิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ในการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์กับโครงกระดูกสุนัขถูกฝังรวมกันนั้น ความน่าสนใจนอกจากจะเป็นเรื่องการบ่งชี้ถึงตั้งถิ่นฐานและพิธีกรรมการฝังศพของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์อายุ 1,700 ปีแล้ว ยังมีข้อสงสัยทำไมไม่เจอในที่อื่นๆ ทั้งที่เราเคยขุดพบโครงกระดูกมนุษย์หลายแห่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ แต่ไม่เคยขุดเจอโครงกระดูกสัตว์ถูกฝังรวมกับกระดูกมนุษย์ ฉะนั้นตรงนี้เป็นการยืนยันอีกประการว่าเมืองโบราณศรีเทพมีเรื่องราวที่น่าสนใจต่อเนื่องกันมา ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์กระทั่งเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์ อย่างเช่น จารึกปัลลาวะ ทรารวดี และขอมอยู่ในที่เดียวก้น ก็เป็นการยืนยันว่าเป็นพื้นที่ที่มีอารยธรรมที่ต่อเนื่องข้ามยุคมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงยุคประวัติศาสตร์ ทำให้อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพมีความพิเศษมากยิ่งขึ้นไปอีก ไม่ใช่เหมือนอุทยานประวัติศาสตร์แห่งอื่นๆ
นายวิศัลย์กล่าวว่า โดยเนื้อหาของเดิมที่มีอยู่ก็ครบถ้วนน่าสนใจอยู่แล้วที่จะนำเสนอเป็นมรดกโลก เพียงแต่ขาดขบวนการนำเสนอที่ทางยูเนสโกต้องการ อย่างเช่น เรื่องอายุทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจนว่าเป็นยุคสมัยไหน และเมื่อมีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์และสัตว์ถูกฝังรวมกันในเมืองโบราณศรีเทพเพิ่มอีก ก็ยิ่งทำให้เนื้อหามีความหนักแน่นยิ่งขึ้น จึงอยากถือโอกาสนี้เรียกร้องให้ทางกรมศิลป์และกระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดสรรงบประมาณในการขุดสำรวจให้มากยิ่งขึ้น เพราะที่ผ่านมาการขุดสำรวจได้แค่เพียงทีละนิดทีละหน่อยแค่นั้นเอง ในขณะที่เมืองโบราณศรีเทพกินพื้นที่ใหญ่มาก ถ้าขุดพบไปเรื่อยๆ ก็เชื่อว่า อาจจะพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์และร่องรอยอารยธรรมรวมทั้งวัฒนธรรมต่างๆ ที่โดดเด่นขึ้นมาก
“สำหรับความสัมพันธ์ของโครงกระดูกมนุษย์และสุนัขที่ขุดพบคู่นี้ หลายท่านอาจมีข้อสงสัยหรือข้อสันนิษฐานแตกต่างกันออกไป แต่ในส่วนตัวแล้วมองว่าความสัมพันธ์ของมนุษย์และสัตว์อยู่ด้วยกันมาช้านานแล้ว ซึ่งในหลายประเทศก็มีการขุดค้นพบหลักฐานมนุษย์และสัตว์อยู่ร่วมกันอย่างเช่นที่อียิปต์ ส่วนโครงกระดูกสุนัขในหลุมนี้เข้าใจว่า อาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความผูกพันธ์อย่างลึกซึ้งกับผู้ตายหรืออาจเป็นสุนัขตัวโปรดทำนองนี้ ถึงกับต้องทำพิธีกรรมฝังไว้ร่วมกับผู้ตาย โดยอาจมีความเชื่อให้ติดตามผู้ตายไปในภพหน้า นอกจากนี้ การพบเครื่องประดับอาเกตรวมอยู่กับโครงกระดูกมนุษย์ก็เป็นสิ่งที่พอจะบ่งชี้ได้ว่าผู้ตายมีฐานะทางสังคมไม่ธรรมดา” นายวิศัลย์กล่าว
ส่วนประเด็นโครงกระดูกสุนัขนี้อาจถูกฆ่าเพื่อเป็นเครื่องเซ่นไหว้หรือไม่นั้น นายวิศัลย์กล่าวว่า ตรงนี้สำหรับตนคงไม่ให้น้ำหนักเท่าไหร่ เพราะจากหลักฐานโดยเฉพาะการจัดวางภาชนะที่อุทิศให้แก่ผู้ตายทั้งมนุษย์และสุนัข ค่อนข้างให้ความเคารพและให้ความสำคัญกับการจัดพิธีกรรมฝังศพให้ซึ่งคงไม่ธรรมดาแน่นอน อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือโครงกระดูกสุนัขที่ขุดพบนั้นเป็นสุนัขสายพันธุ์ไหนเป็นสุนัขเลี้ยงหรือสุนัขป่า หากมีค้นคว้าและมีคำตอบทางวิทยาศาสตร์ก็จะไขปริศนาได้อีกหลายอย่างด้วย
“โครงกระดูกมนุษย์และสัตว์คู่นี้เชื่อว่าอาจมีความสัมพันธ์พิเศษเหนือธรรมดา และผู้ตายอาจมีความผูกพันกับสุนัขมากขนาดตายแล้วยังต้องตายตามกันไป เพราะเท่าเห็นคงถูกฝังในคราวเดียวกัน ดีไม่ดีสุนัขตัวนี้อาจถูกฆ่าเพื่อให้ติดตามเจ้าของไปด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ความสัมพันธ์ของมนุษย์และสัตว์คู่นี้คงมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง แต่หากจะให้นิยามไปถึงคำว่าถึงขนาดเป็นเพื่อนก็คงจะเกินเลยไปและไม่กล้าพอจะระบุลึกลงไปขนาดนั้น อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นแค่เพียงข้อสันนิษฐานของผมเท่านั้น ฉะนั้น จึงต้องรอการค้นคว้าและพิสูจน์กันเชิงวิทยาศาสตร์กันต่อไป” นายวิศัลย์กล่าว
ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการเสนอขอขึ้นทะเบียนเมืองโบราณศรีเทพเป็นมรดกโลก หลังทางสภาวัฒนธรรมจังหวัดได้ร้องขอผ่านทางรองนายกรัฐมนตรีซึ่งเดินทางมาตรวจติดตามงานที่จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งก็ได้รับการแจ้งจากทางอธิบดีกรมศิลป์แล้วว่าได้ขึ้นบัญชีเพื่อเร่งผลักดันไว้แล้ว เพราะก่อนหน้านี้ทางกรมศิลป์ก็มีแผนเสนอให้เมืองโบราณศรีเทพเป็นมรดกโลก จึงมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพียงแต่ต้องมีการพิสูจน์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะการกำหนดอายุของโบราณสถานให้ชัดเจนไม่ใช่ใช้เพียงข้อมูลจากการสันนิษฐาน

