ศูนย์จีโนมฯ เผยผลถอดรหัสพันธุกรรมโอมิครอนในรอบ 1 เดือน พบกทม.-ปริมณฑล BA.4 มากถึง 54.3% จาก 100 ตัวอย่าง
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล (รพ.)รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยผลการถอดรหัสพันธุกรรม สิ่งส่งตรวจจาก รพ. ต่างๆในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วง 30 วันที่ผ่านมา จำนวน 100 ตัวอย่าง พบเชื้อโควิด-19 โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.1 ร้อยละ 2.2, BA.2* ร้อยละ 13, BA.4* ร้อยละ 54.3, BA.5* ร้อยละ 26.1 และ BA.2.12.1 ร้อยละ 4.3
ยังไม่พบโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.5.3.1 และ BA.2.75
และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิของ BA.4 และ BA.5 จากทั่วโลกมากพอที่จะสรุปว่าโอมิครอน 2 สายพันธุ์ย่อยมีความรุนแรงในการก่อโรค หรือมีผลให้ต้องเข้ารักษาตัวใน รพ. หรือเสียชีวิต ต่างกันหรือไม่
ทั้งนี้ข้อความระบุว่า
ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ. รามาธิบดี ดำเนินการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole SARS-CoV-2 genome sequencing) และจีโนไทป์ (MassARRAY Genotyping) มาตลอด 2 ปี เพื่อตรวจสอบสายพันธุ์และการกลายพันธุ์ของไวรัสโคโรนา 2019 อันมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพรวมทั้งการปรับเปลี่ยน “ยาต้านไวรัส” และ “แอนติบอดีสังเคราะห์(monoclonal antibody)” เพื่อการรักษาอย่างจำเพาะ (precision medicine) ให้สอดคล้องกับโอไมครอนสายพันธุ์ย่อยที่ผู้ป่วยกำลังติดเชื้อ
จากการถอดรหัสพันธุกรรมสิ่งส่งตรวจจาก รพ. ต่างๆในเขตกรุงเทพ และปริมณฑลในช่วง 30 วันที่ผ่านมา จำนวน 100 ตัวอย่าง พบโอไมครอนสายพันธุ์ย่อย
BA.1 ร้อยละ 2.2
BA.2* ร้อยละ 13
BA.4* ร้อยละ 54.3
BA.5* ร้อยละ 26.1
BA.2.12.1 ร้อยละ 4.3
ยังไม่พบโอไมครอนสายพันธุ์ย่อย BA.5.3.1 และ BA.2.75
โอไมครอน BA.4 และ BA.5 พบครั้งแรกในประเทศแอฟริกาใต้ในเดือนมกราคม 2565 จากนั้นได้มีแพร่ระบาดไปทั่วโลก
สัดส่วนการแพร่ระบาดของ BA.4 และ BA.5 ในแต่ละประเทศแตกต่างกัน
ประเทศแอฟริกาใต้ พบ BA.4>BA.5 ในสัดส่วน 4 ต่อ 1 (ภาพ1)
ประเทศโปรตุเกส พบ BA.5>BA.4 ในสัดส่วน 4 ต่อ 1 (ภาพ2)
ประเทศสหราชอาณาจักร พบ BA.4>BA.5 ในสัดส่วน 2.3 ต่อ 1 (ภาพ3)
ประเทศสหรัฐอเมริกา พบ BA.4>BA.5 ในสัดส่วน 1 ต่อ 1 (ภาพ4)
ประเทศไทย พบ BA.4>BA.5 ในสัดส่วน 4.4 ต่อ 1 (ภาพ5)
จากกราฟที่ 1-5 จะสังเกตได้ว่าแต่ละประเทศยอดกราฟหรือพีกของจำนวนผู้ติดเชื้อ BA.4/BA.5 และ BA.2.12.1 จะต่ำกว่าพีกผู้ติดเชื้อ BA.1/BA.2 ต่างจากประเทศไทย ที่จำนวนผู้ติดเชื้อ BA.4 ขณะนี้มีพีกสูงกว่า BA.1 และ BA.2 ที่ระบาดผ่านมาในอดีต
BA.4 ที่ระบาดในประเทศไทยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาด (relative growth advantage) ถึง 157% เปรียบเทียบกับสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน (BA.5) (ภาพ8)
BA.4 กลายพันธุ์ต่างจาก BA.5 จำนวน 7 ตำแหน่ง (ภาพ6)
BA.5 กลายพันธุ์ต่างจาก BA.4 จำนวน 1 ตำแหน่ง (ภาพ6)
บริเวณหนาม BA.4 กลายพันธุ์ต่างจาก BA.5 จำนวน 1 ตำแหน่ง (ภาพ7)
ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิของ BA.4 และ BA.5 จากทั่วโลกมากพอที่จะสรุปว่าโอไมครอนสองสายพันธุ์ย่อยมีความรุนแรงในการก่อโรค หรือมี “severity” (เข้ารักษาตัวใน รพ. หรือ เสียชีวิต) ต่างกันหรือไม่

