เครือข่ายแรงงาน บุกทำเนียบ ตั้งวงกินข้าวประชดรัฐ หลังค่าครองชีพพุ่ง สวนทางค่าจ้างต่ำ

18.07.22 | 16:35 น.

เครือข่ายแรงงาน บุกทำเนียบตั้งวงกินข้าวกับมาม่าประชดรัฐ หลังค่าครองชีพพุ่ง สวนทางค่าจ้างต่ำ ยื่น 2 ข้อเรียกร้องถึง ‘บิ๊กตู่’ จัดเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม-ขึ้นค่าแรง ให้เวลา 1 เดือน จะกลับมาใหม่

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม น.ส.ธนพร วิจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายแรงงาน นางศรีไพร นนทรีย์ ตัวแทนแกนนำเครือข่ายแรงงาน 8 องค์กร ประกอบด้วย สภาองค์การลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอการตัดเย็บเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์หนังแห่งประเทศไทย สหพันธ์แรงงานชิ้นส่วนยานยนต์แห่งประเทศไทย กลุ่มผู้ใช้แรงงานสระบุรีและใกล้เคียง กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก สหภาพคนทำงาน และเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ พร้อมด้วยผู้ใช้แรงงานกว่า 30 คน เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล


เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ และมีข้อสั่งการไปยังนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้เร่งรัดดำเนินการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอย่างโปร่งใส ทั้งนี้ เครือข่ายแรงงาน ได้มีการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ โดยนำโหลยาดอง ซึ่งดองป้ายเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ไปเทเพื่อประชดความล่าช้า ความไม่จริงใจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และได้นั่งกินข้าวเปล่ากับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพื่อสะท้อนความยากลำบากของผู้ใช้แรงงาน ในยุคค่าครองชีพสูงข้าวของแพงแต่ค่าแรงยังต่ำด้วย ทั้งนี้ การยื่นหนังสือดังกล่าว มี นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เดินทางไปรับหนังสือแทน

นางศรีไพร กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 มาตรา 8 กำหนดให้คณะกรรมการการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) มาจากการเลือกตั้ง โดยให้มีผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนด้วย แต่ต่อมามีคำสั่ง คสช.ที่ 40/2558 แต่งตั้งบอร์ด สปส.แทนชุดเก่า พร้อมออกคำสั่ง คสช.ที่ 9/2562 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จัดทำระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งตามมาตรา 8 ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี แม้รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานลงนามเห็นชอบระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งดังกล่าว เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 และได้ส่งถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา แต่จนถึงบัดนี้ 7 ปีแล้ว ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะกำหนดให้มีการเลือกตั้งเมื่อไร เลือกตั้งอย่างไร

Advertisement

“ยิ่งตอนนั้น มีปัญหาเศรษฐกิจข้าวของต่างๆ มีราคาแพง ค่าครองชีพสูงขึ้น สวนทางกับค่าแรงขั้นต่ำที่ไม่ได้มีการปรับขึ้นตาม ทั้งๆ ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้กำหนดเป็นโยบายตอนหาเสียงว่า จะปรับค่าจ้าง 400-425 บาท นี่ผ่านมา 3 ปีกว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะทำตามที่พูดเมื่อไร” นางศรีไพร กล่าว

ด้าน น.ส.ธนพร กล่าวว่า องค์กรแรงงานทั้ง 8 แห่ง เรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ดำเนินการ 1.ขอให้ สปส. เร่งรัดจัดเลือกตั้งบอร์ด สปส.ใหม่ โดยมีสัดส่วนผู้แทนผู้ประกันตน ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 8 พ.ร.บ.ประกันสังคมฯ 2.ขอให้ สปส.ยกเลิกคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในข้อ 16 (1) ของระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ.2564 ที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น แต่ควรให้สิทธิผู้ประกันตนที่ไม่มีสัญชาติไทยมีสิทธิเลือกตั้งด้วย

3.ขอให้ สปส.ยกเลิกและแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมฯ มาตรา 3 และมาตรา 8 เรื่องที่มาของบอร์ด สปส.ในส่วนผู้แทนนายจ้างและผู้แทนผู้ประกันตนมาจากการแต่งตั้ง เพราะขัดกับหลักการการมีส่วนร่วมในการเลือกผู้แทนของผู้ประกันตนโดยตรง อีกทั้งยังเปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำเข้าไปแทรกแซงการบริหารจัดการและกำหนดนโยบายของกองทุน สปส.ได้ และ 4.ขอให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำตามที่พรรค พปชร.ได้กำหนดนโยบายในการหาเสียงไว้

“ที่ผ่านมา เครือข่ายได้ไปยื่นข้อเสนอต่อกระทรวงแรงงานมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่มีความชัดเจนในการจัดเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ทำให้มีคำถามว่า การเตะถ่วงแบบนี้มีวาระอะไรแอบแฝงหรือไม่ และมีใครได้ประโยชน์จากการยื้อไว้ ขณะนี้สังคมเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นถึงการทำงานของประกันสังคม รวมถึงความโปร่งใสในนโยบายต่างๆ ที่ออกมา การมาในวันนี้ต้องการสื่อสารถึงนายกฯ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของรัฐบาลว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของตัวเองกำลังมีปัญหา และเร็วๆนี้ เราจะไปยื่นข้อมูลให้ฝ่ายค้านดำเนินการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องนี้ด้วย นอกจากนี้ ในเรื่องของค่าจ้างขั้นต่ำ ที่ล่าสุดเรื่องยังอยู่ในกระบวนการเสนอตัวเลขจากคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด ที่จะต้องเสนอขึ้นไปตามลำดับ เท่าที่ทราบในบางจังหวัดยังตกลงกันไม่ได้” น.ส.ธนพร กล่าวและว่า จะให้เวลารัฐบาล 1 เดือน โดยจะไปทวงถามทั้ง 2 ข้อเรียกร้องอีกครั้งในวันที่ 23 สิงหาคมนี้