ชัชชาติ ย้ำ รับที่ดินเอกชนเพื่อสาธารณะ ‘ต้องรอบคอบ’ เพราะเสียรายได้จากภาษี ตั้งกก.กำหนดเกณฑ์ เน้นคุ้มค่า

18.07.22 | 16:39 น.

ชัชชาติ ตั้งคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์รับที่ดินเอกชนเพื่อสาธารณะ ย้ำต้องรอบคอบเพราะเสียรายได้จากภาษี เน้นคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ชวนประชาชนส่องระบบติดตามผลงานตามนโยบาย 9 ดี 216+

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 กรกฎาคม ที่อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 13/2565

นายชัชชาติ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางปฏิบัติการพิจารณาการใช้ที่ดินเอกชนเพื่อสาธารณประโยชน์ จากกรณีที่เอกชนยินยอมให้ กทม.ใช้ที่ดินเพื่อสาธารณประโยชน์ โดยจะได้รับการยกเว้นจัดเก็บภาษีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศ และจากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่าหน่วยงานมิได้เข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินที่รับบริจาคดังกล่าว เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ที่ประชุมจึงมีมติให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาการรับที่ดินเอกชนเพื่อสาธารณประโยชน์ หารือความคุ้มค่าและค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ให้สอดคล้องกับระเบียบและข้อกฎหมายปัจจุบัน เพื่อให้เกิดการพิจารณาอย่างรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุดกับกรุงเทพมหานคร

“เรื่องเอกชนให้ที่สาธารณะเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรืออาจจะเพื่อเป็นการลดภาษี การที่ กทม.รับมอบที่ดิน ก็ต้องสูญเสียรายได้จากภาษีด้วย ดังนั้น กทม.ต้องคิดให้รอบคอบ จึงให้ตั้งคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การรับมอบ และกลั่นกรองให้คุ้มกับประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณทุกคนที่อยากจะบริจาคพื้นที่ให้ ทั้งพื้นที่ทั่วไปและพื้นที่ที่เป็นบึงน้ำ ขณะนี้ กทม.จะรับเรื่องไว้ก่อนและให้คณะกรรมการพิจารณาต่อไป” นายชัชชาติกล่าว

นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการติดตามผลงานตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 9 ดี 216 นโยบาย ซึ่งทุกหน่วยงานนำเข้าข้อมูลโดยบันทึกโครงการ รายละเอียดการดำเนินงาน เป้าหมาย และขั้นตอนการดำเนินงานในระบบ BMA Digital Plans พร้อมปรับปรุงสถานะการดำเนินงานให้เป็นปัจจุบัน และประชาชนสามารถติดตามสถานะของนโยบายผ่านทาง https://gov.bangkok.go.th/ccp/frontend/web/

Advertisement

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล นำผลงานทั้งหมดของกรุงเทพมหานครมาแสดงในระบบด้วย ไม่เพียงเฉพาะ 216 แผนปฏิบัติการ และต้องแยกวัตถุประสงค์ให้ชัด คือ แยกสำหรับติดตามงาน และให้ประชาชนสามารถเข้ามาดูได้ (ระบบภายใน ภายนอก)