‘หมอ’ เฉลย ไม่ดื่ม ‘น้ำเปล่า’ เสี่ยง Stroke ?!

19.07.22 | 07:22 น.

กรณีหญิงสาวรายหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์ในโลกโซเชียลว่า ตลอดเวลาหลายปี ไม่เคยดื่มน้ำเปล่าเลย ไม่ว่าจะหิว เหนื่อย กระหาย หรือหลังรับประทานอาหาร ยา แต่จะดื่มนมเปรี้ยว ชา โกโก้ น้ำอัดลม น้ำสี น้ำผลไม้ เครื่องดื่มชูกำลัง ทดแทนน้ำเปล่า เพราะคิดว่าก็คือน้ำเหมือนกัน จนส่งผลต่อร่างกาย ทำให้ล้มป่วย ด้วยอาการเส้นเลือดสมองตีบ เป็นอัมพาตครึ่งตัวจนต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล ขณะนี้อยู่ระหว่างทำกายภาพร่างกายเพื่อให้ฟื้นกลับคืนสู่ภาวะปกติ

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้เชี่ยวชาญโรคทางสมอง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาล (รพ.) จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า กรณีของหญิงสาวรายนี้ เนื่องจากไม่ใช่แพทย์เจ้าของไข้ จึงไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน แต่โดยทั่วไปผู้ป่วยที่มีภาวะสมองตีบ หรืออัมพฤกษ์ มักจะมีสาเหตุจากสภาพร่างกายเป็นหลักคือ 1.หลอดเลือดหรือเส้นเลือดตีบ (Stroke) หรือ 2.เกิดลิ่มเลือดหัวใจและหลุดเข้าไปอุดตันเส้นเลือดในสมอง หรือ 3.มีปัจจัยอื่น เช่น ภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และกรรมพันธุ์ที่มีไขมันในเลือดสูง

หากเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ การรับประทานอาหารบางชนิดที่มีไขมันสูง หรือของหวานที่มีน้ำตาล ก็จะยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดภาวะโรคสมองตีบ อัมพฤกษ์ อัมพาต ได้เร็วขึ้น อาจจะเกิดตั้งแต่ในวัยหนุ่มสาวก็เป็นได้

ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าวต่อไปว่า ถามว่าการดื่มน้ำเปล่าน้อย หรือไม่ดื่มเลย จะไปกระตุ้นให้เกิดภาวะสมองตีบได้หรือไม่ ต้องบอกว่า โดยปกติน้ำและเกลือแร่จะเป็นตัวควบคุมสมดุลในร่างกายมนุษย์ ทั้งสมอง หัวใจ เนื้อเยื่อต่างๆ ถ้าร่างกายรับน้ำไม่เพียงพอ หรือขาดน้ำ จะทำให้เกิดภาวะเลือดข้น เลือดหนืด ยิ่งคนที่มีภาวะผิดปกติในร่างกายที่ทำให้เลือดข้น เส้นเลือดตีบอยู่แล้ว ก็ยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดปัญหามากขึ้น

โดยเฉพาะคนที่มีภาวะโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ ถ้าร่างกายขาดน้ำจะยิ่งทำให้เกิดโรคเร็วขึ้น

Advertisement

และอธิบายเพิ่มเติมว่า หลายคนอาจจะสงสัยว่า ไม่ดื่มน้ำเปล่า แต่ดื่มน้ำหวาน หรือน้ำชงอื่นๆ ได้หรือไม่ ต้องบอกว่า ถ้าร่างกายคนนั้นไม่ผิดปกติ ก็อาจจะดื่มได้หรือดื่มทดแทนน้ำเปล่าได้บ้าง แต่สำหรับบางคนที่ร่างกายมีภาวะเสี่ยงจากพันธุกรรมที่มีไขมันสูงอยู่แล้ว ยิ่งมาดื่มน้ำหวาน หรือกินแต่ของมันๆ ก็ยิ่งทำให้เกิดภาวะสมองตีบ จนเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ได้เร็วขึ้น ดังนั้น น้ำเปล่ามีความสำคัญต่อร่างกาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ เพจหมอเวร ได้โพสต์ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวว่าอาการป่วยของหญิงสาวรายนี้ อาจไม่ใช่เพราะดื่มน้ำเปล่าน้อย หรือไม่ดื่มน้ำเปล่าเลย เพราะน้ำอื่นๆ ที่กินเข้าไป ล้วนมีส่วนประกอบของน้ำทั้งนั้น เพียงแต่ในน้ำที่หญิงสาวรายนี้ชอบกินมีส่วนผสมที่ทำให้ป่วย จึงไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิดๆ

“จริงอยู่ที่ว่า การขาดน้ำมากๆ จะทำให้เลือดข้น เลือดหนืดได้ แต่การไม่ดื่มน้ำเปล่า แล้วดื่มแต่น้ำอย่างอื่นเป็นเวลาหลายปี ทำให้ร่างกายขาดน้ำหรือไม่นั้น บอกเลยว่า ไม่ใช่ เพราะถ้าว่ากันตามตรง ของเหลวทุกอย่างที่กินเข้าไป ก็มีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่แล้วทั้งนั้น พอดื่มเข้าไป ลำไส้ใหญ่ก็ดูดซึม แยกเฉพาะน้ำออกไปอยู่ดี ดังนั้น ถ้าดื่มเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ จนได้น้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน ประเด็นเรื่องการขาดน้ำจนทำให้เลือดข้นก็ต้องตัดไปก่อน”

เพจหมอเวรระบุอีกว่า คำถามต่อมาคือ แล้วทำไมจึงเกิดภาวะเลือดข้นได้ คำตอบคือ เพราะปริมาณน้ำไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นอยู่ที่ น้ำที่กินเข้าไปผสมน้ำตาล ไขมัน หรือเกลือมากต่างหาก ซึ่งพวกนี้นำไปสู่ภาวะเลือดข้นได้

“เพราะโดยปกติ เลือดเราจะมีส่วนประกอบคือน้ำเลือดกับเม็ดเลือด แต่ถ้ามีในเลือดมีไขมันสูง หรือน้ำตาลสูง ก็มีความสัมพันธ์กับน้ำเลือดข้นได้ ยิ่งบางคนเม็ดเลือดแดงผิดปกติ ทั้งจำนวนและรูปร่าง ก็อาจจะยิ่งทำให้เลือดไหลเวียนลำบากเข้าไปอีก สังเกตได้ง่ายๆ ถ้าคนไหนเป็นเบาหวาน เส้นเลือดก็จะไม่ค่อยดีอยู่แล้ว เจอไขมันในเลือดสูงเข้าไปอีก เลือดก็ยิ่งไหลลำบาก นำไปสู่โรคร้ายแรงที่มักมาเป็นชุด คือ ไขมัน เบาหวาน ความดัน ที่สัมพันธ์กันทั้งหมด

“ดังนั้น ใจความสำคัญของเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวว่าดื่มน้ำมากหรือน้อย แต่อยู่ที่ว่าในน้ำมันผสมอะไรต่างหาก เพราะสุดท้ายต่อให้ดื่มน้ำเปล่าเพียวๆ แต่ยังกินหวาน กินมัน กินเค็ม แบบไม่ยั้ง ก็เสี่ยงให้เกิดภาวะเลือดข้นจนอาจทำให้เป็น สโตรก (Stroke) แบบนี้ได้เหมือนกัน”

ทั้งนี้ จากการรวบรวบข้อมูลทางการแพทย์ มีคำแนะนำว่า เมื่อร่างกาย “ขาดน้ำ” อาจจะส่งผลร้ายถึงสุขภาพอย่างร้ายแรง โดยที่ไม่รู้ตัว ที่สำคัญเสี่ยงต่อการเป็นโรคหรือเกิดภาวะต่างๆ ในร่างกาย อาทิ

1.สมองเสื่อม เพราะปริมาณน้ำในร่างกายเป็นส่วนหนึ่งของเลือดที่สูบฉีดไปทั่วร่างกาย เมื่อเลือดมีความข้นหนืดมากขึ้น ทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงที่สมองได้เพียงพอ จึงเป็นสาเหตุของอาการสมองเสื่อมได้ เพราะฉะนั้น หากรู้สึกไม่สดชื่น เนือยๆ คิดอะไรช้า ไม่กระฉับกระเฉง อึนๆ มึนๆ นั่นอาจเป็นผลมาจากแค่เพราะดื่มน้ำน้อยเกินไป

2.ริดสีดวงทวาร หากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ ส่งผลไปถึงการย่อยในกระเพาะอาหารที่ทำได้ยากลำบากมากขึ้น และลำไส้ที่แห้ง อาจทำให้เราไม่สามารถขับอุจจาระออกมาได้ เพราะอุจจาระอาจแห้งเกินไป เมื่อของเสียสะสมอยู่ในลำไส้ ลำไส้ก็จะดูดซึมของเสียนั้นกลับเข้าร่างกายไปอีก ยิ่งทำให้เลือดมีของเสีย และข้นหนืดกว่าเดิม อุจจาระก็แข็งแห้งกว่าเดิม จนเกิดเป็นอาการท้องผูก และลงเอยด้วยโรคริดสีดวงทวาร

3.ปวดข้อ รู้หรือไม่ว่ากระดูกอ่อนในหลายๆ ส่วนของร่างกาย รวมไปถึงหมอนรองกระดูก ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญ และเกิดอาการผิดปกติได้ง่าย มีส่วนประกอบเป็นน้ำมากถึง 80% ดังนั้น หากข้อต่อ หรือหมอนรองกระดูกแห้ง ไม่ชุ่มชื้นเพียงพอ อาจทำให้ข้อต่อต่างๆ ดูดซับแรงกระแทกได้ไม่ดีพอ จนเกิดอาการบาดเจ็บได้ง่าย หรืออาจอักเสบได้ง่ายเมื่อต้องออกแรงเดิน ยก เหวี่ยง หรือแม้แต่ตอนออกกำลังกาย และยกน้ำหนัก

4.ทางเดินปัสสาวะอักเสบ/กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หากมีอาการปวดปัสสาวะ แต่ไม่มีปัสสาวะไหลออกมา หรือไหลออกเพียงหยดสองหยด คุณอาจกำลังเป็นโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ อันเนื่องมาจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ การติดเชื้อ และการกลั้นปัสสาวะนานๆ

5.อ้วน หากดื่มน้ำน้อย เป็นสาเหตุที่อาจนำไปสู่โรคอ้วนได้ เพราะหากดื่มน้ำอย่างเพียงพอในตอนเช้า ระหว่างมื้อกลางวัน และตอนเย็น หรืออาจดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนรับประทานอาหาร จะพบว่าอิ่มง่าย อิ่มเร็วกว่าการรับประทานอาหารโดยไม่ดื่มน้ำเลย ยิ่งถ้าหากว่าเป็นคนที่กินจุอยู่แล้ว แล้วยิ่งไม่ดื่มน้ำอีก ด้วยความหิวหรือความอยากอาหาร คุณอาจรับประทานเพลินจนน้ำหนักขึ้นได้ง่ายๆ

6.ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ในผู้หญิง ประจำเดือนเป็นตัวบ่งบอกถึงสุขภาพได้ดีอีกอย่างหนึ่ง หากพบว่า คุณมีประจำเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ ขาดๆ หายๆ มีน้ำเกินไป มีสีเข้มเกินไป มาเป็นลิ่มเลือด หรือแม้กระทั่งปวดท้องประจำเดือนมาก สาเหตุสำคัญที่คุณอาจละเลยอาจมาจากการดื่มน้ำน้อยก็เป็นได้ เพราะเมื่อน้ำในร่างกายมีปริมาณไม่เพียงพอ ร่างกายจึงไม่สามารถนำน้ำไปสร้างเป็นประจำเดือนได้

ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดี ควรดื่มน้ำเปล่าให้ได้วันละ 6-8 แก้ว เพราะ “น้ำเปล่า” ยังสำคัญต่อร่างกายอยู่เสมอ!