สธ.เกาะติดแพร่โควิดหลังหยุดยาว กทม.-ปริมณฑลเตียงเริ่มตึง
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทยว่า ผู้ป่วยอาการรุนแรง ใส่ท่อหายใจและเสียชีวิต มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย พบมากในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ฉะนั้น ต้องจับตาเหตุการณ์หลังวันหยุดยาว เพราะมีประชาชนเดินทางไปต่างจังหวัดมากขึ้น รวมถึงเด็กกลับมาเปิดเทอมอีกครั้ง ก็อาจจะเกิดการติดเชื้อมากขึ้น ซึ่ง สธ.ติดตามสถานการณ์อยู่
ส่วนสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 รายจังหวัดที่มีอัตราครองเตียงระดับ 2-3 หรือเตียงสีเหลืองและสีแดง ภาพรวมอยู่ในกลุ่มสีเขียว หมายความว่า ความสามารถรองรับผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาลต่างๆ ทำได้ค่อนข้างดี แต่ในกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี สัดส่วนครองเตียงผู้ป่วยหนักเริ่มตึงตัว แต่ยังรองรับได้ สาเหตุจากการติดเชื้อมากขึ้น และมีการปรับเตียงไปใช้ในผู้ป่วยโรคทั่วไป หากมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นก็สามารถขยายเตียงเพิ่มได้
อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ฉากทัศน์สถานการณ์ข้างหน้า ผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ที่เข้าโรงพยาบาลในสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่ควบคุมไม่ได้ หรือเส้นสีแดง แต่ถ้าควบคุมสถานการณ์ได้จะอยู่ในเส้นสีเขียว ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในเส้นสีเขียว แสดงว่าระบบสาธารณสุขยังดูแลผู้ป่วยอาการหนักได้ ส่วนผู้ป่วยที่ใส่ท่อหายใจแนวโน้มยังสูงอยู่ แต่ยังอยู่ระหว่างสีแดงและสีเขียว ซึ่งสถานการณ์จะคลี่คลายและเบาลง และผู้เสียชีวิตไต่ระดับเส้นแดงและเขียวอยู่ จะต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดต่อไป
“หลังสถานการณ์หยุดยาวต้องย้ำมาตรการ 2U (Universal Prevention-Vaccination) คือป้องกันส่วนบุคคลและวัคซีน ตรวจ ATK เมื่อมีอาการคล้ายไข้หวัด อาการเด่นของเชื้อโอมิครอน คือระคายและเจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดตัว และการตรวจในกลุ่มผู้ต้องดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุตรวจเชื้อสม่ำเสมอได้
“ส่วนการติดเชื้อโควิด-19 อาการน้อยให้แยกตัวอยู่บ้าน 7 วัน และออกมาใช้ชีวิตได้โดยต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาอีก 3 วัน” นพ.โอภาสกล่าวย้ำ

