‘ประยุทธ’ รองโฆษกอัยการแจงข้อกฎหมายจับกัญชาชายแดน 203 กิโล ผิด พ.ร.บ.ศุลกากร เพราะไม่ยอมเสียภาษีอย่างเดียว เหตุหลุดจากยาเสพติดประเภท 5 แล้ว
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความเห็นข้อกฎหมายกรณีมีข่าวจับกัญชาแห้งอัดแท่ง 203 แท่ง น้ำหนัก 203 กิโลกรัม ผ่านมาทางชายแดนข้ามน้ำโขงเข้ามาที่จังหวัดบึงกาฬ
ว่าโดยเบื้องต้นทราบจากข่าวก็ต้องทราบว่ามีประกาศสาธารณสุขให้ปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดประเภท 5 ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.65 เป็นต้นมา กัญชาจึงไม่ใช่ยาเสพติดประเภท 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดอีกต่อไป ส่วนประเด็นการนำเข้าราชอาณาจักร ภายหลังจากดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้วน่าจะเข้าด้วย พ.ร.บ.ศุลกากร 2560 ที่ให้นิยามไว้ว่า บุคคลใดก็ตามที่จะนำ ”ของ” ซึ่งก็คือสินค้าที่มีราคาเข้ามาในราชอาณาจักรจะต้องเข้าผ่านช่องทาง และต้องแสดงเพื่อเสียภาษีศุลกากรตามอัตราที่กรมศุลกากรกำหนด
ซึ่งกัญชาแม้จะปลดล็อกจากยาเสพติดแต่ก็เป็นพืช หรือส่วนประกอบของพืช ซึ่งมีมูลค่าเท่าไหร่ก็เป็นเรื่องที่ศุลกากรจะต้องประเมินราคาว่าจะต้องเสียอัตราภาษีเท่าไหร่ ซึ่งเมื่อมีการลักลอบเข้ามาก็จะมีอัตราโทษว่าถูกปรับเท่าไหร่
ตรงนี้ต้องไปดูกฎหมายศุลกากร โดยหลังจากนี้ผู้ต้องหาก็จะต้องถูกสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายศุลกากร ซึ่งก็มีข้อกฎหมายศุลกากรว่าถ้ายอมยกของทั้งหมดให้ตกเป็นของแผ่นดินเพื่อระงับคดีตรงนี้เป็นอำนาจของอธิบดีกรมศุลกากรพิจารณา แต่ถ้าผู้ต้องหาสู้คดีทางพนักงานสอบสวนก็ทำสำนวนส่งอัยการฟ้องดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ไม่ใช่ พ.ร.บ.ยาเสพติดอีกต่อไป

