ชัชชาติ ฟัง ‘ได๋-เส้นด้าย-สายไหมต้องรอด’ ระบายใจผู้ป่วยโควิดพุ่ง ผู้ว่าฯ แจงรพ.กทม.รับไม่จำกัด อะไรปรับปรุงได้พร้อมทำ

19.07.22 | 19:56 น.

ชัชชาติ พบกลุ่มอาสาสมัคร เปิดใจระบายปัญหาโควิด แจง กทม.เปิดรับรักษาไม่จำกัดจำนวน เตียงยังเพียงพอ

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 19 กรกฎาคม ที่ห้องสุทัศน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ประชุมหารือร่วมกับกลุ่มอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ป่วยโรคโควิด-19 ประกอบไปด้วย มูลนิธิเส้นด้าย เพจสายไหมต้องรอด และเพจเราต้องรอด พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของ กทม. เพื่อรับฟังปัญหาการจัดการกับผู้ป่วยโรคโควิด-19

นายคริส โปตระนันทน์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเส้นด้าย กล่าวว่า เดือนกรกฎาคมนี้ รับเคสผู้ป่วยมากกว่า 50-100 คน ประเมินแล้วว่าเดือนสิงหาคมนี้น่าจะมีตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ จากการยกเลิกระบบ Home Isolation หรือ HI ทำให้กลุ่ม 608 ที่อยู่ในกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว ค่อนไปทางสีเหลือง ไม่ได้รับการติดตามอาการรายวันจากบุคคลากรทางการแพทย์ ซึ่งมีความเสี่ยงว่าจะมีอาการหนักขึ้น อีกทั้ง หลายโรงพยาบาลไม่รับการรักษาเข้าในระบบ UCEP รวมไปถึงไม่ได้รับยารักษาเฉพาะ อย่างฟาวิพิราเวียร์ โมลนูพิราเวียร์ จึงอยากให้ทาง กทม.หาช่องทางการซื้อยาเหล่านี้โดยตรง ไม่ต้องผ่านการจัดสรรจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รวมไปถึงเสนอนำระบบ HI กลับมาใช้กับกลุ่มผู้ป่วย 608

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงมาก อาสาสมัครต้องรับสายโทรศัพท์กว่า 1,000 รายต่อวัน ปัญหาตอนนี้คือ กลุ่มผู้ป่วย 608 ไม่ได้รับการรักษาจากสถานพยาบาล เนื่องจากมีการรับจำนวนจำกัด ต่อมาผู้ป่วยไม่สามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลใกล้ที่อยู่อาศัย เนื่องจากสิทธิการรักษาอยู่ในสถานพยาบาลต่างจังหวัด

ได๋ ไดอาน่า จงจินตนาการ พิธีกรชื่อดัง และผู้ก่อตั้งเพจเราต้องรอด กล่าวว่า ปัญหาตอนนี้คือด้านการสื่อสาร ทำให้สถานพยาบาลไม่รับระบบ UCEP รวมไปถึงอยากให้มีการสนับสนุนจาก กทม. เปิดศูนย์พักคอย (CI) เพราะมีผู้ป่วยที่ต้องการแยกกักตัวรักษาจากที่บ้านเพิ่มมากขึ้น

Advertisement

นายชัชชาติ กล่าวว่า เป็นโอกาสที่ดีที่ได้หารือรับฟังปัญหากับกลุ่มอาสาสมัคร ซึ่งจากปัญหาที่สะท้อนมา ทาง กทม.ขอชี้แจง คือ ผู้ป่วยโควิดทุกระดับอาการ สามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของ กทม. ประกอบไปด้วย โรงพยาบาล 11 แห่ง และศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 69 แห่ง โดยไม่มีการจำกัดจำนวนรับผู้ป่วย ซึ่งจากกรณีที่โรงพยาบาลสิรินธรรับผู้ป่วยจำกัด 200 คน มาจากการจองผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งถ้าคิวเต็มผ่านออนไลน์แล้ว สามารถวอล์คอินมารับการรักษาได้เลย ส่วนศูนย์บริการสาธารณสุขพื้นมีพื้นที่จำกัด อาจจะต้องนัดกลับมาใหม่ในวันถัดไป

“ผู้ป่วยทุกกลุ่มสีสามารถส่งญาติมารับยาแทนได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยกลุ่ม 608 ผู้ป่วยติดเตียง โดยญาติสามารถนำผลตรวจ ATK และบัตรประชาชน ของผู้ป่วย มารับยาแทนได้ ต่อมาผู้ป่วยสีเขียวไม่จำเป็นต้องรับยารักษาเฉพาะ อย่างฟาวิพิราเวียร์ โมลนูพิราเวียร์ ซึ่งการจ่ายยาเหล่านี้ ต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ หรือผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่ม 608 ต่อมาทาง กทม.รับข้อเสนอนำระบบ HI กลับมาใช้กับกลุ่มผู้ป่วย 608 อีกครั้งหนึ่ง เพื่อไม่ให้ผู้ป่วย 608 สีเขียว เปลี่ยนไปเป็นสีเหลืองสีแดงได้

ผู้ป่วยทุกกลุ่มสีสามารถติดต่อสายด่วน 1669 ของศูนย์เอราวัณได้ตลอด 24 ชม. โดยเตรียมไว้ 60 คู่สาย ใช้เวลารอสายประมาณ 10 วินาที ต่อมาทาง กทม.ได้เปิดศูนย์พักคอยจำนวนรวม 500 เตียง ซึ่งถ้ามีความจำเป็นที่ต้องส่งผู้ป่วยต่อไปสถานพยาบาลนอกสังกัดของ กทม. กทม.จะเป็นตัวกลางประสานให้” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติ กล่าวว่า ขอเน้นย้ำให้มีการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น สามารถลดอาการเป็นผู้ป่วยสีแดงได้ โดยเฉพาะกลุ่ม 608 สามารถวอร์คอินฉีดทุกวันได้ที่ อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนฯ ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง และโรงพยาบาลสังกัด กทม. ส่วนศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 69 แห่ง สามารถวอร์คอินฉีดได้ในวันศุกร์ และวันเสาร์ครึ่งเช้า อีกทั้งผู้ป่วยที่ไม่สามารถออกจากบ้านได้ สามารถติดต่อสายด่วน 1669 หรือศูนย์บริการสาธารณสุข เพื่อไปให้บริการฉีดวัคซีนที่บ้านได้

“กทม.ทำคนเดียวไม่ไหว เครือข่ายเราไม่ได้มีละเอียดมากนัก การมีเอกชนเข้ามาร่วมเป็นตัวสำคัญ เอกชนเขาพูดความจริง ข้อมูลหน้างานเขาเห็น วันนี้เรามารับฟังข้อเท็จจริง อะไรที่ปรับปรุงได้ กทม.ก็จะปรับปรุงให้เป็นเนื้อเดียวกัน” นายชัชชาติกล่าว

ด้านนายสุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กล่าวว่า สถานการณ์เตียงในพื้นที่กรุงเทพฯ โรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ มีทั้งหมด 760 เตียง มีอัตราการครองเตียงประมาณ 47% มีเตียงสีแดง 24 เตียง มีการครองเตียง 17 เตียง เตียงสีเหลืองกว่า 700 เตียง ครองเตียง 366 เตียง ส่วนโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งหมดมี 5,600 เตียง มีอัตราการครองเตียงประมาณ 47% ยืนยันว่ามีเตียงรักษาอย่างเพียงพอ ซึ่งมีการทำงานร่วมกับ สธ. และหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งมีศูนย์เอราวัณจะเป็นศูนย์ในการหาเตียง

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำนักอนามัยและสำนักการแพทย์ได้รายงานข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ วันนี้ มีผู้ป่วยจากการตรวจ RT-PCR จำนวน 1,584 ราย และมีผู้เสียชีวิต 7 ราย โดยมีจำนวนผู้ป่วยที่มารับบริการ ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข และโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ สะสมตั้งแต่วันที่ 1-18 กรกฎาคม ประกอบด้วย ผู้ป่วยที่เข้ารับบริการจากสำนักอนามัย (เฉพาะ ATK) 16,608 ราย และผู้ป่วยที่เข้ารับบริการจากสำนักการแพทย์ (ATK และ RT-PCR) จำนวน 18,937 ราย ทั้งหมด 35,545 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 80 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม 608 และได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์