สธ.ยันผู้ป่วย จ.ตรัง ติดเชื้อ BA.2.75 จากการสุ่มตรวจตามระบบ อาการไม่ต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ

21.07.22 | 16:00 น.
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

สธ.ยันผู้ป่วย จ.ตรัง ติดเชื้อ BA.2.75 จากการสุ่มตรวจตามระบบ ชี้อาการไม่ต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ 4 ผู้สัมผัสใกล้ชิดปลอดภัย

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.2.75 ที่ จ.ตรัง ว่าเป็นการตรวจตามระบบเฝ้าระวังป้องกันสายพันธุ์ตามปกติของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อยู่แล้ว ซึ่งกรณีนี้ไม่ได้พบว่ามีความผิดปกติอะไร แต่เป็นรอบการสุ่มตรวจสายพันธุ์ตามปกติ โดยทางศูนย์วิทย์ฯ เมื่อตรวจเบื้องต้นแล้วพบว่าไม่เข้ากับสายพันธุ์ BA.4 หรือ BA.5 ที่มีในไทย จึงต้องส่งถอดพันธุกรรมทั้งตัว ก็พบว่าเป็นสายพันธุ์ BA.2.75 จึงได้รายงานไปยังกรมควบคุมโรคเพื่อทำการสอบสวนโรคต่อไป


นพ.ศุภกิจกล่าวว่า พร้อมทั้งรายงานไปยังฐานข้อมูล GISAID เพราะสายพันธุ์ดังกล่าว ทางองค์การอนามัยโลกจัดให้อยู่ในกลุ่มสายพันธ์ที่น่ากังวลที่ต้องจับตาดู (VOC-LUM) ส่วนอาการของผู้ติดโควิดสายพันธุ์ BA.2.75 ที่ จ.ตรัง 1 รายนั้น ยังไม่มีอาการที่แตกต่างไปจากสายพันธุ์อื่นๆ

ผู้สื่อข่าวถามถึงรายละเอียดสายพันธุ์ BA.2.75 มีความแตกต่างจากสายพันธุ์ BA.4 หรือ BA.5 มีแนวโน้มจะมาทดแทนหรือไม่ นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดมากนัก เพราะในประเทศอินเดียซึ่งมีการระบาดของสายพันธุ์ BA.2.75 จำนวนมากนั้น เป็นเพราะที่อินเดียไม่มีสายพันธุ์ BA.4 หรือ BA.5 มากนักจึงอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ BA.2.75 ระบาดมากก็ได้ อย่างไรก็ตาม ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอีกสักระยะ และระยะนี้จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ไปรับวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้ออาการรุนแรง ลดความเสี่ยงการเสียชีวิต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

ด้าน นพ.ชัยรัตน์ ลำโป นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ตรัง กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อรายดังกล่าวติดเชื้อรายดังกล่าวตรวจพบและเข้าสู่กระบวนการรักษาตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยในวันที่ตรวจเจอการติดเชื้อด้วย ATK นั้นไม่มีอาการอะไรมาก แค่เจ็บคอ ไอ ไม่มีปอดอักเสบ ตรวจสอบประวัติพบว่ามีโรคประจำตัวคือ โรคภูมิแพ้ โรคอ้วน ได้รับยารักษาตามอาการ มีประวัติการรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จำนวน 3 เข็ม ซึ่งอาการที่ปรากฏเป็นอยู่ 2-3 วันก็หาย แต่ก็ให้ดูแลตัวเองที่บ้านจนครบกำหนดตามเกณฑ์ ทั้งนี้ คิดว่าการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นมีส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยให้ไม่มีอาการรุนแรง ส่วนเรื่องการสอบสวนโรคนั้น คนที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ทั้งหมด 4 ราย ไม่มีใครติดเชื้อแต่อย่างใด ดังนั้น ชาวตรังไม่ต้องกังวล

นพ.ชัยรัตน์กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ จ.ตรัง มีรายงานเข้าระบบวันละราย สองราย ไม่มาก สำหรับยารักษาโรคในพื้นที่ซึ่งมีอยู่หลายตัว บางตัวอาจจะพร่องไปบ้าง แต่ระบบบริหารจัดการภายในจังหวัด และระบบการขนส่งทำให้สามารถบริหารจัดการยาในพื้นที่ได้ แต่สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคือเรื่องของการฉีดวัคซีนคือสิ่งสำคัญมากที่ช่วยลดความรุนแรงของโรคหากติดเชื้อ ลดความเสี่ยงของการเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้การฉีดวัคซีนในพื้นที่ตรังเข็ม 1 เข็ม 2 ถือว่าดีมาก ครอบคลุมประมาณ 80% แต่เข็มกระตุ้นเข็ม 3 เข็ม 4 ยังน้อย ซึ่งภาพรวมของประเทศมีการฉีดเข็มกระตุ้นราวๆ 40-50% แต่ในพื้นที่ตรังมีความครอบคลุมวัคซีนเข็มกระตุ้นเพียง 21-22% เท่านั้น ที่น่าห่วงคือกลุ่มเสี่ยง 608 ที่ฉีดเข็มกระตุ้นน้อย ครอบคลุมเพียง 16% เท่านั้น

ดังนั้น มาตรการกระตุ้นการฉีดวัคซีนในพื้นที่ โดยมอบ อสม.เคาะประตูบ้านชวนคนมาฉีด แต่ก็ยังกระตุ้นได้ไม่มาก ตอนนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดตรังมีนโยบายให้รณรงค์ เชิญชวนในคลินิกเฉพาะกลุ่มโรค ส่วนในกลุ่มผู้สูงอายุก็ได้ประสานไปยังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) และท้องถิ่น ซึ่งดูแลสวัสดิการด้านอื่นๆ และมีข้อมูลผู้สูงอายุอยู่ ขอให้รณรงค์เชิญชวนผู้สูงอายุมาฉีดวัคซีน และประสานไปยังสถานศึกษา และอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อให้สำรวจและจัดทำแผนการฉีดวัคซีนเข้ามาซึ่งทางเราพร้อมสนับสนุนวัคซีนซึ่งมีทุกชนิด และจัดส่งบุคลากรการแพทย์ไปฉีดวัคซีนให้