ชัชชาติ อยากทำ ‘อี-ไลบรารี่’ ชี้ ห้องสมุดเปลี่ยนชีวิต ถ้าเปลี่ยนความคิดไม่ได้ ก็เปลี่ยนโลกไม่ได้

23.07.22 | 15:06 น.

ชัชชาติ อยากทำ ‘อี-ไลบรารี่’ ชี้ ห้องสมุดเปลี่ยนชีวิต ถ้าเปลี่ยนความคิดไม่ได้ ก็เปลี่ยนโลกไม่ได้

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในงาน “นายอินทร์สนามอ่านเล่น”


โดยเวลา 11.15 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ร่วมงานนายอินทร์สนามอ่านเล่น ตอนสนาม กระชับมิตร ก่อนขึ้นเวทีเสวนาในหัวข้อ “Inspire Talk สนามบันดาลใจ” เพื่อแชร์ประสบการณ์ บอกเล่ามุมมองในฐานะนักอ่านตัวยง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการอ่านให้แก่เยาวชน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ที่เดินทางมาร่วมงานคับคั่งตั้งแต่เวลา 10.00 น.

นายชัชชาติ กล่าวว่า ความจริงแล้ว กทม.มีโครงสร้างรองรับการอ่านพอสมควร กทม.มีห้องสมุดประมาณ 34 แห่ง และมีบ้านหนังสือ 100 กว่าแห่ง เป็นเหมือนคอนเทนเนอร์ อยู่ตามชุมชนต่างๆ มีอาสาสมัครไปประจำ ให้เด็กมานั่งทำการบ้านได้

Advertisement

กทม.ต้องขยาย เพิ่มประสิทธิภาพก่อน ให้คนเข้าถึงหนังสือ ความจริงมีห้องสมุดสวยๆ กลางเมืองมีเยอะ อย่างห้องสมุดตรงถนนราชดำเนิน หรือของ TCDC ที่สำคัญคือห้องสมุดต้องอยู่ใกล้บ้าน ต้องเปิดวันเสาร์-อาทิตย์ ส่วนห้องสมุดที่สวยที่สุด อยู่ที่ชุมชนแออัดคลองเตย ของสิขาเมธี อยู่ใกล้ชุมชน มีเด็กมานั่งอ่านหนังสือ เด็กกลุ่มหนึ่งเล่นตู้เกม อีกกลุ่มมานั่งในห้องสมุด

“ห้องสมุดเปลี่ยนชีวิตได้ ไม่ใช่ว่าอ่านเพื่อเอาความบันเทิง แต่เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนความรู้ สร้างความหวัง สร้างพลังให้กับเราได้”

ขั้นแรก กทม.ต้องปรับปรุงห้องสมุด มีห้องสมุดหนึ่งชอบมาก ที่ห้องสมุดซอยพระนาง ตรงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นห้องสมุดเล็กๆ ที่แฝงตัวอยู่ในความวุ่นวายของเมือง มีห้องดูหนัง มีห้องนิทรรศการ ต่อมาต้องปรับเวลาเปิดปิดให้เข้ากับชีวิตคน มีไวไฟ ให้กินขนมได้ เพิ่มโคเวร์กกิ้งสเปซ ต้องปรับให้เข้ากับยุคปัจจุบัน ต่มาอยากทำเป็นรถโมบายด์ ทำเป็นห้องสมุดเชิงรุกในชุมชน ปัจจุบันมีอยู่เพียง 3 คัน

สุดท้ายอยากทำ อี ไลบรารี่ (e-Library) เพื่อยืมหนังสือออนไลน์ ลดการเดินทาง เทคโนโลยีเปลี่ยน กทม.ก็ต้องปรับตัวให้ทัน โดยมอบหมายให้นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นคนดูแล

เมื่อถามว่าอ่านหนังสือมากแค่ไหน นายชัชชาติกล่าวว่า ช่วงเดือนนี้อ่านน้อยลงเยอะ ไม่ค่อยมีเวลา คงต้องตั้งหลักใหม่ ผมซื้อเยอะ เห็นหนังสืออะไรที่น่าสนใจซื้อเก็บไปก่อน หลังๆ อีบุ๊คถูกลง แต่หนังสือเล่มถ้ามีโอกาสก็ซื้อเก็บไว้เดือนละ 1-2 เล่ม แต่หลักการง่ายๆ อ่านไป 4-5 หน้าจะรู้ว่าเกี่ยวข้องกับชีวิตเราไหม หรือมีความสุขไหม ถ้ายังไม่ดีเก็บไว้ก่อน บางทีเนื้อหาที่อ่านยังไม่เหมาะกับชีวิตตอนนี้ อาจจะรออ่านเล่มอื่นที่มีความเกี่ยวข้อง อย่างน้อยรู้ว่าเล่มนี้มีเนื้อหาอะไร เดี๋ยวเราไปเจอเรื่องอะไรในชีวิตที่สอดคล้องกับหนังสือเล่มนั้น ก็กลับมาอ่านได้ วันนึงหนังสือที่ไม่เคยมีค่า อาจจะมีค่าได้ เหมือนกับการลงทุนซื้อเก็บไว้

“บริบทเราโตขึ้น ประสบการณ์เราเปลี่ยนไป แต่เนื้อหาในหนังสือคงที่ สมมติเราเปลี่ยน ความหมายในหนังสือก็เปลี่ยนไปได้”

ช่วงหลังอ่านหนังสือเรื่องเมืองเยอะ สมาร์ทซิตี้ เป็นงานที่เราต้องหาความรู้ แต่ผมพยายามหลีกเลี่ยงฮาวทู หนังสือไม่ควรจะบอกให้เราทำอะไร แต่ให้เราคิดด้วยตัวเอง ถ้ามี 1 2 3 4 จะเหมือนตีกรอบเรามากเกินไป ควรจะบอกวิธีคิด ให้เราไปคิดเอง

ทั้งนี้ นายชัชชาติยังกล่าวถึงหนังสือที่ชอบว่า มีเรื่อง คิดแล้วคิดอีก (Think Again) ว่า อ่านหลายรอบ ชอบมาก

“แปลกมาก มีคนมาให้ผมเซ็นหนังสือเล่มนี้เยอะมาก ผมไม่ได้เขียน เขียนแค่คำนำ 2 หน้าเอง สังคมไทยปัจจุบัน ปัญหาความขัดแย้งเกิดจากการไม่ Think again เราคิดถึงความเชื่อเดิม ไม่ได้หาความเชื่อใหม่ ไม่ได้คิดเรื่องต่างๆ ถ้าเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตเปลี่ยน ถ้าเปลี่ยนความคิดไม่ได้ เปลี่ยนอะไรในโลกนี้ไม่ได้” นายชัชชาติกล่าว