ไม่รอช้า อนุทิน สั่งประชุมด่วน! หลังองค์การอนามัยโลก ยกระดับ ‘ฝีดาษลิง’ เป็นโรคติดต่อระหว่างประเทศ
เวลา 22.00 น. เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่องค์การอนามัยโลก(WHO) ประกาศยกระดับเตือนภัยโรคติดต่อระหว่างประเทศ โดย นายเท็ดรอส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก แถลงหลังหารือกับคณะกรรมาธิการผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง(Mokeypox) เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ประกาศให้โรคฝีดาษลิง เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) ด้วยเหตุผล ว่า พบการแพร่ระบาดที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ผ่านการแพร่ระบาดแบบใหม่ที่เรายังเข้าใจน้อยมากซึ่งเข้าเงื่อนไขการกำกับดูแลสาธารณสุขระดับนานาชาติ ด้วยเหตุผลทั้งหมด ตนจึงตัดสินใจให้การแพร่ระบาดของฝีดาษลิงนั้นเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ล่าสุดเวลา 22.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตนได้สั่งการด่วนถึงผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขทุกท่าน เข้าประชุมเพื่อตอบสนองการประกาศขององค์การอนามัยโลก ในเวลา 10.00 น. ที่ กระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ จะมีการหารือร่วมกับอธิบดีกรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) และผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เพื่อเตรียมแผนรับมือและแผนเชิญเหตุโรคฝีดาษลิง อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้ตอบสนองการพบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค.65 เป็นต้นมา โดยให้สถานพยาบาลทุกแห่งคัดกรองผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัยโรคฝีดาษลิงตามนิยาม ส่งตัวอย่างเชื้อตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ(แล็บ)
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเริ่มกดดันให้องค์การอนามัยโลก และรัฐบาลชาติต่างๆออกมาตรการต่างๆเพิ่มขึ้นเพื่อจัดการกับการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง ที่ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 16,000 รายและมีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 รายจาก 75 ประเทศที่เป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลกทั่วโลก ขณะที่สหรัฐอเมริกาก็เพิ่งมีรายงานพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงในเด็ก 2 รายแรกด้วย
โดยหลังจากที่มีประกาศให้โรคฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกให้คำแนะนำสำหรับประเทศที่พบผู้ติดเชื้อเข้าสู่ประเทศว่าให้มีมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดและป้องกันกลุ่มเสี่ยง มีส่วนร่วมและปกป้องชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพิ่มการเฝ้าระวังและมาตรการด้านสาธารณสุข เพิ่มความเข้มงวดในการบริหารจัดการในทางคลินิก ป้องกันการและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลและคลินิกต่างๆ เพิ่มการวิจัยเพื่อการใช้วัคซีนการรักษาและเครื่องมืออื่นๆ เป็นต้น
โดยระบุว่า การแพร่ระบาดนั้นส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย โดยเฉพาะคนที่มีคู่นอนหลายคน ดังนั้นจึงจำเป็นที่ทุกประเทศต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ในการให้บริการและข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ และออกมาตรการที่ปกป้องทั้งสุขภาพ สิทธิมนุษยชนและเกียรติของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ การประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ จะทำให้องค์การอนามัยโลกสามารถระดมทุนเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงได้มากขึ้น และทำให้เกิดความร่วมมือระดับนานาชาติในการรักษา แบ่งปันวัคซีน เช่นเดียวกับการออกมาตรการด้านการค้าและการเดินทางโดยเฉพาะการคัดกรองผู้ติดเชื้อที่สนามบินได้

