ชัชชาติ ปลูกต้นไม้ ถอนหญ้าปรับภูมิทัศน์ ขุดลอกคลองไผ่สิงโต เพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ

24.07.22 | 10:41 น.

‘ชัชชาติ’ ปลูกต้นไม้-ปรับภูมิทัศน์ คลองไผ่สิงโต จ่อลอกคลองลาดพร้าว แก้ปัญหาน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม เวลา 08.00 น. ที่สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการ กทม. เป็นประธานและร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาและปรับภูมิทัศน์คลองไผ่สิงโตเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2565 โดยมี นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม., นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม., นายภิมุข สิมะโรจน์ เลขาฯผู้ว่ากทม., นางวาสนา ศิลป์เบ็ญจพร รอง ผอ.สำนักการระบายน้ำ, นายธีรยุทธ ภูมิศักดิ์ ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นางมาศวัลย์ ปิ่นสุวรรณ ผอ.สำนักงานเขตปทุมวัน และ น.ส.ปิยธิดา นิยม ผอ.สำนักงานเขตคลองเตย พร้อมข้าราชการ และบุคลากรกรุงเทพมหานคร ร่วมกิจกรรม

โดยร่วมกันดำเนินการขุดลอกคลองไผ่สิงโตโดยเครื่องจักร จากทางพิเศษเฉลิมมหานครถึงถนนรัชดาภิเษก ปรับภูมิทัศน์อาคารบังคับน้ำไผ่พิทักษ์และสถานีสูบน้ำสุขุมวิทซอย 4 ปรับภูมิทัศน์คลองไผ่สิงโตจากถนนวิทยุถึงทางพิเศษเฉลิมมหานครและจากถนนดวงพิทักษ์ถึงถนนรัชดาภิเษก เก็บขยะวัชพืชทั้งในคลอง ริมคลอง และหลังเขื่อน ค.ส.ล. เพื่อเปิดทางน้ำไหลและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ทาสีราวกันตกริมเขื่อน ปลูกต้นไม้ยืนต้น จำนวน 25 ต้น ได้แก่ หว้า 10 ต้นสะเดา 10 ต้น ขี้เหล็ก 5 ต้น และปลูกไม้พุ่มบริเวณริมตลิ่งพร้อมตัดแต่งต้นไม้ด้านบนสะพานเขียว

เมื่อเวลา 07.45 น. กลุ่มจิตอาสาพระราชทานรวมตัวกันที่จุดรวมบริเวณด้านข้างสวนเบญจกิติ จากนั้นนายชัชชาติทำพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาและปรับภูมิทัศน์คลองไผ่สิงโต แล้วร่วมกันชูมือขวากล่าวคำปฏิญาณพร้อมกันว่า “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” 3 ครั้ง

เวลา 08.05 น. นายชัชชาติเดินเท้าไปยังบริเวณคลองไผ่สิงโตเพื่อทำการปลูกต้นหว้าและรดน้ำถอนต้นวัชพืชบริเวณริมคลอง พร้อมหยิบจอบขุดหน้าดินเพื่อปลูกต้นทองอุไร โดยนายชัชชาติได้กล่าวขณะขุดหน้าดินว่า “ต้นที่ผมชอบไง ทองอุไร” ต่อมานายชัชชาติทำการทาสีราวกันตกริมเขื่อน บริเวณสถานีสูบน้ำซอยสุขุมวิท 4

Advertisement

ต่อมาเวลา 08.29 น. นายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ทาง กทม.ได้มาทำโครงการจิตอาสาที่คลองไผ่สิงโต ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการสำคัญที่ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญ เพราะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างสวนเบญจกิติและสวนลุมพินี ทำให้การเชื่อมสองสวนสมบูรณ์ขึ้น โดยปกติคลองไผ่สิงโตจะมีน้ำเน่าเสีย มีกลิ่นเหม็น และมีทัศนียภาพที่ไม่ดี โครงการวันนี้คือทำให้ภาพรวมดูดีขึ้น คลองไผ่สิงโตมีความสำคัญเพราะมีอุโมงค์รับน้ำของบึงมักกะสันและมีสถานีรับน้ำจากถนนสุขุมวิท ก็ทำให้เกิดรูปธรรมจริงๆ ต่อไปคงมีทัศนียภาพที่ดี มีสวนริมคลองและสภาพน้ำที่ดีขึ้น

เมื่อถามว่า ทำไมวันนี้ (24 กรกฎาคม) จึงเลือกมาลงพื้นที่เขตปทุมวัน นายชัชชาติกล่าวว่า เรามาที่สวนเบญจกิติแล้ว เราคงไปที่อื่นไม่ทัน และเขตปทุมวันเป็นเขตสำคัญใจกลางเมือง มีชุมชนจำนวนมาก ปัญหาหลายๆ เรื่องที่เกิด เช่น เหตุการณ์ไฟไหม้ที่บ่อนไก่ก็เป็นเขตนี้ ส่วนเรื่องปัญหาน้ำท่วมนั้นระหว่าง กทม.และกรมชลประทานไม่ได้มีปัญหาเลย มีการประสานงานกันโดยตลอด คือประตูน้ำใน กทม.มีสองส่วน ส่วนที่อยู่ชั้นใน กทม.เป็นผู้ดูแล ส่วนที่อยู่ชั้นนอก เช่น ประตูน้ำที่คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตก็เป็นประตูน้ำที่กรมชลประทานดูแล เพราะระบายน้ำออกสู่ด้านนอก เพราะฉะนั้น กรมชลประทานดูภาพรวม มีการประสานกันตลอดว่าจะหรี่หรือจะเปิดอย่างไร และกรมชลประทานช่วยเหลือเราเป็นอย่างดี

“ตอนนี้ที่ลาดกระบังก็มีการช่วยสูบน้ำออกในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อช่วยบรรเทาภาวะน้ำในลาดกระบัง ไม่ได้มีปัญหาอะไร ที่ผ่านมาอาจจะเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนบ้าง แต่ก็ขอบคุณทุกคำแนะนำ แต่ต้องเรียนว่าเรากับกรมชลประทานมีการประสานงานกันมาโดยตลอด เพราะอยู่ในพื้นที่ติดกัน เจ้าหน้าที่ก็มีการคุยกันตลอด เรื่องการระบายน้ำเป็นเรื่องยุทธศาสตร์เชิงภาพใหญ่ แต่ละพื้นที่อาจจะอยากเห็นการปฏิบัติในพื้นที่ แต่สุดท้ายแล้วกรมชลประทานกับ กทม.ต้องร่วมกันดูในภาพใหญ่เพื่อให้ระบายน้ำได้ดีขึ้น” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า นายกฯได้ช่วยเหลือเต็มที่ โดยได้สั่งการ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. และ พล.ท.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพภาคที่ 1 และกรมกิจการพลเรือนช่วย กทม.ใน 4 ด้าน คือ การเก็บขยะหน้าโรงสูบน้ำขนาดใหญ่ การเก็บขยะบริเวณตะแกรงที่มีปัญหา การช่วยขนคนกลับบ้านในกรณีที่มีน้ำท่วมขังและมีปัญหาการจราจร และเรื่องการขุดลอกคลอง ทางกรมกิจการพลเรือนก็ได้ส่งนายทหารระดับเสนาธิการ 1 นาย มาประจำอยู่ที่ศูนย์บัญชาการระบายน้ำ ที่ดินแดง ก็มีการประสานงานอย่างดีมากเพราะ กทม.เองเรามีกำลังจำกัด และนายกฯก็ได้มีการสั่งการเร่งด่วน และวันพรุ่งนี้ (25 กรกฎาคม) จะเริ่มมีการวางแผนขุดลอกคลองลาดพร้าวเพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมามีปัญหาที่สองคลองหลัก คือ คลองลาดพร้าวและคลองแสนแสบ โดยคลองลาดพร้าวมีปัญหาเรื่องความตื้นเขิน น้ำไหลช้า เพราะมีปัญหาเรื่องเขื่อนที่ยังทำไม่เสร็จ พรุ่งนี้ทางทหารก็จะมีเจ้าหน้าที่มาร่วมกับสำนักการระบายน้ำ กำหนดพื้นที่แบ่งกันช่วยขุดลอก ซึ่งนายกฯบอกวว่าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเลย ทำให้ประชาชนก่อน

เมื่อถามว่า หากมีฝนตกในช่วงนี้อีกจะประเมินอย่างไรในเรื่องของอุปกรณ์และบุคลากรในการสูบน้ำและระบายน้ำ นายชัชชาติกล่าวว่า ถ้าท่วมก็ต้องใช้เวลาระบายช่วงหนึ่ง อย่างในเมื่อวานซึ่งเป็นปริมาณฝนที่ตกซ้ำลงมาด้วย ก็จะมีข้อติดขัดเรื่องขุดลอกคลองยังไม่เสร็จ จังหวะนี้ก็ต้องรีบทำให้มากที่สุด อะไรทำได้ทำไปก่อน และวางแผนในระยะยาวคือเส้นเลือดใหญ่คืออุโมงค์ต่างๆ ก็ต้องทำ

“เรื่องที่ต้องเพิ่มเข้ามาคือปรับปรุงประสิทธิภาพคลอง เพราะจริงๆ แล้วอุโมงค์ระบายน้ำนั้นระบายได้ประมาณ 10% ของสิ่งที่ กทม.ต้องระบายออก เพราะหัวใจหลักอยู่ที่คลอง จุดที่เกิดน้ำท่วมคือจุดที่คลองยังไหลไม่ได้ดี ยุทธวิธีหลักที่ต้องทำคือปรับปรุงประสิทธิภาพคลอง ขุดลอกคลอง มีตัวดันน้ำ เพื่อให้คลองสามารถดันน้ำไปถึงอุโมงค์หรือถึงแม่น้ำเจ้าพระยาได้ดีขึ้น ส่วนของเส้นเลือดฝอยคือหาโมบายล์ปั๊มเพิ่มขึ้น ปัจจุบันเรามีโมบายล์เคลื่อนที่อยู่ประมาณ 4 ตัว ต้องปรับยุทธวิธีให้มีโมบายล์ยูนิตเข้าไปช่วยเสริมในแต่ละพื้นที่ได้เร็วขึ้น จะทำให้เรามีความคล่องตัวในการแก้ปัญหา” นายชัชชาติกล่าว