กรมการแพทย์ ชี้ฝีดาษลิงคล้าย 4 โรค นัดถก รพ.-คลินิก วางแนวรักษาผู้ป่วยติดเชื้อพรุ่งนี้!

26.07.22 | 14:00 น.

กรมการแพทย์ ชี้ฝีดาษลิงคล้าย 4 โรค นัดถก รพ.-คลินิก วางแนวรักษาผู้ป่วยติดเชื้อพรุ่งนี้!

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พญ.นฤมล สวรรค์ปัญญาเลิศ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร หรือฝีดาษลิง (Monkey pox) ว่า ในวันพรุ่งนี้ (27 กรกฎาคม 2565) กรมการแพทย์ เตรียมหารือกับโรงพยาบาล (รพ.), คลินิกโรคผิวหนัง เพื่อประชุมหารือแนวทางการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร เนื่องจากโรคดังกล่าวถือว่า เป็นโรคใหม่สำหรับประเทศไทย แต่เป็นโรคเดิมประจำถิ่นในแอฟริกา

“โดยฝีดาษวานร ถือเป็นดีเอ็นเอ ไวรัส (DNA VIRUS) การติดต่อเกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งได้ทั้งน้ำมูก น้ำลาย น้ำในตุ่มฝีหนอง น้ำเหลือง หรือ น้ำต่างๆ ของร่างกาย ระยะฟักเชื้อ 7-21 วัน หรือ ประมาณ 3 สัปดาห์ ซึ่งตุ่มที่เกิดขึ้นตามร่างกาย สามารถขึ้นได้ทั่วตัว และ มี 4 ระยะด้วยกัน ได้แก่ ระยะที่ 1 มีตุ่มแดงขึ้น, ระยะที่ 2 ตุ่มพัฒนากลายเป็นตุ่มนูน, ระยะที่ 3 ตุ่มกลายเป็นหนอง และ 4 ตุ่มดังกล่าวแตก

ซึ่งการแพร่เชื้อเกิดการติดต่อจะเกิดในลักษณะของระยะที่ 3 และระยะที่ 4 โดยทั่วไป โรคนี้เป็นแล้วสามารถหายเองได้ เมื่อแผลตกสะเก็ด หรือใช้การรักษาตามอาการ

สำหรับคนที่จะมีอาการรุนแรง ได้แก่ คนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ คนที่รับประทานยากดภูมิในคนรักษาโรคมะเร็ง หรือ ปลูกถ่ายอวัยวะ เด็กเล็กอายุต่ำว่า 8 ปี และหญิงตั้งครรภ์” พญ.นฤมล กล่าว

นอกจากนี้ พญ.นฤมล กล่าวว่า เนื่องจากโรคฝีดาษวานรจัดอยู่ในกลุ่มโรคที่มีลักษณะของตุ่มน้ำตามผิวหนัง ใกล้เคียงทั้งโรคอีสุกอีใส และไข้ทรพิษ เบื้องต้น ทางสถาบันโรคผิวหนังได้วางเกณฑ์และแนวทางจำแนกแยกโรคที่มีลักษณะอาการคล้ายคลึง หรือใกล้เคียงกับฝีดาษวานร เพื่อให้แยกโรคออก ได้แก่

Advertisement

1.โรคอีสุกอีใส ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย มีตุ่มน้ำใสขึ้นทั่วตัว และในกระพุ้งแก้ม ช่องปาก สามารถติดต่อได้จากละอองฝอย ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มอาการที่ไม่รุนแรงน้อย ในกลุ่มที่มีตุ่มน้ำขึ้นตามร่างกาย ระยะฟักโรค 11-20 วัน รักษาด้วยการรับประทานยาต้านไวรัส

2.โรคเริม มีอาการป่วย นอกจากตุ่มน้ำตามร่างกายแล้ว ยังจะมีอาการอักเสบตามเส้นประสาท และทิ้งรอยโรคไว้ สามารถกลับมาป่วยซ้ำได้ โดยมีระยะฟักตัว 3-7 วัน รักษาด้วยยาต้านไวรัส

3.งูสวัด เป็นการพัฒนาของเชื้ออีสุกอีใส แต่เชื้อหลบที่ปมประสาท ทำให้มีไข้ต่ำ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และมีอาการแสบร้อน คันผิวหนัง ติดเชื้อได้จากสารคัดหลั่ง การรักษาเน้นยาต้านไวรัส

4.ไข้ทรพิษ มีไข้สูง ปวดเมื่อย มีตุ่มผื่นขึ้น อ่อนเพลีย อาเจียน ปวดท้อง ระยะฟักตัว 7-17 วัน การรักษาเน้นประคับประคอง

5.ฝีดาษวานร มีตั้งแต่ไข้ ปวดเมื่อยศีรษะตามร่างกาย ปวดหลัง และเด่นชัดต่อมน้ำเหลืองโต รักษาเน้นประคับประคอง

พญ.นฤมล กล่าวว่า สำหรับแนวทางการแยกโรค จะมีการประชุมของกรมการแพทย์ และสรุปส่งให้ทางอีโอซี (EOC) ของกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาต่อไป ส่วนที่มีความกังวล เรื่องเชื้อในสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่า เชื้อนี้สามารถฆ่าได้ด้วยแอลกอฮอล์ และ สบู่ ดังนั้น มาตรการหมั่นล้างมือ และงดสัมผัส หรืองดใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย หรือ ผู้เข้าข่าย (คนที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย) สามารถป้องกันได้