เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่กองบังคับการฝึกอบรมตำรวจกลาง (บก.ฝรก.) จ.นครปฐม พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานการตรวจติดตามและประเมินผลการฝึกขยายผล โครงการพัฒนาประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานสายงาน ป้องกันปราบปราม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)
พล.ต.ท.ประจวบ เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งหวังให้สังคมมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม มีความห่วงใยในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้าเผชิญเหตุและระงับเหตุ จึงนำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยจัดทำโครงการฝึกอบรมพัฒนาประสิทธิภาพผู้ปฏิบัติงานสายงานป้องกันปราบปราม ของ บช.น. และ ตำรวจภูธรภาค1-9 (ภ.1 – 9) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 จำนวน 5 รุ่น ในห้วงที่ผ่านมา ที่ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลาง จ.นครราชสีมา เพื่อเป็นครูต้นแบบ จากนั้น ให้ทุกหน่วยทำการฝึกขยายผลทบทวนยุทธวิธีตำรวจตามคู่มือการปฏิบัติสายงานป้องกันปราบปราม และถ่ายทอดแนวทางการปฏิบัติที่ได้รับการฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในสายงานป้องกันปราบปรามในสังกัด ให้ปฏิบัติตามได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามหลักยุทธวิธีตำรวจ ในวันนี้ (27 กรกฎาคม) จึงมอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้าคณะตรวจติดตามและประเมินผลการฝึกขยายผลของ บช.น.
พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวอีกว่า สำหรับการประเมินผลการฝึกขยายผลพัฒนาประสิทธิภาพผู้ปฏิบัติงาน สายงานป้องกันปราบปรามของ บช.น. ในวันนี้ จะพิจารณาทั้งการอำนวยการจัดฝึกอบรม หลักสูตรที่ใช้ คุณสมบัติและสัดส่วนของครูฝึกต่อผู้เข้ารับการฝึก ระยะเวลาและสถานที่การฝึกอบรม ตลอดจนความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ของครูต้นแบบ และทักษะความรู้ทางยุทธวิธีตำรวจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในสังกัด นอกจากนี้ ชุดปฏิบัติการต้นแบบของ บช.น. จะต้องสาธิตการปฏิบัติตามยุทธวิธีตำรวจ เพื่อรับการตรวจประเมินในสถานการณ์จำลองเสมือนจริง 5 เหตุการณ์ ที่พบบ่อยในปัจจุบัน เพื่อรับการเสนอแนะ และปรับปรุงแก้ไขจนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่จริงได้ต่อไป ได้แก่ 1.การระงับเหตุคนคลุ้มคลั่งโดยใช้ปืนไฟฟ้าและไม้ง่าม 2.กรณีมีเหตุยกพวกทำร้ายร่างกายในงานคอนเสิร์ตหรืองานรื่นเริงหรือเหตุนักเรียนยกพวกตีกัน 3.กรณีเหตุทำร้ายร่างกายและมีผู้บาดเจ็บนำส่ง รพ. และมีเหตุทะเลาะวิวาทต่อเนื่อง ณ ห้องฉุกเฉิน รพ. 4.กรณีพบบุคคลต้องสงสัยจะใช้อาวุธปืนต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจ
และ 5.สาธิตการปฏิบัติสถานการณ์คนร้ายกราดยิง
พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปฏิบัติการทุกสายงาน ฝึกฝนทบทวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดทักษะความชำนาญในยุทธวิธีตำรวจและมีองค์ความรู้ทางเทคโนโลยี และปฏิบัติตามหลักยุทธวิธีที่เป็นมาตรฐานในการเข้าเผชิญเหตุ (S.O.P. : Standard Operation Procedure) มีขั้นตอนการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกันในการเข้าเผชิญเหตุและระงับเหตุ การตัดสินใจใช้กำลังในระดับที่เหมาะสมกับภยันตราย เพื่อมุ่งเน้นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนมีความปลอดภัย
พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ มีความตระหนักและห่วงใยในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การปฏิบัติในการเข้าเผชิญเหตุและระงับเหตุจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนยุทธวิธีตำรวจด้วยความถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นมาตรฐานสากล เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เข้าระงับเหตุมีความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและการรักษาความสงบเรียบร้อย บรรลุผลสำเร็จ เกิดประสิทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพ






